วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ออมสินออกบัตรกดเงินสด ลุยแก้หนี้นอกระบบลดดอกเบี้ยเหลือ 19% ต่อปี

ออมสินออกบัตรกดเงินสด ลุยแก้หนี้นอกระบบลดดอกเบี้ยเหลือ 19% ต่อปี

  • Share:

ธนาคารออมสินออกสินเชื่อบัตรเงินสด “People Card” และ “Prima Card” คิดดอกเบี้ยต่ำสุด 0.88% ต่อเดือน หรือ 19% ต่อปี วงเงินกู้ 3 หมื่นบาท จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 260 บาท มั่นใจยอดสมัครปีแรกทะลุ 8 หมื่นบัตร พร้อมลุยแก้หนี้นอกระบบตามมติ ครม.ภายในเดือนนี้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ธนาคารจึงเปิดให้บริการ “สินเชื่อบัตรเงินสดประชาชนพร้อมใช้” โดยมีทั้งหมด 2 รูปแบบคือ 1.บัตร People Card (พีเพิล การ์ด) บัตรกดเงินสดสำหรับลูกค้าธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินที่มีประวัติการชำระเงินที่ดี มีวินัยทางการเงินเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอาชีพค้าขายเพื่อสำรองเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัวในช่วงเวลาฉุกเฉินเร่งด่วนเช่น ค่าเทอมบุตร ค่ารักษาพยาบาลของตนเอง หรือพ่อแม่พี่น้อง โดยธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท มีรายได้ขั้นต่ำ 7,000 บาทต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.88%-1% ต่อเดือนหรือไม่เกิน 19% ต่อปี โดยในปีแรกธนาคารจะยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสด และค่าธรรมเนียมแรกเข้า

และ 2. บัตร Prima Card (พรีม่า การ์ด) บัตรกดเงินสดสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้มีรายได้หรือมีเงินเดือนประจำ ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ ธนาคาร ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้รวมต่อเดือน วงเงินอนุมัติ 30,000-1,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.88%-1.12% ต่อเดือนพร้อมฟรีค่าธรรมเนียมกดเงินสด และค่าธรรมเนียมแรกเข้า

“ธนาคารออมสินคืนความสุขทางการเงินให้แก่ประชาชน เพื่อให้มีเงินสดพร้อมที่จะใช้จ่ายในยามจำเป็น เร่งด่วนฉุกเฉิน เช่น หมุนเวียนไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมรถ ค่าซ่อมแซมบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และที่สำคัญธนาคารยังมุ่งเน้นให้ประชาชนเลือกใช้บริการทางการเงินในระบบจากสถาบันการเงิน เพราะมีค่าใช้จ่ายทางด้านดอกเบี้ยน้อยกว่าเงินกู้นอกระบบ เช่น หากกู้เงินจากธนาคารจ่ายดอกเบี้ย 0.88% ต่อเดือน วงเงินกู้ 30,000 บาท หรือคิดเป็นค่าดอกเบี้ย 260-270 บาทต่อเดือน แต่หากกู้เงินนอกระบบจ่ายดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน วง เงินกู้ 30,000 บาท จะต้องเสียค่าดอกเบี้ย 3,000 บาทต่อเดือน”

โดยช่วงเริ่มต้นแนะนำบริการนี้ ธนาคาร ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินหรือกดเงินสดปีแรกเมื่อสมัครและอนุมัติภายในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ จะฟรีค่าธรรมเนียมสมัครบัตร และฟรีค่าธรรมเนียมรายปี และคาดว่าในสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้บริการทั้ง 2 บัตรรวมกันแล้วประมาณ 80,000 บัตร และคาดว่าจะมียอดเงินหมุนเวียนจนถึงสิ้นปีนี้ ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญคือ ผู้กู้จะต้องประกอบอาชีพหรือมีแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน แต่ต้องผ่อนชำระหนี้อย่างน้อย 5% ของยอดวงเงินกู้ ส่วนกรณีที่ไม่สามารถชำระหนี้ 5% ได้ จะต้องถูกเปรียบเทียบปรับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดคือ 29% ต่อปี เหมือนกับหนี้บัตรเครดิตทั่วไป

นายชาติชายกล่าวว่า โครงการนี้ธนาคารมั่นใจว่า ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะมีไม่เกิน 2% ของวงเงินสินเชื่อ เนื่องจากหลักเกณฑ์ และวิธีการวิเคราะห์ลูกค้าของธนาคารมีระบบตรวจสอบที่แม่นยำเหมือนกับโครงการธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินที่ดำเนินการมาแล้วสิบปีกว่า มียอดเอ็นพีแอลเพียง 2% โดยโครงการนี้ประชาชนสามารถกู้ได้สูงสุดถึง 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน มีบุคคลค้ำประกันและต้องกู้เพื่อลงทุนในกิจการเท่านั้น แตกต่างจากโครงการสินเชื่อบัตรเงินสดประชาชนพร้อมใช้ ซึ่งไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกันและที่สำคัญการมีบัตรเงินสดของธนาคารออมสิน เหมือนกับเป็นการเปิดวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี หรือโอดี ซึ่งมีข้อดีคือ หากไม่ได้ใช้เงินอัตราดอกเบี้ยก็ไม่คิด ซึ่งจะทำให้ผู้ถือบัตรไม่มีภาระเรื่องของอัตราดอกเบี้ย

ส่วนเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กระทรวงการคลังเสนอให้ธนาคารออมสินตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาดูแลหนี้นอกระบบโดยตรงนั้น ฝ่ายบริหารจะนำเสนอเรื่องดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเริ่มต้นกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบโดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามารับผิดชอบเรื่องดังกล่าวโดยตรง ทั้งในเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ และประเภทสินเชื่อที่มีความเหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย โดยในเบื้องต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ไม่เกิน 19% ต่อปี หรือ 0.88% ต่อเดือน ขณะที่ผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินในปีนี้ คาดว่ากำไรจะลดลงจากเป้าหมายเดิมในช่วงต้นปี จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 17,800 ล้านบาท ลดลงเหลือ 15,000-16,000 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่าจะมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่ประมาณ 40,000 ล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้