ข่าว
100 year

เกาะกระแส "โปเกมอนโก" ฟีเวอร์ ถอดบทเรียนรับมือเทคโนโลยีไหลบ่า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ส.ค. 2559 05:01 น.
SHARE

จากโปรเจกต์เกมที่ให้ดาวน์โหลดเล่นกันขำๆ ฉลองวัน “เมษาหน้าโง่” หรือ April Fool’s Day เมื่อปี 2557

ให้หลังเพียง 2 ปี “โปเกมอน โก” Pokemon Go ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2559 ก็ฮิตติดลมบน รั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ไปทั่วโลก!

ความสำเร็จของ “โปเกมอน โก” ในวันนี้ที่มาจากเสน่ห์ของเกมในรูปแบบ AR หรือ Augmented Reality อันเป็นการนำโลกแห่งเกม มาหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อให้ผู้เล่นได้มีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆที่มีอยู่จริง เพื่อตามจับโปเกมอนผ่านหน้าจอมือถือ ความสนุกสนานจึงเกิดขึ้นอย่าง “ไร้ขีดจำกัด”

“ไนอานติก (Niantic)” ผู้ผลิตเกมโปเกมอน โก เป็นบริษัทซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยหัวหน้าทีมพัฒนากูเกิลแม็ป และกูเกิล สตรีท วิว (Google Street View) จึงมีความเชี่ยวชาญด้านแผนที่ 3 มิติเป็นพิเศษ

หลังทดลองเปิดตัวเกม ให้เล่นจับโปเกมอนบนกูเกิลแม็ป เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2557 ล้อไปกับกระแส April Fool’s Day ทีมนักพัฒนาก็พบว่า โปรเจกต์นี้กำลังนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าจากกระแสตอบรับที่ดีมาก

1 ปีเศษจากนั้นในเดือน ต.ค.2558 ไนอานติกก็ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มจากผู้ถือหุ้นใหม่ อันได้แก่ กูเกิล โปเกมอน และนินเทนโดรวมกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นำไปสู่การเปิดตัวเกม “โปเกมอน โก” ครั้งแรกได้สำเร็จเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2559

และเพียง 1 เดือนหลังการเปิดตัวยอดดาวน์โหลดโปเกมอน โก ผ่านมือถือก็ทะลุ 100 ล้านครั้งไปแล้ว มูลค่าตลาดของไนอานติกในขณะนี้ถูกประเมินว่าสูงถึง 3,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะมีรายได้ 66,000 ล้านเหรียญในปีนี้

กระนั้น ความสำเร็จด้านธุรกิจของโปเกมอน โก ก็มาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมทั่วโลกด้วยวิธีการเล่นที่ยึดโยงกับโลกความจริง รัฐบาลในหลายประเทศต้องออกกฎควบคุมพฤติกรรมผู้เล่น แนะนำวิธีการเล่นที่เหมาะสมให้แก่ทัพคอเกมที่ออกตามล่าโปเกมอนตามสถานที่ต่างๆ จนเกิดการละเมิดทรัพย์สินสาธารณะ สิทธิส่วนบุคคล รวมไปถึงอันตรายที่เสี่ยงต่อชีวิต เพียงเพราะต้องการจับโปเกมอนให้ได้...

โปเกมอน...เดือนเดียวเสียวทั้งโลก!

ขวบเดือนที่ผ่านมา ภายหลังเปิดตัวเกมโปเกมอน โก อย่างเป็นทางการ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้ทำให้บรรดาสาวกนักจับโปเกมอนในหลายสิบประเทศที่เปิดให้เล่นเกมนี้ถึงกับคลั่งไคล้ แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ จนกล่าวได้ว่าแทบจะเกิดความโกลาหลกันเลยทีเดียว

สะท้อนให้เห็นถึงกระแสไหลบ่าของการสื่อสารที่ “ไร้พรมแดน” อย่างแท้จริง!

สถานที่ใดที่ถูกระบุว่ามี “โปเกมอน” ให้จับเป็นจำนวนมาก จะกลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าบรรดาผู้เล่นทุกเพศทุกวัย ยิ่งเล่นก็ยิ่งต้องไล่จับตัวที่หายาก หรือตัวที่ยังจับไม่ได้ กระบวนการไล่ล่าโปเกมอนจึงเกิดขึ้น

ใน 3 ประเทศแรกที่มีการเปิดตัวเกมนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้รับผลกระทบก่อนใครเพื่อน โดยในอเมริกานั้น กลุ่มผู้เล่นวัยรุ่นหลายรายต้องถูกจับดำเนินคดีจากการแหกรั้วสวนสัตว์เข้าไปไล่จับโปเกมอน สัตว์ดิจิตอลบนหน้าจอมือถือ รวมไปถึงยังมีกรณีบุกรุกบ้านคนอื่นอีกหลายราย

นอกจากนั้นยังมีชายอเมริกัน 2 คน บาดเจ็บสาหัสจากการตกหน้าผา เพราะมัวแต่จับโปเกมอน ซึ่งตามกฎหมาย หลังรักษาตัวหายดีแล้ว อาจต้องได้รับโทษด้วย

“โปเกมอน โก” จึงกลายเป็นเป้าหมายที่เหล่านักกฎหมายในสหรัฐอเมริกากำลังครุ่นคิดที่จะหาทางยุติความวุ่นวายและอันตรายต่อสาธารณชนที่อาจเกิดจากการเล่นเกมที่ “ไร้สติ” เสียที!

วุฒิสมาชิกจากรัฐมินเนโซตา ถึงกับทำหนังสือถึงไนอานติก แสดงความกังวลต่อความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่น โดยสอบถามว่า ไนอานติกเก็บข้อมูลอะไร แค่ไหนจากลูกค้า และมีแผนจะทำอะไรกับข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งไนอานติกได้ชี้แจงว่า เข้าถึงเพียงข้อมูลพื้นฐานของลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านจีเมล Gmail เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามที่จะให้ FDA หรือองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา กำหนดให้เกมโปเกมอน โก เข้าข่ายอุปกรณ์และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ ซึ่งจะทำให้ FDA เข้ามากำกับดูแลโปเกมอน โก ได้อีกทางหนึ่ง แต่ล่าสุด FDA ได้ตีความชัดเจนแล้วว่าไม่เข้าข่าย

คูเวตงัด “ไม้แข็ง” สยบสาวกโปเกมอน!

กับแนวทางในการรับมือกระแสคลั่งไคล้เกมโปเกมอน โก ที่แต่ละประเทศงัดกันออกมาใช้นั้น ไล่ไปตั้งแต่ในญี่ปุ่น ประเทศที่การเล่นเกมได้กลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไปแล้ว ก็ยังกำหนดสถานที่ “ต้องห้าม” ที่ทางการร้องขอให้ไนอานติกถอดออกจากเกม เช่น สวนสันติภาพฮิโรชิมา อนุสรณ์สถานเมืองนางาซากิ นอกเหนือจากการขอความร่วมมือผู้เล่นไม่ให้จับโปเกมอนในพื้นที่มรดกโลกในโตเกียว ปราสาท และโบราณสถานอีกหลายแห่ง

มาที่เกาหลีใต้ ประเทศที่ผู้คนรอคอยจะได้เล่นโปเกมอน โก มากที่สุดอีกประเทศตั้งแต่เกมยังไม่ทันได้เปิดตัว เนื่องจากกูเกิลแม็ปยังใช้งานไม่ได้เต็มที่จากเงื่อนไขที่รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่อนุญาต จึงทำให้สาวกโปเกมอน ยังคงตั้งหน้าตั้งตาร้องเพลงรอต่อไป!

ขณะที่รัฐบาลในประเทศตะวันออกกลางต่างชิงออกมาปรามผู้เล่นเกม ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดตัว โดยอิหร่านถือเป็นประเทศแรกที่สั่งแบนโปเกมอน โก ไปเรียบร้อย

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยคูเวตออกมาระบุว่า การเล่นเกมโปเกมอน โก ที่อยู่บนพื้นฐานของสถานที่จริงนั้นถือเป็นอันตราย เพราะการที่ผู้เล่นจะต้องเปิดเผยตำแหน่งพิกัดของมือถือที่ใช้เล่น (Location Base) รวมทั้งต้องเปิดกล้องหน้ามือถือ ขณะที่กำลังเล่นเกมนั้น ความเป็นส่วนตัวเหล่านี้อาจถูกส่งไปยังบุคคลที่ 3 และ “เสี่ยงต่อการถูกสอดแนม”

โดยคูเวตประกาศนโยบายชัดเจนว่า ความอดทนต่อผู้บุกรุกมีค่าเป็น 0 นั่นคือ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยสามารถจัดการกับนักเล่นเกมที่บุกรุกสถานที่ต้องห้าม เช่น วัง สุเหร่า ฐานขุดเจาะน้ำมัน หรือฐานทัพได้ทันที

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม ออกแถลงการณ์ระบุ แอพพลิเคชั่นเกมแบบนี้ คนที่ดาวน์โหลดไปจะเสี่ยงต่อการถูกสอดแนมหรือสปายได้โดยง่าย ส่วนที่อียิปต์ ภาครัฐกำลังศึกษาเงื่อนไขเกมโปเกมอน โก ทั้งหมด เพื่อหาทางรับมือให้เกิดปัญหาและอันตรายน้อยที่สุด

ส่วนที่เมืองจีนนั้นยิ่งไม่ต้องฝัน แทบจะไม่มีทางที่โปเกมอน โก จะบุกเข้ากำแพงเมืองจีนไปได้ นอกเสียจากการร่วมมือกับบริษัทจีนอย่าง อาลีบาบา (Alibaba) หรือไป่ตู้ (Baidu) เพื่อขอพัฒนาเกมบนแผนที่ของทั้ง 2 บริษัท ซึ่งจำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐบาลจีนอยู่ดี

กสทช.–หน่วยงานความมั่นคงวิ่งพล่าน!

ในส่วนของประเทศไทยเรานั้น ในทันทีที่ผู้พัฒนาโปรแกรมได้เปิดให้เมืองไทยได้เล่นเกมโปเกมอน โก พร้อมกับประเทศอื่นๆอีก 15 ประเทศนั้น สาวกโปเกมอนเมืองไทยก็ไม่ยอมพลาดขบวนรถไฟสายนี้ พื้นที่ที่เป็น “แลนด์มาร์ก” ของประเทศ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ปราสาท วัดวาอาราม หรือสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหลาย ถูกสาวกโปเกมอนแห่แหนเข้าไปจับกลุ่มไล่จับโปเกมอนกันอย่างครึกครื้น ทำเอาผู้คนในสังคมตื่นตัวกันขึ้นมาทันที

และก็เช่นเดียวกัน ความคลั่งไคล้เกมดังกล่าว ได้ทำให้เกิดปัญหา มีผู้เล่นบางคนบุกรุกเข้าไปยังสถานที่ต้องห้าม หรือเล่นเพลินจนเกิดอุบัติเหตุจนต้องหามเข้าโรงพยาบาลกันมาแล้ว หลายฝ่ายถึงกับออกโรงเรียกร้องให้รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาควบคุม กำกับดูแลก่อนจะเตลิดเปิดเปิงมากไปกว่านี้

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ “กสทช.” ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางในการรับมือกระแสคลั่งไคล้ไร้ขีดจำกัดที่ว่านี้ จนได้ข้อสรุปที่ กสทช.จะทำหนังสือถึงไนอานติก เพื่อขอให้เพิกถอนจุด Pokestop (จุดเก็บคะแนน) ในพื้นที่สำคัญๆ 4 แห่ง อันได้แก่ 1.บริเวณสถานที่อันตราย เช่น ริมทางรถไฟ ริมแหล่งน้ำ ฯลฯ 2.ศาสนสถานและโบราณสถาน เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด 3.สถานที่ราชการ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น และ 4.พื้นที่ส่วนบุคคล เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม เป็นต้น

พร้อมกันนี้ กสทช.ได้สั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย จัดทำคู่มือในการเล่นเกมที่เหมาะสม ดูแลคุ้มครองผู้เล่นในเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น โดยส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เตือนเป็นระยะ ในกรณีที่เห็นความผิดปกติของค่าใช้จ่าย

ส่วนประเด็นด้านความมั่นคงนั้น นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุเบื้องต้นยังไม่มีการหารือ แต่ กสทช.ก็กำลังเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะกระทบต่อความมั่นคงในระดับใด

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที กล่าวว่า จากการดูข้อตกลงการเล่นเกมโดยละเอียดแล้ว พบว่าผู้เล่นต้องยินยอมให้ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสถานที่ ข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ เป็นต้น ดังนั้นสิ่งซึ่งผู้เล่นเกมต้องตระหนักเป็นอย่างมากก็คือ การยืนยันและยอมรับกับเงื่อนไขของเกมตั้งแต่ก่อนเริ่มเล่น ถ้าไม่ยอมรับจะเล่นเกมไม่ได้ จึงควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อน ถ้ายอมรับไม่ได้ ก็ไม่ควรเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมอะไร

แนะสร้างภูมิคุ้มกันเทคโนโลยีใหม่

ขณะที่มุมมองของนักจิตวิทยาให้เหตุผลว่า ทำไมคนไทยและทั่วโลกถึงคลั่งไคล้เจ้าเกม “โปเกมอน โก” กันมากมายและรวดเร็วถึงเพียงนี้

นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพเด็ก ระบุว่า “โปเกมอน โก” เป็นเกมที่แตกต่างจากเกมทั่วไป เพราะเป็นเกมในกลุ่มที่ผสมผสานระหว่างเกมในจิตนาการ และเกมในโลกจริง โดยสมมติว่า เราเป็นโปเกมอน เทรนเนอร์ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเกมยังถูกจริตคนไทยอีกด้วย เพราะมีความน่ารัก ไม่มีความรุนแรงมาก และพฤติกรรมที่ผ่านมา คนไทยชอบเกมสะสมของ เลี้ยงสัตว์ ส่วนเหตุผลที่คนติดเกมนี้มากขึ้น คือระบบของโปเกมอน โก จะให้รางวัลตลอดเวลา ไม่เหมือนเกมอื่นๆที่ยากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อไม่สามารถผ่านด่านได้ คนจะเบื่อและเลิกเล่น

“ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับรัฐบาลที่เข้ามาให้ความสนใจในเรื่องนี้ จริงอยู่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายร้ายแรงขึ้นมา เราอาจจะเรียนรู้จาก “บทเรียนจากความสูญเสีย” แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราสามารถรับมือกับมันได้โดยยังไม่ต้องมีความสูญเสีย และถ้าจะเรียนรู้จากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ทางการออกแนวทางในการเล่นออกมา ย้ำเตือนให้คนที่เล่นเห็นซ้ำๆ และค่อยๆซึมซับจนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม และของเราไม่ต้องอายที่จะทำแบบเขา ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเรื่องตลก เพราะคนทั่วโลกเขาเล่นกันอยู่แล้ว”

เราอาจใช้ “โปเกมอน โก” เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเข้ามา เพราะในอนาคตภายใต้สังคมฐานดิจิตอลที่ประเทศเรากำลังเดินไปสู่นั้น จะมีเกมหรือแอพพลิเคชั่นในลักษณะเสมือนจริงที่ก้าวล้ำขึ้นมาอีกมาก เพราะในแง่ธุรกิจมันสนุกและขายได้ แทนที่จะไปกีดกัน เราควรจะเปลี่ยนสิ่งที่มองว่าเป็น “วิกฤติ” นี้ให้เป็น “โอกาส” สร้างสังคมไทยที่เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ของสังคมไทย

“ถ้าเราย้อนกลับไปในช่วงที่เฟซบุ๊ก หรือไลน์ เข้ามาใหม่ๆ สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน กลายเป็น “สังคมก้มหน้า” และเมื่อโปเกมอน โก เข้ามา จากสังคมที่เอาแต่นั่งก้มหน้าอย่างเดียว ก็กลายเป็นเดินก้มหน้า วิ่งก้มหน้า ขับรถก้มหน้า ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรับมือและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ภายใต้บรรทัดฐานใหม่ทำให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่คงไม่ใช่การแบนไม่ให้เล่นเกมไปเลย เพราะการแบนอาจเป็นการดูถูกทั้งตัวรัฐบาลและดูถูกประชาชนของเราเองว่าไม่สามารถปรับตัว และสร้างภูมิคุ้มกันเทคโนโลยีใหม่ได้”

พร้อมกันนี้ นพ.วรตม์ ได้เสนอแนวทางออกที่เหมาะสมว่า รัฐบาลควรวางกรอบในการดูแล แต่ไม่ใช่การบังคับ เช่น ไม่ควรเข้าไปเล่นในพื้นที่ความมั่นคง ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม หรือเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ส่วนเรื่องจะไปกำหนดจุดต่างๆ ว่าจุดนั้นเล่นได้ หรือไม่ได้ คงลำบาก เพราะทางไนอานติกคงไม่สนใจข้อเรียกร้องของเรามากนัก

ขณะเดียวกัน พลังของภาคประชาชนก็เป็นอีกส่วนที่จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ได้ ซึ่งไม่ใช่การขัดแย้งหรือไม่พอใจกัน แต่เป็นการช่วยกันระมัดระวัง คนที่ไม่เล่นก็ต้องยอมรับคนที่เล่น ส่วนคนที่เล่นก็ต้องเข้าใจในสิทธิของตนและคนอื่น ไม่ละเมิดหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีคนเตือนก็ควรจะรับฟัง หรือหากทุกคนทำงานอยู่ เราไปเล่นก็ทำให้คนอื่นเสียสมาธิ ถือเป็นการไม่เคารพคนอื่น

สุดท้ายสำหรับพ่อแม่ที่กำลังกลุ้มใจกับลูกๆ ที่ติด“โปเกมอน โก” หรือกำลังร้องขอเล่น มีข้อเสนอแนะว่า ให้เริ่มข้อกำหนดของเกมที่มีระเบียบให้คนที่เล่นควรเป็นเด็กอายุไม่น้อยกว่า 13 ปี หลังจากนั้นก็ให้ดูพฤติกรรมของลูกเราเองเป็นหลัก ถ้าลูกของเรามีพฤติกรรมติดเกมอยู่แล้ว หรือเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีความระมัดระวังตัว หรือมีโอกาสที่จะควบคุมลูกไม่ได้ ก็อาจจะไม่ควรอนุญาต แต่หากจะอนุญาต ควรจะต้องมีการพูดคุย วางเงื่อนไขให้ชัดเจนว่าจะเล่นได้เมื่อไร เช่น หลังทำการบ้านเสร็จ เล่นได้กี่ชั่วโมง ห้ามออกนอกบ้านหลังกี่โมง รวมทั้งจำกัดค่าใช้จ่ายในการเล่น

และถ้าจะให้ดี หากพ่อแม่ยอมให้ลูกเล่น พ่อแม่ควรโหลดเกมนี้มาลองเล่นเพื่อทำความเข้าใจ และเป็นไปได้ก็เล่นไปด้วยเสียเลย.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปเศรษฐกิจทีมเศรษฐกิจโปเกมอน โกPokemon GoไนอานติกNianticธุรกิจโปเกมอน โกจับโปเกมอนคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้