Thairath Logo
กีฬา

ไม่รับ‘ร่างรธน.’ 43องค์กร ไม่เอาถามพ่วง

Share :
line-share-logo

วรเจตน์ซัดมัดตราสังคนไทย ‘ปู’โพสต์ชวนไปลงประชามติ ธงกาแฟ‘กาโน’ก็โดนเก็บด้วย

จับตา “อภิสิทธิ์” บินกลับจากนิวยอร์กจับเข่าถกบิ๊ก ปชป. นัด 26 ก.ค. นัดแถลงจุดยืน ปชป.คว่ำร่าง รธน. ชูอุดมการณ์พรรค 70 ปี ไม่สนับสนุนวิถีเผด็จการทุกรูปแบบ ติร่างฉบับ “มีชัย” ประชาธิปไตยถดถอย เนื้อหาบางส่วนเอื้อสืบทอดอำนาจ “ปู” โพสต์ปลุกคนไทยใช้สิทธิรักษาประชาธิปไตย “วัฒนา” ดักคอกลัวถูกโกง ยกตุรกีโมเดล-พ.ค.ทมิฬ เตือนสติ คสช. เครือข่ายนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ผนึกกำลังภาคประชาชน 43 องค์กร ประกาศโหวตโน จี้ คสช.ยุติคุกคามคนคิดต่าง “วรเจตน์” สับ รธน.ผ่านมัดตราสังสังคมไทย เปรียบระเบิดเวลานำไปสู่ความรุนแรงสูญเสีย “ไก่อู” โยงหลักฐานบุกรังนายก อบจ.เชียงใหม่มัดแก๊งแพร่ รธน.ปลอม ตร.-ทหารค้นบ้านนายกเล็กบ้านธิ แต่ไม่พบสิ่งผิด ก.ม. รอง ผบช.ภ.7 ควงรองผู้ว่าฯสมุทรสาครแถลงจับหนุ่มดาวน์ซินโดรมเผาบัญชีผู้มีสิทธิฯส่งศาล เมืองพิจิตรวุ่น “ไอ้จุก” หัวโจกนำฝูงลิงฉีกยับรายชื่อ พ่อเมืองศรีสะเกษผวาชี้นำ สั่งเก็บธงแดงกาแฟ “กาโน”

ยิ่งใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองและภาคประชาสังคมต่างๆยังออกมาแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ถูกจับตามองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะมีจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ล่าสุดนายอภิสิทธิ์เตรียมประกาศจุดยืนของพรรคในวันที่ 26 ก.ค. โดยมีการคาดหมายว่ามีแนวโน้มว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

“องอาจ” จี้ทุกฝ่ายเคารพจุดยืนผู้เห็นต่าง

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีผู้ออกมาแสดงจุดยืนเห็นชอบ และไม่เห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆว่า เป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะแสดงออกถึงจุดยืนของตนและหมู่คณะ แต่ในโลกสื่อโซเชียลมีปฏิกิริยาแสดงออกต่อผู้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว บิดเบือนข้อเท็จจริง หวังทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่แสดงออกดังกล่าว ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อให้การทำประชามติเดินหน้าโดยราบรื่น ทุกฝ่ายควรคำนึงถึงพื้นฐานที่สำคัญคือ 1.ไม่ควรสร้างบรรยากาศการทำประชามติ เป็นเรื่องการเอาชนะคะคานกันโดยไร้เหตุผล 2.ไม่ว่าผลการทำประชามติจะออกมาว่ารับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรเป็นเรื่องแพ้ ชนะของฝ่ายใด แต่ควรทำให้ผลการทำประชามติเป็นชัยชนะร่วมกันของทุกฝ่าย 3.การทำให้เกิดชัยชนะร่วมกันของทุกฝ่ายได้ ต้องช่วยกันทำให้ผลการทำประชามติเกิดความชอบธรรม จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้เห็นชอบ และไม่เห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญให้ความเคารพจุดยืนที่แตกต่างของกัน และกัน พร้อมจะรับฟังความเห็นต่างด้วยเหตุผล

“มาร์ค” ถกผู้ใหญ่ก่อนแถลงจุดยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุในไลน์กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคว่าจะแสดงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญ หลังเดินทางกลับจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 24 ก.ค. และจะเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 25 ก.ค.นั้น นายอภิสิทธิ์จะหารือเป็นการภายในกับผู้ใหญ่ของพรรคอีกครั้ง คาดว่าจะแถลงอย่างเป็นทางการวันที่ 26 ก.ค. พร้อมสมาชิกพรรคระดับรองหัวหน้าพรรค 3-4 คนที่เห็นในทิศทางเดียวกัน โดยพรรคไม่มีมติเรื่องนี้ เนื่องจากจัดประชุมไม่ได้ตามคำสั่ง คสช.

ปชป.ยึดคำประกาศไม่รับร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์จะประกาศจุดยืนพรรค โดยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง โดยมีเหตุผลหลักคือ พรรคถือเป็นสถาบันทางการเมืองที่อยู่มายาวนาน 70 ปี ต้องมีท่าทีและจุดยืนที่ชัดเจนต่อสังคมในกรณีสำคัญทางการเมือง และคำประกาศอุดมการณ์ของพรรคที่มีแต่ต้นคือ ไม่สนับสนุนและวิถีแห่งเผด็จการทุกรูปแบบ อีกทั้งเคยเป็นอดีตนายกฯที่จบการศึกษาจากประเทศต้นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และเคยระบุก่อนหน้านี้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อด้อยมากกว่าข้อดี โดยเฉพาะความเป็นประชาธิปไตยถดถอยจากรัฐธรรมนูญปี 40 และฉบับปี 50 ที่ผ่านการทำประชามติ ในเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ทั้งกรณีการศึกษาฟรี 12 ปี สิทธิชุมชน และมีสาระบางส่วนในร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ และการไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริงซึ่งไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย จึงไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญนี้

“วิลาศ” ส่ายหน้าไร้อาวุธปราบโกงจริง

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในกลุ่ม 3 ว. กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า 1.เป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าฉบับปี 40 และ 50 มีการจำกัดสิทธิประชาชน 2.ที่อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนั้น ยังไม่มีมาตรการพิเศษใดที่จะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงมากไปกว่าฉบับอื่น 3. ที่กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการมัดมือชกให้เดินตามแผนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาล คสช.กำหนด ไม่ได้มาจากวิถีทางประชาธิปไตย 4.การเลือกบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ ไม่ได้มาจากตัวแทนที่ยึดโยงกับประชาชน แต่สรรหาจากผู้มีอำนาจและเครือข่ายคือ ส.ว.สรรหาหรือแต่งตั้ง 5.การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว โดยเอาคะแนนของ ส.ส.เขตไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน

“นิพิฏฐ์” คาด รธน.ผ่านเพราะความกลัว

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามโพลสำนักต่างๆ ส่วนใหญ่ประเมินว่ารัฐธรรมนูญนี้จะผ่าน ส่วนตัวคิดว่าผ่านเช่นกัน เพราะฝ่ายเห็นต่างไม่กล้าแสดงความคิดเห็น กลัวว่าจะผิดกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนให้รับใช้สิทธิได้เต็มที่ ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือการส่งข้อความหรือแชร์ในไลน์หรือเฟซบุ๊ก อ้างว่าเป็นตัวสรุปสาระของร่างรัฐธรรมนูญ 6 ข้อ คือ 1. คดีความต่างๆที่เกิดขึ้นทางการเมืองไม่มีวันหมดอายุความ 2.หากนักการเมืองโกงกิน คอร์รัปชัน ผลาญงบฯ มีโทษหนัก คือ ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต ไม่รอลงอาญาและมิให้ประกันตัว 3. หากร่ำรวยผิดปกติ ฟอกเงิน ยักยอกทรัพย์สินของทางราชการหรือ งบประมาณแผ่นดินไปเป็นของตนเองหรือพวกพ้อง นักการเมืองต้องโทษจำคุก 15 ถึง 30 ปี และยึดทรัพย์ 4. หากบริหารประเทศผิดพลาดทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือเป็นหนี้มหาศาล ต้องโทษจำคุก 15 ถึง 30 ปี 5.เมื่อมีคดีติดตัวและอยู่ระหว่างการดำเนินการของศาลหรือองค์กรอิสระ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศเด็ดขาด 6. ห้ามมิให้นักการเมืองใช้ช่องทาง VIP มิให้อำนวยความสะดวกให้แก่นักการเมือง ห้ามโดยสารเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสฟรี ข้อเท็จจริงไม่มีระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเลย แต่มีขบวนการปลุก ระดมความคิด ใส่ร้ายให้เกลียดชังนักการเมือง หนำซ้ำหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ติดตามลงโทษ ทั้งที่เข้าข่ายผิดมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ

“ปู” โพสต์ปลุกคนใช้สิทธิรักษา ปชต.

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.59 นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่ออนาคตประเทศ ถือเป็นครั้งสำคัญที่ใช้คะแนนรับหรือไม่รับร่างมีคะแนนมากกว่ากัน โดยไม่ได้คิดจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงมีจำนวนเท่าไหร่ ดังนั้น การออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อ 1. ดำรงรักษาประชาธิปไตย 2. เลือกอนาคตว่าเราเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ที่จะใช้ในการบริหารบ้านเมืองต่อไป และ 3. ประชาชนได้รับประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อประเทศอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนให้ไปร่วมกันใช้สิทธิเสรีภาพกันมากๆ เพื่อแสดงออกทางความคิด และร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศด้วยวิถีทางที่เป็นประชาธิปไตย

“วัฒนา” ตีปี๊บไม่รับ–ดักคอผวาถูกโกง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า มีหลายคนโต้แย้งว่า หากลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เชื่อว่ามีคนจำนวนมากยังเข้าใจผิด แต่หากลงมติเห็นชอบเท่ากับยินยอมให้ 1. คสช.อยู่ต่อไปจนกว่ามีรัฐบาลใหม่อย่างน้อย 18 เดือน หรือนานกว่านั้น 2.อนุญาตให้ กรธ.ไปเขียนกฎหมายลูกที่สำคัญได้ตามใจชอบอีก 10 ฉบับ โดยประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะเขียนเสร็จเอาเข้า สนช.พวกเดียวกันให้ความเห็นชอบได้เลย 3.จะต้องทนอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งชีวิต เพราะเงื่อนไขที่ กรธ.กำหนดทำให้แก้ไขยากหรืออาจกล่าวว่าไม่สามารถแก้ไขได้เลย แต่หากลงมติไม่เห็นชอบ แม้จะต้องมานับหนึ่งเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกใหม่ กลับจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ประชาชนจะมีสิทธิมีเสียงมากกว่าเดิม ส่วนการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นปี 2560 ตามที่ คสช.รับปากไว้ ไม่มีใครกล้าเบี้ยวประชาชน เหตุการณ์ที่ตุรกี หรือ พ.ค.35 เป็นตัวอย่างให้เผด็จการเห็นว่า อย่าอวดดีกับประชาชน ดังนั้น การไม่เห็นชอบ จึงดีกว่าทุกประการ มาถึงวันนี้กลัวแค่ถูกโกงเท่านั้น

ติงอย่ามุ่งยัดเนื้อหาฝ่ายเดียว

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลให้มีเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเป็นเวทีปิดว่า รัฐบาลและ คสช.อาจกังวลมากเกินไปว่า ประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารหรือความเห็นที่อาจไม่ตรงกับ คสช. เหมือนจัดเพื่อแก้เกี้ยวจะมีประโยชน์อะไร การทำประชามติคือ การขอเสียงจากประชาชนทั้งประเทศ แต่ไม่เปิดโอกาสให้สาธารณชนรับรู้รับทราบ มุ่งแต่นำเสนอเนื้อหาฝ่ายเดียว การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรอบด้าน คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน จะได้นำข้อมูลไปเปรียบเทียบ ใช้วิจารณญาณตัดสินใจ ทั้งนี้ทุกอย่างมีสองด้าน ประชาชนจะเลือกด้านใดควรมีสิทธิจะรับข้อมูลทั้งสองด้าน

ปูดงัดโปรโมชั่นล่อใจเห็นชอบ

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอสั่งการไปยัง กำนันผู้ใหญ่บ้านเชิญชวนคนมาใช้สิทธิ์ให้ได้ 80% ทุกหมู่บ้าน มิเช่นนั้นจะไม่ผ่านการประเมินต่ออายุผู้ใหญ่บ้านเมื่อครบ 5 ปีว่า เป็นการสั่งที่สร้างความ ลำบากใจให้ผู้ปฏิบัติ ถึงวันนี้รัฐบาลทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ บางอำเภอระดมสรรพกำลังทุกอย่าง ไม่ว่าพูดทางตรงหรือทางอ้อม หรือการสนับสนุนเรื่องงบประมาณหมู่บ้านละ 200,000 บาท ให้เร่งเบิกจ่ายภายในสิ้นเดือน ก.ค. การวัดตัวเพื่อตัดชุดให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเงินกองทุนหมู่บ้าน การลงทะเบียนช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาทไม่เกิน 10 ไร่ ทั้งที่ควรทำหลังการลงประชามติก็ได้ แต่ กกต.กลับไม่สนใจแต่อย่างใด ขอบอก กกต.ว่าเจตนาแบบที่รัฐบาลทำอยู่เป็นการเจตนาหวังผลต่อการลงประชามติหรือไม่ ช่วยชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วย จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

เครือข่ายอาจารย์–ภาค ปชช.ไม่รับ รธน.

ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองหรือ คนส. นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 43 องค์กร ร่วมกันจัดงาน “ใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญ กำหนดอนาคตประชาชน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้กลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนได้เข้าร่วมแสดงจุดยืนต่อการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมใจใส่เสื้อข้อความโหวตโน ทยอยเดินทางเข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น พร้อมทั้งยังมีการแจกจ่ายหนังสือ “ก้าวข้าม” ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม ที่มีเนื้อหาเชิญชวนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันที่บริเวณถนนหน้าหอประชุมไปจนถึงสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ มีการจัดกิจกรรมพื้นที่แสดงออกของสามัญชน โดยไฮไลต์คือ นิทรรศการเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบกำแพงขนาดใหญ่ นำร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง แต่ละบทมาขยายให้ประชาชนอ่านก่อนลงประชามติ และยังมีซุ้มตลาดนัดรัฐธรรมนูญกินได้ การแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และจัดแสดงดนตรี เป็นต้น

12 ภาคี ปชช.ผนึกกำลังโหวตโน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.30 น.เวทีวิชาการเริ่มขึ้นด้วยการแถลงข่าวจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 12 องค์กร พร้อมอ่านแถลงการณ์ แจกแจงเหตุผลการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วย เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กลุ่มสมัชชาคนจน เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของเหมืองแร่ประเทศ เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ และกลุ่มกะเหรี่ยงภาคเหนือ กลุ่ม FTA Watch และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายพลเมืองเน็ต เครือข่ายการศึกษาทางเลือก สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรา 44 และคำสั่ง คสช.เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิ ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (permatamas) ภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมชายแดนใต้

“วรเจตน์” ฉะระเบิดเวลามัดตราสังคนไทย

ต่อมานายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ.แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ประชามติ 7 สิงหากับอนาคตสังคมไทย” ว่า หากร่าง รธน.ฉบับนี้ผ่านประชามติ จะเป็นการมัดตราสังสังคมไทย ที่ผ่านมาไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดจะแก้ได้ยากเท่านี้ หากผ่านไปได้จะเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและสูญเสียขึ้นอีกในอนาคต ถ้าผ่านประชามติ หัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจต่อไปอีกตามมาตรา 44 อีกทั้งบรรดาคำสั่งประกาศ คสช. ยังเป็นมรดกตกทอดต่อไป เอกสารที่ กกต.แจกตนก็ได้รับมีข้อมูลที่มา ส.ว.เขียนไว้ไม่ถูกต้อง พยายามอธิบายที่มาของ ส.ว.แต่จบด้วย ส.ว.ไม่ควรมาจากการเลือกตั้ง ควรมาจากการคัดเลือกกันเอง ขณะที่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะทำอะไรได้ลำบากมาก ต้องทำตามกรอบ มีการเพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ กำหนดมาตรฐานจริยธรรม ส่งผลให้สถานะของฝ่ายการเมืองไม่แน่นอน เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขียนไว้จนอ่านแล้วเคลิ้ม แต่เปิดช่องให้จำกัดสิทธิ หัวหน้า คสช.มีอำนาจต่อไปตามมาตรา 44 อีกจนกว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างต่ำ 15 เดือน

43 องค์กรแถลงคว่ำบี้ คสช.ยุติคุกคาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของกิจกรรมนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. ร่วมกับนักวิชาการ ตลอดจนแกนนำ เครือข่ายภาคประชาชน 43 องค์กร ประกาศจุดยืน บนเวทีที่จะไม่รับร่าง รธน. พร้อมได้อ่านแถลงการณ์ ร่วมในนามเครือข่ายนักวิชาการนิสิตนักศึกษาและประชาชน 43 องค์กร ใจความสรุปว่า วันที่ 7 ส.ค.จะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งกำหนดอนาคตของสังคมไทย เพราะเป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)และเครือข่ายองค์กรนิสิตนักศึกษาและประชาชนรวม 43 องค์กร มีความเห็นร่วมกันที่จะ “โหวตโน” ไม่รับร่าง รธน.และคำถามพ่วง ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมา และขอเรียกร้องให้ คสช.หยุดกดดัน คุกคาม ดำเนินคดีผู้ที่คิดต่าง เพื่อให้การลงประชามติเป็นไปอย่างเปิดเผยและยุติธรรม หยุดการใช้กลไกของราชการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพียงด้านเดียว ตรงกันข้ามต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั้งที่ได้แสดงความเห็นและได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน

“เทือก” ชี้ รบ.–คสช.อยู่ต่ออีกปีครึ่ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงทำงานของ คสช.หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติประกาศใช้บังคับแล้ว มาตรา 265 ของร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า คสช.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญใช้บังคับ จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่ หลังการเลือกตั้งทั่วไปมารับหน้าที่ ดังนั้น ทั้ง คสช.และรัฐบาลยังมีภาระหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อประเทศชาติ ใครที่คิดว่าอยากให้อยู่นานถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านแล้ว คสช.และรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ออกไปอีกปีครึ่งเป็นอย่างน้อย ซึ่งเพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาประเทศ และเริ่มต้นเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

ร้องเอาผิด กรธ.ม. 61 วรรคสอง

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 25 ก.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือต่อประธาน กกต.ให้ดำเนินคดีกับ กรธ.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเร่งด่วน เนื่องจาก กรธ.ได้จัดทำเอกสาร “คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ” ในลักษณะชี้นำด้านดีด้านเดียวให้ประชาชนที่ได้อ่านข้อความในเอกสารไปใช้สิทธิออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงลงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ที่ห้ามเผยแพร่ภาพ เสียง สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อใดๆ โดยมุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ถือว่าก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และหาก กกต.เพิกเฉยจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

กรธ.เชื่อป่วนประชามติแค่ปั่นข่าว

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณีการฉีกทำลายและเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติในหลายพื้นที่ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง หากคิดว่ามีคนสั่งการจะมองแง่ลบเกินไป แต่คนในพื้นที่ทราบดีว่ากลุ่มเด็กที่ก่อเหตุอาศัยอยู่ในชุมชนหรือไม่ ปัญหาขณะนี้คือไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ ดังนั้นแต่ละชุมชนต้องช่วยกันหาข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่อยากคิดว่าเป็นการก่อกวนทางการเมือง ยังเชื่อว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองคงไม่เหมือนกับการเลือกตั้งที่แต่ละพรรคการเมืองจะทุ่มเททุกอย่าง เพื่อให้ได้ชัยชนะ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการทำให้เป็นข่าว คงไม่มีใครเสียเงินเสียทองให้หัวคะแนนมาดำเนินการ

หยันนักการเมืองโหนเกาะกระแส

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ช่วงโค้งสุดท้ายจะไปเผยแพร่ตามเวทีที่จัดขึ้นตามเวทีต่างจังหวัดที่ กรธ.จัดขึ้นทุกสัปดาห์ แต่ไม่ใช่ลักษณะดีเบตออกทีวี ถกเถียงกับใคร ถ้า กรธ.ทำอาจสุ่มเสี่ยง ถูกมองเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน ในสัปดาห์หน้า กรธ. จะจัดเวทีเผยแพร่รัฐธรรมนูญแก่สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้าไทย และสมาคมอุตสาหกรรม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะไปร่วมบรรยายด้วย ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นบริษัทและบ้านของคนสนิทของนายก อบจ.เชียงใหม่ พบเอกสารบิดเบือนและต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ดำเนินการ แต่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทำประชามติ เป็นไปตามกระแสที่นักการเมืองอยากให้มีการเลือกตั้ง จึงมาสะท้อนให้เห็นว่าเขายังมีตัวตน คงไม่มีอะไรมาก ถ้าใครออกมาทำอะไรตอนนี้มากคงไม่คุ้มกัน เนื่องจากมีกฎหมายประชามติอยู่

ประกาศไม่ร่วมวงดีเบตทุกเวที

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การที่ กรธ.ไม่ร่วมเวทีดีเบตที่จัดโดย กกต.รวมทั้งจะไม่ไปในนามส่วนตัว รวมถึงเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ 77 จังหวัดด้วย ควรให้บุคคลภายนอกเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า แต่หากพบสิ่งที่คลาดเคลื่อน กรธ.จึงจะชี้แจง ส่วนกรณีมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-NET) ขอร่วมสังเกตการณ์การชี้แจงการทำประชามติ ไม่ได้ปิดกั้นการสังเกตการณ์ การชี้แจงของครู ก. ครู ข.และครู ค.ไปได้ มั่นใจว่าเครือข่ายครูทำได้ดี บางคนถ่ายทอดการทำประชามติได้ดีกว่าที่คิด

สนช.กังวลปล่อยข่าวลวงโค้งสุดท้าย

ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีการจัดสัมมนาสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกระบวนการออกเสียงประชามติ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.กล่าวในการสัมมนาตอนหนึ่งว่า การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศร่วมตัดสินใจให้ประเทศเดินหน้า เชื่อว่า ความมั่นคงยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการปฏิรูปประเทศ เราต้องการทำความเข้าใจกับประชาชน โดยสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ต้องอ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ขอให้ประชาชนศึกษาร่างรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง ขณะนี้ใกล้ถึงวันที่ 7 ส.ค. เริ่มมีข่าวลวงออกมามาก ความหวังที่จะแก้ปัญหาของประเทศในอดีต ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิลงคะแนนให้มากที่สุดด้วย

“สมชัย” โวบัตรออกเสียงปลอมยาก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า กกต.จัดพิมพ์บัตรออกเสียง 54 ล้านใบ วันที่ 25 ก.ค. จะพาสื่อมวลชนไปดูขั้นตอนการจัดส่งบัตรออกเสียงที่โรงพิมพ์จันวาณิชย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเหลือการจัดส่งไปยังหน่วยออกเสียงทั่วประเทศอีก 2 ลอต หลังจากทยอยจัดส่งบัตรออกเสียงไปยังพื้นที่ห่างไกล ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. โดยจะมีรถนำขบวนปิดหัวท้าย รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันความปลอดภัยสูงสุด และบัตรจะถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัยจนว่าจะถึงสองวันก่อนวันออกเสียง จึงจะแจกไปยังหน่วยออกเสียงในพื้นที่นั้นๆ สำหรับว่าจะมีการปลอมบัตรออกเสียงหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีทางปลอมได้แน่นอน การทำบัตรออกเสียงครั้งนี้มีระบบป้องกันเหนือกว่าบัตรเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา

นายกฯสั่งเข้ม ก.ม.อย่าให้ใครบิดเบือน

วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังเผยแพร่จดหมายร่างรัฐธรรมนูญปลอมที่ จ.เชียงใหม่ ว่า จากการเข้าจับกุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากนายกฯเคยสั่งการไปก่อนหน้านี้แล้ว ช่วงที่มีเด็กอายุ 8 ขวบฉีกกระดาษบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสานงานกัน ป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนหรือชี้นำ

บุกรังนายก อบจ.เชียงใหม่ มัดปลอม รธน.

เมื่อถามว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นคำตอบต่อข้อสงสัยที่ว่า ไม่มีการปลอมร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญตอบว่า ใครพูดอะไรไว้ วันนี้หลักฐานมันออกมา สังคมได้ประจักษ์ เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองในสิ่งที่พูด ที่มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามพูดแบบนี้ และหลังจากนี้ คงไม่สั่งการให้จับตาอะไรเป็นพิเศษ เดี๋ยวจะว่าไปไล่ล่าการเมือง นายกฯไม่อยากให้เป็นแบบนั้น รัฐบาลมีหน้าที่อย่างเดียวคือ ดูแลให้เกิดความเรียบร้อยภายใต้กฎหมาย

“วัชระ” จี้ คสช.สาวต้นตอ จม.บิดเบือน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นการค้นไม่ผิดจุด ชาวเมืองล้านนาต่างรู้ดีว่า นายบุญเลิศ บูรณปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นเด็กเส้นสายตรงของเจ๊ ด.จึงไม่แปลกใจ แต่ทางราชการต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าวถ้าผิดกฎหมาย ผิดอย่างไร อย่าให้อีกฝ่ายเอาไปบิดเบือนได้อีก เพราะเจ๊ ด.ไม่ธรรมดามีวิทยายุทธ์สูง อิทธิพลของระบอบทักษิณจึงครอบคลุมไปทั่วล้านนา เมื่อ คสช.เอาจริงจะกวาดล้างความไม่ถูกต้อง ขอเรียกร้องให้สาวไปถึงต้นตอการผลิตเอกสารดังกล่าวและขอให้มีคำสั่งยกเลิกการให้ตำรวจไปนำขบวนรถเจ๊ ด.ได้แล้ว

อย่าตีตราบาปดำเนินคดีเด็ก 8 ขวบ

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ฉีกและเผากระดาษบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติว่า ผู้มีอำนาจไม่ควรสร้างตราบาปเด็ก 8 ขวบ รวมทั้งเด็ก ม.1 และ ม.2 ที่ทำไปเพราะความซุกซน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งหมดไม่ควรถูกดำเนินคดีและไม่ควรจะถูกสั่งฟ้อง เด็กๆอาจไม่มีเจตนาเล็งเห็นผลฉีกทำลายกระดาษเหล่านั้น เพื่อล้มหรือขัดขวางการลงประชามติ ที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิดอาญาตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงไม่ควรสั่งฟ้องเด็ก หากรัฐบาลมีความจริงใจและมีความปราณีต่อเด็ก ก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่าการทำให้เด็กมีคดีติดตัวไปชั่วชีวิต อย่าอ้างว่าต้องทำไปตามกฎหมาย เพราะทีพวกผู้ใหญ่ฉีกรัฐธรรมนูญ สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศ กลับได้นั่งชูคอหน้าสลอน แถมยังนิรโทษกรรมให้ตัวเองไม่ต้องรับโทษได้อีก ไม่เห็นมีใครถูกจับส่งโรงเรียนดัดสันดาน

ค้นบ้านนายกเล็กบ้านธิไม่พบสิ่งผิด ก.ม.

เมื่อเวลา 11.00 น.พ.อ.พงษ์มิตร ปินปันคง เสธ.กกล.รส.พล.ร. 7 จ.ลำพูน พร้อม พ.ต.อ.วชิระ กาญจนวิภาดา ผกก.สส.ภ.จ.ลำพูน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ.ลำพูน เข้าตรวจค้นบ้านไม้สักทรงไทย 2 ชั้น เลขที่ 149 หมู่ 13 ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ของนายวรชาติ ศรีไม้ อายุ 55 ปี นายกเทศมนตรีตำบลบ้านธิ จ.ลำพูน พบนายวรชาติอยู่ในบ้านกับนางหวัน ศรีไม้ อายุ 55 ปีภรรยาและหลาน 1 คน โดยนายวรชาตินำตรวจค้นบ้านชั้นล่างพบอาวุธปืนยี่ห้อบาเร็ตต้า สีดำ พร้อมซองกระสุนมีใบอนุญาตถูกต้อง ห้องนอนชั้น 2 และห้องหลานสาว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นห้องทำงานของนายวรชาติ ที่เทศบาลตำบลบ้านธิ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเช่นกัน

พ.อ.พงษ์มิตร ปินปันคง เสธ. กกล.รส.พล.ร.7 จ.ลำพูน กล่าวว่าเป็นการตรวจค้นเหตุการณ์เชื่อมโยงต่อเนื่องจากที่ตรวจค้นพบจดหมายรัฐธรรมนูญบิดเบือนที่ จ.เชียงใหม่และลำพูน นายวรชาติให้ความร่วมมืออย่างดี เป็นคนนำตรวจทุกซอกทุกมุม แต่ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้ทางการข่าวของเจ้าหน้าที่ทหารทราบว่าอาจจะมีส่วนพัวพันเกี่ยวกับจดหมายบิดเบือนรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หากคนไหนมีส่วนพัวพันเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ หากไม่พบก็ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เราต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กระทุ่มแบนฉกอีกรายชื่อประชามติ

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ร.ต.อ.ธนลภย์ ธราพร ร้อยเวร สอบสวน สภ.กระทุ่มแบน รับแจ้งว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน หายไปจากป้ายประกาศที่ตั้งไว้ภายในศาลาอเนกประสงค์ ปากทางเข้าหมู่บ้านพุทธชาด ติดสำนักงานประกันสังคมอำเภอกระทุ่มแบน ม.5 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงษ์ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน และทหารจากค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน จากการสอบถาม น.ส.สายฝน พึ่งปาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ท่าไม้ ระบุว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิฯ หน่วยที่ 7 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน หายไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. ช่วยกันค้นหาแต่ไม่พบ จึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน กล่าวว่า รายงานผู้บังคับบัญชาแล้วและสั่งการเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด คาดว่าอาจกระทำไปเพราะความคึกคะนอง ก็ต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดี

จับหนุ่มดาวน์ซินโดรมเผาบัญชีส่งศาล

ช่วงบ่าย ที่ สภ.กระทุ่มแบน พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รอง ผบช.ภ 7 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร ร่วมกับนายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผวจ.สมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผวจ.สมุทรสาคร และนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รอง ผวจ.สมุทรสาคร พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน แถลงผลการจับกุมนายโต้ง (นามสมมติ) ผู้มีอาการคล้ายผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้ก่อเหตุเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติหน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี ในศาลาอเนกประสงค์บ้านตาสด หมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ถูกเผาทำลาย เมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยนายโต้งยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุลงมือจุดไฟเผาบัญชีรายชื่อฯจริง เพราะเป็นอาการทางความคิดและพฤติกรรมส่วนตัวชอบจุดไฟเผากระดาษกิ่งไม้หรือเศษหญ้าเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแจ้งข้อกล่าวหาและจะได้นำตัวส่งศาลเพื่อฝากขังวันที่ 25 ก.ค. ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลและหลักฐานทางการแพทย์กับคำร้องขอของผู้ปกครองผู้ก่อเหตุที่มีลักษณะทางร่างกายและอาการทางความคิดไม่เหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป แม้จะพูดจารู้เรื่อง

ด้านนายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รอง ผวจ.สมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผวจ.สมุทรสาครเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จัดกำลังเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เผาและฉกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิฯซ้ำอีก จากหน่วยข่าวกรองเชื่อมั่นว่ามาจากการกระทำและความคิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมือง

“ไอ้จุก” นำฝูงลิงฉีกยับบัญชีผู้มีสิทธิ

ที่ จ.พิจิตร เมื่อเวลา 15.30 น. นายประยูร จักรภัทรกุล ผอ.กกต.ประจำ จ.พิจิตร ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.บรรจบ อุทาโย หน.สภ.ย่านยาว อ.เมือง พิจิตร ว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.ท.บรรจบกับพวกออกตรวจหน่วยออกเสียงประชามติที่ศาลาการเปรียญวัดหาดมูลกระบือ หมู่ที่ 1 พบว่าบัญชีรายชื่อ 15 แผ่น ถูกฉีก 5 แผ่น ประกาศ 7 แผ่น ถูกฉีกทำลาย พบลิงจำนวนมากบนศาลาวัด กำลังวิ่งหยอกล้อเล่นกันบนศาลาประมาณ 10 ตัว บางตัวมีกระดาษอยู่ในมือ สอบถามเด็กวัดชื่อ นายศุภฤกษ์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/3 ม. 1 ต. ย่านยาว อ.เมืองพิจิตร พยานในที่เกิดเหตุเห็นลิงขึ้นมาเล่นบนศาลาวัดและพากันเข้าฉีกทำลายประกาศรายชื่อที่ติดไว้บนศาลาวัด

ด้านพระมหาเมธี จันทะวังโส เจ้าอาวาสวัดหาดมูลกระบือ เปิดเผยว่า ลิงฝูงนี้อาศัยอยู่บริเวณต้นไม้ใหญ่ในวัดมานาน อยู่คู่วัดนับร้อยปี เหมือนลิง จ.ลพบุรี นิสัยซุกซน และมีเด็กๆที่มาเล่นภายในวัดเห็นว่าฝูงลิงเข้าทำลายป้ายประกาศรายชื่อลงประชามติ ด้าน ด.ช.พิษณุ โพธิ์อยู่ อายุ 14 ปี นักเรียน ชั้น ป.3 ร.ร.วัดหาดมูลกระบือ ที่มาวิ่งเล่นกับเพื่อนและเห็นฝูงลิงที่นำโดย “ไอ้จุก” เป็นผู้นำไปฉีกป้ายรายชื่อพร้อมเพื่อนๆลิงอย่างสนุกสนาน

สุดวิสัยย้ายหนี ติดตะแกรงป้องกัน

ต่อมานายประยูร จักรภัทรกุล ผอ.กกต.ประจำ จ.พิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่และ พ.ต.ท.บรรจบเดินทางไปยังศาลาวัดการเปรียญวัดหาดมูลกระบือเข้าตรวจสอบป้ายประกาศที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มบริเวณดังกล่าว พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.จรวย ผลประเสริฐ ผบก.ภ.พิจิตร นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.พิจิตร พล.ต.ท.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 ทราบตามลำดับชั้น

นายประยูร จักรภัทรกุล ผอ.กกต.ประจำ จ.พิจิตร เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นสุดวิสัย สอบสวนพยานแล้วเกิดจากฝูงลิงซุกซนไปฉีกป้ายประกาศ กกต.หาทางแก้ไขนำประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติมาติดใหม่ และขยับไปประมาณ 100 เมตร อยู่ในห้องเก็บของที่กว้างขวางของวัดหาดมูลกระบือและมีตะแกรงที่ลิงไม่สามารถเข้าไปได้ โดยฝากเจ้าอาวาสและพระช่วยกันดูแลต่อไป

สงขลา–อุดรฯฝนถล่มใบปะหน้าฉีกขาด

ขณะที่เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี รับแจ้งจากนางอำไพ กมลปราค์ ผญบ.หมู่ 16 บ้านดงคำ ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานีว่า ใบปะหน้าบัญชีรายชื่อออกเสียงประชามติ (อ.ส.6) ฉีกขาด จึงมอบหมายให้พ.ต.ท.ภูตะวัน มูลเมือง พร้อมชุดสืบสวนไปตรวจสอบทันทีได้พบนางอำไพ ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบพบว่าใบปะหน้าบัญชีรายชื่อ 2 แผ่นที่ติดอยู่กระดานหน่วยเลือกตั้งถูกพายุฝนพัดฉีกขาดหล่นอยู่หน้าห้องน้ำของศาลาหน่วยลงประชามติ นางอำไพ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.เกิดพายุฝนลมพัดแรงอาจทำให้ใบปะหน้าฉีกขาดไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ รายงานให้ประธานอนุกรรมการออกเสียงประชามติประจำอำเภอทราบว่าเกิดจากภัยธรรมชาติ

ที่ จ.สงขลา ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 107 และ 108 ย่านชุมชนทุ่งเสา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้รับความเสียหายเนื่องจากพายุฝนกระหน่ำ เจ้าหน้าที่ กกต.ต้องใช้ถุงพลาสติกมาสวมใบประกาศไม่ให้เปียกฝนเสียหาย แต่จากฝนที่ตกลงมาและสภาพอากาศชื้น ทำให้กระดาษเริ่มชื้น ข้อความซีดจางมองเห็นไม่ชัดเจน

ผู้ว่าฯศรีสะเกษสั่งเก็บธงกาแฟ “กาโน”

นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวถึง เรื่องที่เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความสงบ อ.อุทุมพรพิสัยจ.ศรีสะเกษ เพื่อสนับสนุนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 59 รับแจ้งว่าพบมีการเขียนข้อความตัวอักษรสีแดงว่า “กาโน” ใส่กระดาษสีขาวติดกับไม้ไผ่ ทำเป็นธงปักไว้สองข้างทางระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 ถึงสี่แยกบ้านสองห้อง หมู่ 8 ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ รวม 47 แผ่น อาจสร้างความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอภ.อุทุมพรพิสัยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปเก็บป้ายทั้งหมดออก และนำไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.อุทุมพรพิสัยแล้วนั้น

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ป้ายดังกล่าวเป็นของบริษัท กาโนเอ็กเซล เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายกาแฟสมุนไพรเห็ดหลินจือ โดยนายสาเล็ม อัลนะห์ดี กรรมการผู้จัดการบริษัท ได้จัดสัมมนาที่ร้านอาหารดวงดี หมู่ 8 บ้านสองห้อง ต.กำแพง อ.อุทุมพรพิสัย เมื่อวันที่ 23 ก.ค.มีการปักธงกระดาษสามเหลี่ยมมีข้อความว่า “กาโน” ริมถนน เพื่อบอกเส้นทางไปยังสถานที่จัดสัมมนา ไม่ได้เกี่ยวกับการปลุกระดมหรือชี้นำประชาชนไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้พบปะพูดคุยทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือให้หยุดการติดป้ายประชาสัมพันธ์นี้ชั่วคราว พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว

สแกนรอบ 2 ยึดหลักฐานปั๊ม รธน.ปลอม

เวลา 17.30 น. พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมตำรวจ สภ.แม่ปิง นำหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นบริษัท ทัศนาภรณ์ จำกัด เลขที่ 123 หมู่ 3 ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง ชั้นล่างเป็นห้องทำงานของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นรอบที่ 2 หลังตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นจับกุมลูกน้องคนสนิทและยึดรถ จยย.ของกลางที่นำจดหมายไปหย่อนตามตู้ไปรษณีย์ตามที่เป็นข่าวมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่พยานให้การซัดทอดว่าจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญที่นำไปแจกจ่ายตามตู้ไปรษณีย์นั้น ผลิตในบริษัทดังกล่าวจริง และหลักฐานถูกนำไปทำลายก่อนที่ตำรวจและทหารจะเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ปรากฏว่าพบเครื่องทำลายเอกสารถูกนำไปซ่อนไว้ด้านหลังบริษัท และพบเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญยังติดอยู่คาเครื่องจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังพบกองฟืนถูกเผาไปหมาดๆ เมื่อเอาไม้เขี่ยดูพบมีจดหมายร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกนำไปเผาทำลายทิ้ง ตามคำพยานให้การ จึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าไปเก็บหลักฐานอย่างรัดกุม เพื่อใช้ประกอบขออนุมัติออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ประชามติต่อไป

ฉีกทิ้งเกลื่อนชื่อคนใช้สิทธิร้อยเอ็ด

เมื่อเวลา 18.00 น. นายปริญญา นากลาง ผอ.กกต.ร้อยเอ็ด พร้อม พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด และ พ.ต.อ.นิมิตร จันทรศิริศรี ผกก.สภ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด ไปตรวจสอบป้ายและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ ที่ศาลาอเนกประสงค์ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา หมู่ 9 บ้านแหลมทรายทอง ต.โพนทราย อ.โพนทราย หลังรับแจ้งจากนายจุมพล ศรีสมสุข อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านแหลมทรายทองว่า ป้ายติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติถูกฉีกทิ้งกระจายไปทั่วบริเวณทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ ลักษณะฉีกแล้วขยำ

พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.ร้อยเอ็ด เผยว่า เบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ แต่เมื่อวันที่ 23 ก.ค. มีตลาดนัดมาเปิดอยู่ติดกับศาลาอเนกประสงค์ มีคนเห็นลูกหลานของพ่อค้าแม่ค้าอายุ 6-10 ขวบ พากันขึ้นไปเล่นอยู่ในบริเวณนั้นหลายคน อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ฉีกเอาบัญชีรายชื่อมาขยำแล้วขว้างปากัน ได้ประสานผู้จัดตลาดนัดและให้ตำรวจชุดสืบสวน ออกติดตามหาพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของว่ามีใครบ้างที่พาลูกหลานมาด้วย จากนั้นจะเชิญตัวมาสอบถามพร้อมกับเด็กต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...
ประชามติร่างรัฐธรรมนูญยิ่งลักษณ์ ชินวัตรวรเจตน์ ภาคีรัตน์ลิงฉีกบัญชีรายชื่อพิจิตรข่าวการเมืองข่าวไทยรัฐฉบับพิมพ์