บริการข่าวไทยรัฐ

กพร. โชว์เทคโนโลยีรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช้สารไซยาไนด์

กพร. ตั้งเป้าลดการใช้สารไซยาไนด์ในกระบวนการผลิต ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการรีไซเคิลโลหะมีค่า จากขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือในโรงงาน ประเภท 106 ที่พบว่ามีการใช้สารไซยาไนด์ในกระบวนการสกัดโลหะมีค่าสูงถึง 1,500 ตัน...

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 59 นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้คิดค้น “เทคโนโลยีการรีไซเคิลทองคำบริสุทธิ์จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ใช้สารไซยาไนด์” เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งให้แก่ผู้ประกอบการ พร้อมตั้งเป้าพัฒนาให้เทคโนโลยีดังกล่าว ช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติการ ลดระยะเวลาในการสกัด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานสูงสุด ซึ่งเชื่อมั่นว่า หากมีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย จะช่วยลดการใช้สารไซยาไนด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ตลอดจนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

นายชาติ กล่าวว่า ไซยาไนด์เป็นสารเคมีที่ใช้ในหลายอุตสาหกรรม โดยแต่ละปีทั่วโลกมีการผลิตไซยาไนด์ไม่น้อยกว่า 1.1 ล้านตัน ซึ่งถูกใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิตพลาสติก ไนลอน กาว สารทนไฟ เครื่องสำอาง ยารักษาโรค และมากกว่าร้อยละ 6 ถูกใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตโลหะทองคำ โดยใช้เป็นสารในการสกัดทองคำจากสินแร่และขยะ หรือของเสียที่มีทองคำเป็นองค์ประกอบ เนื่องจากไซยาไนด์เป็นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการละลายทอง และมีต้นทุนที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม ไซยาไนด์ก็เป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษสูงแบบเฉียบพลัน ฉะนั้นผู้ประกอบการที่ใช้สารดังกล่าวในกระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีการจัดการที่ดีตั้งแต่กระบวนการขนย้าย การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดของเสียที่มีไซยาไนด์ปนเปื้อนน้อยที่สุด ไปจนถึงการกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ  

ทั้งนี้ ไซยาไนด์มีคุณสมบัติในการละลายโลหะมีค่าจากสินแร่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงพบการใช้สารไซยาไนด์ในอุตสาหกรรมรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือในโรงงานประเภท 106 ที่รับชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสกัดเอาโลหะมีค่า อาทิ ทองคำ เงิน เป็นต้น ซึ่งจะพบมากในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ซีพียู แรม แผ่นวงจรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โทรศัพท์มือถือ  โดยคาดว่ากว่าร้อยละ 90 ของโรงงานประเภทดังกล่าวใช้สารไซยาไนด์ในกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนโรงงานประเภทดังกล่าวกว่า 20 ราย ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไซยาไนด์ในอุตสาหกรรมดังกล่าวต่อปีสูงถึง 1,500 ตัน และคาดว่าจะมีปริมาณที่สูงขึ้นตามปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การปฏิบัติงานรีไซเคิลทองคำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล หรือให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสารเคมีบางชนิดต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและใช้อย่างถูกวิธี โดยชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านกระบวนการลอกทองแล้วสามารถนำไปหลอม ถลุงเป็นโลหะผสม หรือนำไปจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อและห้ามทิ้งหรือปล่อยน้ำยาลอกทองที่ใช้แล้วลงสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านการบำบัดอย่างถูกวิธีโดยเด็ดขาด หากมีปริมาณมากควรส่งกำจัดกับผู้ประกอบการที่รับกำจัด หรือบำบัดของเสียดังกล่าวเท่านั้น