วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศูนย์ปราบโกงฯ โดนบล็อก หันไปใช้โซเชียล

ศูนย์ปราบโกงฯ โดนบล็อก หันไปใช้โซเชียล

  • Share:
ตู่-นปช.ด่าบิ๊กตู่รุนแรง! ตจว.ทหารปลดป้ายหมด

ตำรวจ-ทหาร สนธิกำลังไล่บล็อกศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. ปูพรมปฏิบัติการพร้อมกันทั่วประเทศ ทำวันดีเดย์ 19 มิ.ย.นปช.จืดสนิท ศูนย์ใหญ่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ยกโขยง กว่าร้อยนายตรึงพื้นที่งัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน มาปิดศูนย์ “จตุพร” เดือดจวกแหลก “ประยุทธ์” เสียสัตย์ สับปลับ ล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ยังตื๊อลุยต่อเปลี่ยนกระบวนท่ามาเดินงานผ่านโลกโซเชียล พร้อมแก้เกมสั่งทุกที่เปลี่ยนป้ายเป็น “ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์ปราบโกงประชามติ” แทน ต่างจังหวัดเจ้าหน้าที่ บุกเยี่ยมทั่วถึง สั่งปลดป้าย ยึดเสื้อ เรียกไปคุย นปช.ขอนแก่นยอมยกธงไม่เปิดศูนย์ อุบลฯกระเจิงเปลี่ยนแผนไปเลี้ยงพระแทน นปช.ตากเจอจังๆขณะทำพิธี สมช.แจกแจงพฤติกรรมส่อสร้างความวุ่นวาย ขัดขวาง ความสงบ “ปณิธาน” ย้ำนายกฯพูดชัดแล้ว ขัดประกาศ คสช. คสช.ไม่ให้ราคา นปช.เคลื่อนไหวโลกโซเชียล เย้ยแค่พยายามเลี้ยงกระแส “วันชัย” ได้ทีเหยียบซ้ำตั้งศูนย์จงใจป่วน อัพค่าตัวจากนายใหญ่

สืบเนื่องจากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาสั่งการให้ฝ่ายความ มั่นคงพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 19 มิ.ย. หากผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ให้ดำเนินการทันทีนั้น

ตร.–ทหารบุกสกัดศูนย์ปราบโกง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 08.00 น. ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล รรท.ผบก.น.4 พ.ต.ท.พัฒนา เพศนาวิน รอง ผบก. น.4 พ.ต.ท.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.4 สน.โชคชัย ตำรวจ บก.อคฝ.หญิง รวมกว่าร้อยนาย พร้อมรถคุมขังผู้ต้องหา สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร.12 รอ. เข้าตรึงพื้นที่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เตรียมสกัดกั้นการแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของกลุ่มแนว ร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยกระจายกำลังบริเวณชั้นต่างๆ คัดกรอง ตรวจค้น ผู้คนที่เข้าออกในศูนย์การค้า ส่วนห้องศูนย์ปราบโกงประชามติ 7 ส.ค. ของกลุ่ม นปช. ที่ตั้งอยู่ชั้น 5 ที่กำลังอยู่ระหว่างการตระเตรียมความพร้อมในการจัดแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบ นายธีระวัฒน์ บุญอยู่ ผู้ประสานงานศูนย์ปราบโกงประชามติ ทราบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจเตรียมพร้อมจู่โจมเข้าปิดศูนย์ จึงเปลี่ยนแผนด้วยการปลดป้ายที่มีข้อความว่า ศูนย์ปราบโกงประชามติออก จากนั้นจัดทำป้ายผ้าไวนิลขนาดใหญ่มีข้อความว่า “ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์ปราบโกงประชามติ” มาติดหน้าห้องแทน

นำคำสั่ง คสช.บล็อกห้ามดำเนินการ

จากนั้นเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก. สน.โชคชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นายบุกเข้าไปยังศูนย์ปราบโกงประชามติ นำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ข้อ 12 ที่บัญญัติไว้ว่า ห้ามผู้ใดมั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาอ่านให้มวลชนเสื้อแดงที่มารอพิธีเปิดอยู่ในศูนย์ปราบโกงประชามติ ตลอดจนสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวได้ทราบ พร้อมระบุว่า การนัดหมายรวมตัวของ นปช.เพื่อแถลงข่าวเปิดศูนย์วันนี้ เข้าข่ายขัดคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 จึงต้องขอเชิญมวลชนเสื้อแดง และสื่อมวลชนทั้งหมดออกจากห้องศูนย์ปราบโกงประชามติทันที นอกจากนี้ ผกก.สน.โชคชัย ยังนำหนังสือมายื่นต่อฝ่ายบริหารของสถานีโทรทัศน์พีซ ทีวี ระบุให้ทางสถานีงดการถ่ายทอดสด หรือออก อากาศ ที่สนับสนุนเกี่ยวกับศูนย์ปราบโกงประชามติด้วย จากนั้นจึงสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวหน้าประตูทางเข้าออกศูนย์ ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าออก รวมทั้งแกนนำ นปช.ด้วย

“จตุพร” ฉะ “ประยุทธ์” เสียสัตย์

ต่อมาเมื่อแกนนำ นปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายนิสิต สินธุไพร นางธิดา ถาวรเศรษฐ นพ.เหวง โตจิราการ เดินทางมาถึงศูนย์ปราบโกงประชามติ แต่ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จึงแถลงข่าวที่หน้าประตูศูนย์ โดยนายจตุพรระบุว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งของเผด็จการสำรวยลืมคำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ควรไปตรวจ สอบคำพูดของตัวเองเคยบอกไว้ 3 ครั้งว่าเปิดได้ แต่พอไปประเทศอินเดียกลับมาสมองกลับ จำความที่ตัวเองพูดไม่ได้ จึงถือว่าล้มละลายในความน่าเชื่อถือ เพราะคนที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ควรที่จะมีเกียรติ ไม่ใช่สับปลับ หน้าไหว้หลังหลอก คนที่เสียสัตย์ ใช้ไม่ได้ ขอทำนายว่าจุดจบของ พล.อ.ประยุทธ์จะเหมือน พล.อ.สุจินดา คราประยูร หัวหน้าคณะ รสช.สมัยปี 2535 การนำกำลังตำรวจมาปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว และทุกจุดทั่วประเทศ เพื่อความสบายใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่โกรธ พล.อ. ประยุทธ์ แต่สงสัยยอมเอาเกียรติยศมาแลกกับเรื่องนี้ทำไม ทั้งที่ นปช.ต้องการให้การทำประชามติเป็น ไปด้วยความโปร่งใส และมีคนมาลงประชามติกัน มากๆเท่านั้น

ปรับกระบวนท่าใช้โลกโซเชียลแทน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นปช.จะหยุดดำเนินการศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศหรือไม่ ประธานนปช.ตอบว่า ทางพฤตินัยแม้มีการนำป้ายลงมาเพื่อความสบายใจของ คสช. แต่ยังไม่เลิก จะขอทำ หน้าที่นี้ต่อไป แม้ไม่มีสถานที่ไม่มีป้าย แต่ยังมีหัวใจ และความตั้งใจ โดยแนวทางการตรวจสอบโกงประชามติยังคงเหมือนเดิม ยังมีเฟซบุ๊กศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่จะเป็นที่รองรับการแจ้งทุกเรื่องที่มีการร้องเรียน นปช.ประเมินสถานการณ์มาตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องเจอแบบนี้ จึงไม่เกินความคาดหมาย ทำใจรอรับไว้แล้ว ศูนย์จะตั้งตรงไหนก็ได้ ร้านกาแฟ ร้านขายของชำก็ได้ เพราะภารกิจคือจับโกง เมื่อรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลแล้วก็จะแจ้งมายัง นปช.เพื่อเสนอต่อไปยัง กกต.เหมือนเดิม

“นิสิต” ซัดเผด็จการล้มประชาธิปไตย

ด้านนายนิสิตกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับศูนย์ปราบโกงประชามติ และขอให้กำลังใจทุก จังหวัด ขณะนี้ทราบว่าแทบทุกแห่งถูกยึดป้าย ถูกทหารบุกเชิญแกนนำเข้าค่ายทหาร มีการปิดกั้นทุกรูปแบบ รถทหาร ตำรวจ หลายสิบคันวิ่งตามหาป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติ สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่ประชามติที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการเอาเผด็จการมาล้มระบอบประชาธิปไตย ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. จึงขาดความชอบธรรม ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม

ตร.ปิดห้องเจรจาแกนนำ นปช.

ต่อมา พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล รรท.ผบก.น.4 พ.ต.ท.พัฒนา เพศนาวิน รอง ผบก.น.4 พ.ต.ท.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เข้าเจรจากับแกนนำ นปช.ที่ห้องประชุมสถานีโทรทัศน์พีซทีวี ชี้แจงว่า ที่มาขอให้ยุติการเปิดศูนย์นั้น เพราะเห็นว่าอาจจะเข้าข่ายขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 แม้วันนี้จะมีการปิดป้ายว่า ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์ปราบโกงประชามติแทนแล้ว แต่อยากขอร้องไม่ให้มีการพูดเรื่องการเมืองใดๆ เรื่องการทำประชามติขอให้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ กกต. ขณะที่นายจตุพรกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ศูนย์ปราบโกงประชามติเป็นการชุมนุมทางการเมืองอย่างไร ถ้าเข้าข่ายเป็นการชุมนุม การจัดงานใดๆของ กกต.ก็ถือว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองเช่นกัน อีกทั้งตำรวจมาห้ามทั้งที่ยังไม่ได้มีการรวมตัวกันเกิน 5 คน ไม่อาจจะรับได้ ตำรวจต่างหากที่ชุมนุมเกิน 5 คน

ขณะที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถ้ามีการกระทำเข้าข่ายก็จะดำเนินคดี แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกระทำในลักษณะดังกล่าว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยบอกมาว่าได้รับคำสั่งมาให้ดำเนินการอย่างไร เมื่อทาง ตำรวจถูกแกนนำ นปช.ตอบกลับไปเช่นนั้น จึงขอเปิดเจรจาลับ โดยเชิญสื่อมวลชนออกนอกห้อง

“เต้น” ยันภารกิจติดตามโกงยังมีอยู่

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการหารือกับเจ้าหน้าที่สรุปว่า นปช.จะไม่มีกิจกรรมใดๆในศูนย์ปราบโกง ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว และสถานีโทรทัศน์พีซทีวีก็จะไม่ถ่ายทอดสดศูนย์ปราบโกงประชามติ แต่ขอเรียกร้องเรื่องการจับประชาชนในส่วนภูมิภาค ที่จับแล้วก็ขอให้ปล่อยทันทีโดยไม่ดำเนินคดี เพราะไม่ได้ทำผิด ศูนย์ปราบโกงประชามติ นปช.ถือว่าได้เปิด โดยความรับรู้ของประชาชนทั่วประเทศไปแล้ว ประธานเปิดคือ พล.อ.ประยุทธ์ สิ่งที่เกิดวันนี้ อธิบายความไร้สาระของอำนาจรัฐว่า แค่ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมในการทำประชามติ ก็ปฏิบัติเหมือน กับเป็นบุคคลนอกกฎหมาย แต่ภารกิจติดตามการโกงประชามติยังคงมีอยู่ เพราะยังมีช่องทางโซเชียล ที่สามารถทำได้ แม้ไม่รู้ว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าหลังจากนี้คนพวกนี้จะทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง คืออะไร แต่ถ้าแค่ทำตามสิทธิ์ยังทำไม่ได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อะไรจะเกิดพวกตนก็พร้อมจะรับ ฝากถึงนายกฯด้วยว่าเอกสารที่มีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ กรณีหน่วยงานสังกัดกองทัพภาคที่ 3 สั่งการให้ติดตามเป้าหมายโดยเฉพาะพวกฮาดคอร์ ให้มีการดีลีตหรือจับตาย เอกสารนี้จริงหรือไม่ เพราะไม่รู้ความหมายว่าฮาดคอร์คืออะไร คนแค่ขึงป้าย ผ้าจะเข้าข่ายหรือไม่ ส่วนในวันที่ 20 มิ.ย. ที่นัดหมายกับผู้แทนยูเอ็นไปพูดคุยเรื่องการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ คงมีการพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ด้วย

สั่งเปลี่ยนป้าย “ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์”

นายจตุพรกล่าวเพิ่มเติมว่า มีรายงานข่าวมาจากตัวแทนศูนย์ส่วนภูมิภาค พบว่าขณะนี้ใน 76 จังหวัด มีตัวเลขของศูนย์ปราบโกงประชามติที่สามารถเปิดได้ และไม่สามารถเปิดได้ ในจำนวนที่เท่าๆกัน ตนเข้าใจการทำหน้าที่ของตำรวจ เมื่อทั้งสถานที่และป้ายเป็นสิ่งสมมติ จึงมอบนโยบายไปทุกจังหวัดว่าให้ไปขึ้นป้ายว่าที่นี่ไม่ใช่ศูนย์ปราบโกงประชามติแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนายยังคงตรึงกำลังอยู่ในศูนย์ปราบโกงประชามติ และยังไม่อนุญาตให้ใครเข้า ขณะเดียวกัน กลุ่ม นปช.และคนเสื้อแดงกว่าสองร้อยคน ได้รวมตัวจัดกิจกรรม คอนเสิร์ตต่อลมหายใจพีซทีวี ที่ร้านพีซคอฟฟี่ ที่อยู่ใกล้ๆกับศูนย์ปราบโกงประชามติ มีการร้องเพลง ส่งเสียงเฮฮากันอย่างครึกครื้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตร.บุกบล็อกอีกจุดเขตจตุจักร

อีกจุดหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น ร่วมกับทหาร ร.11 พัน.1 รอ. กว่า 30 นาย เข้าตรวจสอบและปิดล้อมบริเวณอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น เลขที่ 44/37-38 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จุดที่จะมีการเปิดเป็นศูนย์ปราบโกงประชามติ ยึดแผ่นป้ายที่ระบุข้อความ “7 สิงหา ใช้ปากกาสร้างประชาธิปไตย เสรีภาพ เสมอภาค ยุติธรรม” และให้ยุติกิจกรรมทั้งหมด พ.ต.อ.ภาณุเดชกล่าวว่า ทาง คสช.มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่มีการรวมตัวของประชาชนเกินกว่า 5 คนขึ้นไป เข้าข่ายความผิดทางการ เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยคำสั่ง คสช. มาตรา44 เพื่อความสงบเรียบร้อย โดยการพูดคุยทำความเข้าใจ กับประชาชน หลังจากนี้จะต้องเชิญเจ้าของตึก และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ปากคำ แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาผู้ใดทั้งสิ้น

ด้านนายคารม พลพรกลาง ทนายความ นปช. ชี้แจงกับตำรวจว่า ได้รับมอบหมายจาก นพ.เหวง โตจิราการ ให้เข้ามาดูแลการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ คนเหล่านี้เป็นเพียงคนธรรมดาที่อยากจะมีส่วนร่วมกับการทำประชามติบ้าง หลังพูดคุยประมาณ 20 นาที ได้ข้อสรุปว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ นายคารมจึงบอกให้ผู้ร่วมงานยกเลิกการเปิดศูนย์ดังกล่าวก่อน กลุ่มผู้ร่วมงานจึงแยกย้ายกันกลับ

ปิดศูนย์ปราบโกง นปช.ปากน้ำ

ด้านความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ในพื้นที่ต่างจังหวัด สายวันเดียวกันที่ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก. พ.ต.อ.นพดล สุคนธวิท ผกก.สภ.สำโรงเหนือ พ.ต.อ.เลิศชายจำปาทอง ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ท.สุทธิชัย พร้อมเจริญ ผบ.ป. พัน.102 รอ. และกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 1671/1 หมู่ 10 ซอยสำโรง 50 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการเตรียมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. ในบ้านพบนายบุญเลิส เลิศวัฒนากร อายุ 67 ปี นายจำลอง ประทุมมินทร์ อายุ 64 ปี นายสุพัฒน์ รุ่งเรื่อง อายุ 45 ปี และ น.ส.นิจจารีย์ คลิ้งเนียม อายุ 56 ปีอาศัยอยู่ ผลตรวจค้นที่ชั้น 2 พบเสื้อยืดสีดำสกรีนข้อความว่า “ประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า ศูนย์ปราบโกงประชามติ” จำนวน 170 ตัว และป้ายซึ่งมีข้อความเดียวกัน 2 ป้าย จึงยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมเชิญทั้ง 4 คนมาชี้แจงทำความเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายและให้ยุติบทบาทการเคลื่อนไหวคัดค้านการรับร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนปล่อยตัวทั้งหมดไป

ตำรวจ–ทหารเต็มบ้านถอยกรูด

เช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 3/4 หมู่ 11 ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ของนายธีรทัต สระทองแก้ว อดีต ส.อบจ.เขต อ.บ้านคา แกนนำ นปช.ราชบุรี ขอให้ปลดป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติพร้อมเชิญตัวนายธีรทัตไปพูดคุยทำความเข้าใจไม่ให้เปิดศูนย์ฯดังกล่าว และช่วงสายวันเดียวกันมีกำลังตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองกว่า 20 คน เดินทางมาอีกทำให้สมาชิก นปช.ที่ทยอยเดินทางมาจากอำเภอต่างๆ ต้องเดินทางกลับ

นปช.ขอนแก่นยอมยกธงขาว

ที่ จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น นายปียิน ตลับนาค นอภ.เมืองขอนแก่นและ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น (กกล.รส.ภ.จ.ขอนแก่น) พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นและเจ้าหน้าที่ กกต.จ.ขอนแก่น ร่วมตรวจสอบในอาคารเลขที่ 670/90 โครงการพัฒนาสแควร์ ถนนกลางเมือง อ.เมืองขอนแก่น หลังกลุ่ม นปช.จะทำการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติประจำ จ.ขอนแก่น พร้อมประสานกับแกนนำ นปช.ให้ยุติการเปิดศูนย์ปราบโกงในพื้นที่อย่างเด็ดขาด

นายพุทธิพงษ์ คำแหงพล แกนนำกลุ่ม นปช.ขอนแก่น กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ นปช. ที่ จ.ขอนแก่น ได้ใช้อาคารดังกล่าวเป็นจุดประสานการทำงานร่วมกันกับแกนนำ นปช.ส่วนกลางและในระดับพื้นที่ กระตุ้นให้คนขอนแก่นออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือไม่ให้เปิดศูนย์ฯจึงหารือกับแกนนำ นปช.ในระดับพื้นที่และส่วนกลางแล้วต้องยุติการตั้งศูนย์ฯที่ จ.ขอนแก่นไปก่อน

เชิญตัวแดงอุดรฯทำความเข้าใจ

ส่วน จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อำนาจ ถนอมทิพย์ ผกก.สภ.โนนสะอาด ทหาร ชปพท.1321 และฝ่ายปกครองอำเภอโนนสะอาด เดินทางไปที่หมู่ 7 บ้านหนองโก ต.บุ่งแก้ว อ.โนนสะอาด หลังกลุ่ม นปช.เปิดป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยขอให้ปลดป้ายลงพร้อมเชิญตัวนางภริตพร หงษ์ธนิธรหรือ ดีเจเก๋ง อดีตที่ปรึกษาสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย และ น.ส.วาสนา เด่นหล้า อดีตเหรัญญิกสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯและสมาชิกจำนวนหนึ่งไปทำความเข้าใจและไม่ให้ตั้งศูนย์ดังกล่าว

ผวาเปลี่ยนแผนเลี้ยงพระแทน

เช่นเดียวกับ จ.อุบลราชธานี ที่ร้านอุดมแอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 43/1-2 ถนนสถลมาร์ค ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลุ่ม นปช.นำโดยนางรัตนา ผุยพรม พร้อมสมาชิกคนเสื้อแดงประมาณ 20 คนร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระเพลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นกำหนดเป็นวันเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติตามที่ได้รับการประสานจากกลุ่ม นปช.ส่วนกลาง แต่เมื่อได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของจังหวัด นำโดย ร.อ.ศักดิ์ศรี บุญห่อ หน.ชปพท.
มทบ.22 ระบุว่า การเปิดศูนย์ฯของกลุ่มคนเสื้อแดงอาจหมิ่นเหม่ขัดต่อข้อห้ามตามประกาศของ คสช. จึงปรับกิจกรรมจากเปิดศูนย์มาเป็นการเลี้ยงพระ และทหารยังขอร้องไม่ให้ใส่เสื้อสีดำสกรีนข้อความว่า “ประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า” ด้วย

รวบ 4 รายสอบสวนที่นครพนม

ที่ จ.นครพนม พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม พ.ท.วิชิต สุภา รอง หน.กลุ่มข่าว กอ.รมน.นครพนม นำกำลังไปที่บ้านห้อม ต.อาจสามารถ เชิญตัวนายสมจิตร นรากรเกียรติ อายุ 50 ปี นายแสงจันทร์ หงษามนุษย์ อายุ 62 ปี นายสุรพงษ์ คัณทักษ์ อายุ 49 ปี และนายแดน หงษามนุษย์ อายุ 40 ปี หลังสืบสวนทราบว่าทั้ง 4 คนร่วมถือป้ายเกี่ยวกับการลงประชามติที่ใต้สะพานข้ามโขง 3 เมื่อเย็นวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเชิญไปสอบสวนที่สำนักงาน กอ.รมน.นครพนม โดย พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์เผยว่า จากการสอบสวนทั้ง 4 คน ให้การว่า นายดำรงศักดิ์ พุทธา อดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งจ้างคนละ 200 บาทให้ถือป้าย ภายหลังเจ้าหน้าที่ไปตามตัวนายดำรงศักดิ์แล้วไม่พบ ทราบว่าเดินทางไปกรุงเทพฯ หลังปรับความเข้าใจเสร็จได้ปล่อยตัวทั้งหมดกลับบ้าน

บุกปลดป้ายจังหวะทำพิธีเปิด

ด้าน จ.ตาก กำลังทหาร ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอดและตำรวจ สภ.แม่สอด กว่า 20 นาย เข้าปลดป้ายและยึดเอกสารที่บ้านเลขที่ 75/28 บ้านสองแคว 2 เขตเทศบาลนครแม่สอดของนางฐานิตย์ อินทะสิน ขณะกลุ่มสมาชิก นปช.กำลังทำพิธีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ และเจ้าหน้าที่เจรจาขอให้หยุดกระทำดังกล่าว รวมทั้งบันทึกข้อตกลงจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวอีกและให้ยกเลิกกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการสวมใส่เสื้อดำที่มีอักษร “ประชามติต้องไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า”

ที่ จ.เพชรบูรณ์ ช่วงเช้า นายสิทธิชัย ต๊ะอาจ ผู้ประสานงานและแกนนำกลุ่ม นปช.เพชรบูรณ์พร้อมแนวร่วมประมาณ 50 คน รวมตัวกันที่บ้านเลขที่ 319 หมู่ 13 ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์พร้อมเปิดป้ายศูนย์ปราบโกงเพชรบูรณ์ ต่อมา พ.ท.วุฒิพัฒน์ ปรัชญ์ฐากรณ์ ผบ.ม.พัน.26 พ.ต.ต.เดือน วัฒนสุข สว.สส.บก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ และนายเอกชัย กังคำ ผู้ช่วยปลัดจังหวัด วัฒนสุข นำกำลังเข้าเจรจาขอให้ปลดป้ายลง นายสิทธิชัยและสมาชิกยอมทำตามคำร้องขอโดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่ง

สอยป้ายภูเก็ตไม่เจอตัวคนติดตั้ง

ขณะที่ จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต น.อ.สถาพร วาจรัตน์ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.กมล โอศิริ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต นายวิรัชเดช บุญเรืองขาว ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต และตำรวจสันติบาลภูเก็ตไปตรวจสอบการขึ้นป้าย “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” ที่หน้าอาคารพาณิชย์ โครงการหมู่บ้านซิตี้โฮม เลขที่ 74/186 หมู่ 3 ถนนร่วมพัฒนา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อไปถึงได้ปลดป้ายไวนิลขนาดความยาว 4.5×2 เมตรออก จากการสอบถามผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ ส่วน พ.ต.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า การปลดป้ายดังกล่าวออกเป็นการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ห้ามมิให้มีการดำเนินการทางการเมืองที่จะส่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม จากการสอบถามทราบว่าป้ายดังกล่าวมีผู้นำมาติดเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย. แต่ไม่มีใครทราบว่าผู้ติดตั้งเป็นใคร และจะเชิญเจ้าของอาคารมาสอบถามว่ามีส่วนรู้เห็นในการติดตั้งป้ายข้อความดังกล่าวหรือไม่

นปช.กระบี่เปิดศูนย์แต่ไม่ขึ้นป้าย

ที่ จ.สตูล พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ภ.จว.สตูล นายชอบ จันทร์ฉาย นอภ.ท่าแพ นำกำลังตำรวจ ทหาร 150 นาย กระจายกำลังค้นศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. 2 แห่ง จุดแรกที่บ้านเช่าเลขที่ 278/7 หมู่ที่ 2 ริมถนนสายละงู-ฉลุง ฝั่งขาเข้าตลาด อ.ท่าแพ แต่ไม่มีกลุ่ม นปช.แต่อย่างใด อีกจุดบริเวณท่าเรือ หมู่ 1 บ้านทุ่งริ้น ต.สาคร อ.ท่าแพ ไม่พบกลุ่ม นปช.เช่นกัน

ส่วนที่ จ.กระบี่ กลุ่ม นปช.กระบี่ประมาณ 30 คน ร่วมกันเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่บริเวณตึกแถว ใกล้แยกทางไปวิทยาลัยเทคนิคกระบี่แต่ไม่ได้มีการขึ้นป้ายแต่อย่างใด เหตุการณ์เป็นไปด้วยความสงบ

สมช.ชี้พฤติกรรมขวางความสงบ

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีแกนนำ นปช. ระบุภารกิจตรวจสอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังคงมีอยู่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ดูแลงานด้านความมั่นคงพูดชัดเจนว่า การตั้งศูนย์ดังกล่าวขัดต่อประกาศคสช. ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน โดยมีนัยทางการเมือง ที่อาจจะนำไปสู่ความวุ่นวาย หากยังจะดำเนินการต่อก็ถือเป็นการท้าท้าย ไม่สนใจระเบียบ และมีนัยสำคัญว่าต้องการต่อต้านการรักษาความสงบในบ้านเมือง หลังจากประเด็นการตั้งศูนย์นี้แล้ว ก็อาจมีการยกประเด็นอื่นๆตามมาอีก วันนี้ คสช.ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งแล้วว่าการกระทำดังกล่าวขัดกับประกาศ คสช. หากจะยังคงเดินหน้าก็ต้องดำเนินการจับกุม ส่วนประชาชนทั่วไปถ้าจะทำการตรวจสอบประชามติสามารถทำได้อยู่แล้วโดยการให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีความจำเป็นจะต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือตั้งเป็นศูนย์

นายกฯพูดชัดแล้วขัดประกาศ คสช.

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่นายกฯระบุว่าการตั้งศูนย์ดังกล่าวต้องดูกฎหมายก่อนนั้น เป็นเพราะกิจกรรมดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร แต่ขณะนี้เมื่อนายกฯพูดชัดแล้วว่ากิจกรรมดังกล่าวขัดกับประกาศ คสช. ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่จะให้ดำเนินกิจกรรมต่อไม่ได้ ฝ่ายความมั่นคงคงเห็นผลกระทบทางการเมืองว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การตรวจสอบทั่วไป เพราะหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าหากจะตรวจสอบทำไมไม่ตรวจสอบทุกโครงการ แต่เลือกตรวจสอบเฉพาะเรื่อง

เจตนา นปช.หวังชิงพื้นที่การเมือง

นายปณิธานกล่าวด้วยว่า การดำเนินการของกลุ่มการเมืองหลังจากนี้ คงมีวิธีการหลากหลายมากขึ้น เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปแล้วอาจมีกิจกรรมอื่นตามมาอีก ทั้งหมดเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง เพราะกิจกรรมเหล่านี้มีพื้นฐานจากความคิดทางการเมือง เมื่อกลุ่มหนึ่งทำได้อีกกลุ่มก็จะทำด้วย เพื่อแย่งพื้นที่ทางการเมือง แล้วอาจมีการกระทบกระทั่งกัน ดังนั้น คสช. ต้องจัดระเบียบให้ดี เชื่อว่าจากนี้ คสช.คงมีการปรับว่าอะไรทำได้ไม่ได้เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวบ้าง ไม่ให้หักหาญน้ำใจกันเกินไป เพื่อประคับประคองสถานการณ์ เชื่อว่าทุกอย่างจะเดินหน้าไปสู่การทำประชามติ โดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น

คสช.จี้ นปช.เสียสละเพื่อบ้านเมือง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่ คสช.ไม่ให้กลุ่ม นปช. เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติว่า คนทั่วไปมองว่า นปช.เป็นกลุ่มการเมือง และเคยเป็นส่วนหนึ่งกับความขัดแย้งในอดีต การจะดำเนินกิจกรรมใดก็ตามในนามกลุ่ม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเมืองจึงไม่เหมาะที่จะทำในช่วงนี้ สังคมเริ่มส่งสัญญาณถึงความกังวลและไม่สบายใจว่าอาจมีนัยอื่นแอบแฝง

“ในช่วงเวลาพิเศษที่บ้านเมืองยังอ่อนไหวต่อเรื่องความขัดแย้ง ผู้คนในสังคมควรเสียสละบ้าง โดยคำนึงถึงบรรยากาศภาพรวมประเทศ ประเด็นใดที่มีผลทำให้คนในสังคมเคลือบแคลงสงสัย หรือไม่เคลียร์ ไม่ว่าจะส่วนน้อยหรือมากก็ตาม ควรพยายามหลีกเลี่ยงบ้างในช่วงนี้ การเป่าประโคมตั้งสมมติฐานในเชิงลบตั้งแต่ช่วงต้น ในขณะที่สภาพสถานการณ์จริงทั่วไปยังไม่มีสัญญาณความผิดปกติอะไร ทำให้สังคม เข้าใจว่าอาจมีบางบุคคลบางกลุ่มที่พยายามสร้างกระบวนการชี้นำความรู้สึกได้” พ.อ.วินธัยกล่าว

ไม่ให้ราคา นปช.บนโลกโซเชียล

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ นปช. เปลี่ยนวิธีการดำเนินการของศูนย์ปราบโกงประชามติมาเคลื่อนไหวโดยใช้โซเชียลมีเดียแทนว่า ความเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียมีหน่วยงานทั้งของ คสช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติดตาม เฝ้าดูและตรวจสอบอยู่ ถ้าไม่มีการยุยงปลุกปั่นก็ไม่เป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม คสช.ไม่ได้ให้น้ำหนักมาก เพราะทราบดีว่า นปช.ต้องการสร้างกระแสให้เกิดขึ้นในสังคม หาก คสช.ไปเคลื่อนไหวตามก็จะเป็นเหมือนว่าไปช่วยสนับสนุน ส่วนที่แกนนำ นปช.โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่าเป็นคนกลับกลอกเรื่องการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามตินั้น เป็นความพยายามสร้างกระแส พล.อ.ประยุทธ์ต้องรักษาความสงบให้บ้านเมือง และบอกชัดเจนว่าสิ่งใดที่ทำแล้วผิดกฎหมายไม่สามารถทำได้ แต่ นปช.จับบางคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ไปบิดเบือนอยู่ตลอดเวลา

เย้ยทำทุกวิถีทางเพื่อเลี้ยงกระแส

“งานด้านการเมืองมีกลุ่มคนพยายามเคลื่อนไหวอยู่มาก แต่ยังไม่มีอะไรที่นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง จากการประเมินสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไร การเปิดศูนย์ดังกล่าวในแต่ละจังหวัดและแต่ละอำเภอไม่ได้แล้วมาเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย ก็ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย เพราะเขาต้องทำเพื่อสร้างกระแสให้เกิดในสังคม” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ระบุว่าจะไม่มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. พ.อ.ปิยพงศ์ตอบว่า คสช.ยืนยันว่า ยังคงมีอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้เป็นแนวคิดของผู้เห็นต่างที่บิดเบือนไปเรื่อยๆ

“วันชัย” เหยียบซ้ำ นปช.แค่อัพค่าตัว

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสกัดการเปิดศูนย์ปราบโกงของ นปช.ว่า เห็นด้วยว่าไม่ควรให้เปิด เพราะเป็นการตั้งเพื่อจงใจป่วนสถานการณ์ ทำกิจกรรมทางการเมืองมากกว่ามีเป้าหมายเพื่อปราบโกง ไม่มีเหตุผลที่จะตั้งตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะมีเจตนาเขย่า คสช.เท่านั้นเอง ฉะนั้น คสช.ก็ไม่ควรให้ใครมาเขย่า มาป่วน จะจัดการยังไงก็ทำไปเลยเห็นด้วยทั้งนั้น คนเหล่านี้ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา ถ้า นปช.จะเคลื่อนไหวก็รอให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปก่อน รออีกหน่อยคงไม่มีใครตายหรอก ศูนย์แบบนี้ตั้งมาก็ทำอะไรไม่ได้ แค่มาร้องแรกแหกกระเชอ บ้อท่า สุดท้ายน้ำหน้าคนพวกนี้ไม่มีน้ำยาหรือราคาดึงยูเอ็นมาช่วยปราบโกง ต่างชาติเขารู้ว่าเป็นแค่เวทีปาหี่ ไม่มีค่าไร้น้ำหนัก ทำมาเพื่ออัพค่าตัวให้นายใหญ่เห็น เพราะคนพวกนี้จะตายซากอยู่แล้ว

“เสรี” ชี้ท้าทายยั่วยุจนเป็นเรื่อง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ศูนย์ปราบโกงประชามติเจตนาตั้งเพื่อยั่วยุทำให้เห็นถึงการระดมคน สร้างปัญหาทางการเมือง ทหาร และเจ้าหน้าที่จึงต้องเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนตัวคิดว่าหากศูนย์ปราบโกงไม่ท้าทายยั่วยุตั้งแต่ต้นคงเดินไปได้ พอเริ่มก็เหมือนจะดี พอไปๆมาๆ เหมือนเริ่มท้าทาย จะไปโทษทหารไม่ได้ ทหารถูกท้าทายยั่วยุ ถ้าไม่ดำเนินการจะบานปลาย และเกิดการเรียกร้องความสนใจเพื่อจะหาแนวร่วมอีกด้วย จึงเห็นด้วยต้องเข้าปิดศูนย์ฯ เมื่อถามว่า กรณีนี้ คสช.จะชี้แจงต่างชาติอย่างไรไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด นายเสรีตอบว่า ต่างชาติไม่ควรเข้ามายุ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเป็นปัญหาในประเทศไม่ใช่การละเมิดสิทธิเสรีภาพ แต่เจ้าหน้าที่เข้าระงับ เพื่อรักษาความสงบในประเทศ

อดีต ส.ว.ฟันธงไม่เป็นผลดีกับ คสช.

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ คสช.จะไปสกัดกั้น ควรปล่อยให้ นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติไป ควรให้เป็นกระบวนการเหมือนตอนมีเลือกตั้งปกติ ให้ผู้คนสามารถแสดงความเห็นได้ทั้งรับและไม่รับร่าง แต่หากมีการกระทำที่เกินเลย ไปยั่วยุหรือกระทำการที่รุนแรง ปั่นป่วน ก็มีกฎหมายที่คอยกำกับและควบคุมอยู่แล้ว วันนี้ คสช.พยายามทำให้ทุกคนนิ่งสงบอยู่แต่ในกรอบ จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถเอามาอ้างว่าโดนจำกัดสิทธิ หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านเขาก็จะอ้างอีกว่าไม่มีความชอบธรรมถูกปิดกั้น เกิดเป็นกระแสความขัดแย้งขึ้นมาอีก แบบนี้จะไม่เป็นผลดีกับ คสช.และกระบวนการประชามติ ดังนั้น หาก คสช.จะจำกัดสิทธิมากขนาดนี้ ก็ใช้ ม.44 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญไปเลย ไม่ต้องทำประชามติแบบนี้น่าจะดีกว่า

ทั้ง คสช.-นปช.ต้องชี้แจงเหตุผล

นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า คสช.ต้องมีคำอธิบายที่มีเหตุผลพอสมควรเกี่ยวกับการกระทำครั้งนี้ เพราะการตรวจสอบจากทางภาคสังคมก็เป็นหนทางที่ดีทางหนึ่ง คสช.ต้องอธิบายว่าที่ใช้อำนาจแบบนี้เพราะอะไร หากอธิบายได้ประชาชนก็คงไม่สงสัยว่าทำไมไม่ใช้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ขณะเดียวกันทาง นปช.เองก็ต้องมีคำอธิบายด้วยว่า การตั้งศูนย์ปราบโกงมีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงอย่างไร ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมา ไม่เช่นนั้นก็จะโดนครหาว่าทำเพื่อสร้างกระแสทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นปมขัดแย้ง เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว คงไม่มีความรุนแรงหรือการปลุกระดมอะไรเกิดขึ้น

กรธ.เดินหน้าลงพื้นที่แจงร่าง รธน.

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของ กรธ.ว่า การลงพื้นที่เพื่ออบรมวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ภาพรวมน่าพอใจ แต่ละพื้นที่ มีความสนใจเป็นอย่างดี แต่ส่วนใหญ่ยังมีความสับสนในเรื่องสิทธิที่ประชาชนจะได้รับ เช่น สิทธิด้านสาธารณสุข การรักษาพยาบาลโดยบัตรทอง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและการศึกษา โดยเฉพาะการประกาศให้เรียนฟรี 15 ปี ของ คสช. กรธ.ก็ได้ไปอธิบายให้พวกเขาให้ใจว่ารายละเอียดเป็นเรื่องนโยบายของแต่ละรัฐบาลที่จะกำหนด ส่วนในร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดเป็นพื้นฐานเอาไว้ให้รัฐบาลต้องทำ อะไรที่เคยมีก็จะไม่ลดลงจากเดิม ทั้งนี้บางเรื่องที่ชาวบ้านยังเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญผิดเพราะเป็นข้อกฎหมาย ประกอบกับไปฟังคนอื่นที่เข้าใจผิดๆมา รวมถึงแกนนำที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ โดย กรธ.ได้ชี้แจงให้เข้าใจอย่างถูกต้องไปแล้วในพื้นที่ที่ กรธ.แต่ละคนกระจายกันลงไป

กกต.ปลื้มจัดเวทีเรียบร้อยดี

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงผลการจัดเวทีชี้แจง “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” ที่ จ.เชียงใหม่ ว่าภาพรวมของบรรยากาศการจัดประชุมเรียบร้อยดีมาก นักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่นและประชาชนที่เข้าร่วมงานแสดงความคิดเห็นกันด้วยดี มีเหตุมีผล หลังจากนี้ กกต.จะนำข้อเสนอและความคิดเห็นต่างๆที่ทุกฝ่ายสะท้อนข้อบกพร่องเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนเวทีต่อไปซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 มิ.ย. ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ จ.นครราชสีมา คาดว่าจะมีผู้มาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 50 วันก่อนถึงวันออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค. ดังนั้น นับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป กกต.จะขอให้ทุกส่วนงานที่รับผิดชอบเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุด ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ กกต.กำหนดไว้ 80 เปอร์เซ็นต์

จัดบิ๊กเดย์รณรงค์ทั่วประเทศ

นายอนุชิต ปราสาททอง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.กทม.) กล่าวถึงแผนงานรณรงค์การออกเสียงประชามติว่า ได้ขอความร่วมมือโรงเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาของ กทม. จัดกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชามติ เชิญชวนผู้ปกครองไปออกเสียงประชามติ ในวันที่ 4 ส.ค. จะมีกิจกรรมครั้งใหญ่หรือบิ๊กเดย์พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศคือ การปล่อยขบวนรถประชาสัมพันธ์และเดินรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. การรณรงค์ของ กทม. ได้เน้นย้ำว่าจะเผยแพร่เฉพาะขั้นตอนการออกเสียงและเชิญชวนประชาชนมาใช้สิทธิออกเสียงเท่านั้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ

ปชป.จี้ใช้กฎหมายรอบคอบ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า มีนักวิชาการ นักศึกษา กลุ่มการเมือง นักการเมือง ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น แต่อาจมีบางกลุ่มอาศัยช่วงจังหวะกระทำการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เคลื่อนไหวโดยมีเจตนาแฝงเร้นเพื่อเป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ ขอฝากให้ คสช. รัฐบาล และ กกต. แยกแยะและใช้กฎหมายอย่างรอบคอบ ถ้าเหมารวมจะเกิดภาพลบต่อตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ทุกฝ่ายเท่าเทียม ถ้าพบผู้ทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการจริงจังมากกว่าขู่รายวัน แต่ต้องไม่ใช้กฎหมายเกินขอบเขต เพราะจะเกิดผลกระทบในมุมกลับ

“ปนัดดา” ชี้ไม่หยุดห้ำหั่นยากยุติ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ทุกฝ่ายต้องพยายามหาทางออกให้ดีที่สุด เพื่อไปสู่เป้าหมายของคนไทยทุกคน ทั้งประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง แต่สังคมไทยสมัยนี้กลายเป็นว่าใครพูดเรื่องหนึ่ง อีกฝ่ายมักมองไปอีกด้าน ทุกเรื่องต้องตรงข้ามหมด ห้ำหั่นกันทุกเรื่องอย่างนี้แล้วจะยุติอย่างไร ควรเห็นอกเห็นใจกันฐานะคนไทยด้วยกัน อยากให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่นายกฯ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพูดไว้ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าเวทีต่างๆเกิดความสร้างสรรค์ในเชิงบวก รัฐบาลสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จได้ เมื่อถามว่าถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อรัฐบาลหรือไม่ ม.ล.ปนัดดาตอบว่า ขอใช้คำว่าเป็นช่วงเวลาอันสำคัญ ที่ผู้บริหารประเทศ ประชาชนต้องร่วมนำพาประเทศ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

อดีตคน กปปส.ทำกิจกรรมสบายบรื๋อ

วันเดียวกัน เวลา 12.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เครือข่ายอาชีวะนักศึกษาประชาชนปกป้องสถาบัน พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนโครงการทำดีเพื่อพ่อ นำโดยนายนันทวัฒน์ อิทธิพลกรวินท์ ผู้ประสานงานโครงการทำดีเพื่อพ่อ นายสาธิต เซกัล อดีตแกนนำ กปปส. และนายธรรมธรณ์ อินทร์ชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายอาชีวะฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมนำสมาชิกเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วยศิษย์เก่าโรงเรียน อาชีวะ 24 สถาบัน และประชาชนในโครงการทำดีเพื่อพ่อ ถวายบังคมพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และเดินเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี จากลานพระบรมรูปทรงม้าไปลงนามถวายพระพรพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัย ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ นายธรรมธรณ์กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันแสดงพลังให้คนไทยหันมาปกป้องสถาบันจากผู้ที่ไม่หวังดีในการดูหมิ่นคุกคาม ไม่ให้เป็นภัยต่อความมั่นคง และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปรามผู้กระทำผิด รวมทั้งเป็นแบบอย่างการสร้างความรักความสามัคคีพี่น้องต่างสถาบันให้นักเรียนอาชีวะรุ่นน้อง ลดปัญหาความขัดแย้งอาชีวะต่างสถาบัน โดยบรรยากาศการชุมนุมทำกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 จำนวน 40 นาย

คอยดูแลความสงบเรียบตลอดกิจกรรม

“วรงค์” จ่อร้องศาลฟันเว็บเพื่อไทย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ผมเข้าใจว่า ผมหมดภารกิจเรื่องคดีจำนำข้าวแล้ว หลังจากที่ผมไปขึ้นเบิกความเพื่อเป็นพยานฝ่ายโจทก์ ทั้งคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และคดีจีทูจีของนายบุญทรงและพวก แต่ปรากฏว่า ยังมีการเผยแพร่บทความ บทวิเคราะห์ของเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย และ เว็บไซต์ ispacethailand.org เกี่ยวกับเรื่องจำนำข้าว ทำให้ตีความไปในทำนองชี้นำคดีได้ ซึ่งศาลได้ออกข้อกำหนดห้ามคู่ความ รวมถึงบุคคลภายนอกและสื่อมวลชนให้ข่าว แสดงความเห็น หรือวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับคดีที่อาจจะเป็นการชี้นำสังคม หากฝ่าฝืนจะเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ผมและทีมงานได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย ในการติดตามคดีจำนำข้าว และคดีจีทูจีบนหลักการของข้อมูลที่ไม่ถูกชี้นำ เราจะนำบทความที่มีการเผยแพร่ตามเว็บไซต์ดังกล่าวร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่ามีลักษณะละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

โพลชี้ข้าวของแพงแชมป์น่าห่วง

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิตสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,278 คน ระหว่างวันที่ 13-18 มิ.ย. เรื่องความห่วงใยของคนไทย ณ วันนี้ สรุปผล “5 อันดับข่าว” ที่ประชาชนเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศ ร้อยละ 78.48 สินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูง เป็นหนี้สิน ร้อยละ 71.28 การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 68.70 ข่าวการทำร้ายร่างกาย/ฆ่ากันรายวัน ร้อยละ 66.43 การออกหมายจับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และร้อยละ 57.67 ความขัดแย้งแตกแยก กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกนักบินโพสต์ โดยร้อยละ 44.39 ค่อนข้างพอใจการนำเสนอข่าวของสื่อไทย ร้อยละ 8.94 ไม่พอใจ และร้อยละ 5.65 พอใจมาก ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯในการบริหารประเทศ ร้อยละ 81.30 เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ร้อยละ 79.19 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกวงการ ร้อยละ 73.94 บริหารประเทศตามโรดแม็ป มีการเลือกตั้ง ทำตามนโยบายที่กำหนดไว้ ร้อยละ 67.45 สร้างความสามัคคีปรองดอง ความสงบสุขในบ้านเมือง และร้อยละ 64.79 ขอให้ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ควบคุมอารมณ์ เน้นทำเพื่อส่วนรวม

จี้ปฏิรูปองค์กร ตร.ให้เสร็จในยุค คสช.

ขณะที่ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “การปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุค คสช.” ระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย. จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,250 หน่วย ตัวอย่าง ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยุค คสช.ค่อนข้างประสบความสำเร็จในการปฏิรูปองค์กรตำรวจ รองลงมา ร้อยละ 23.60 ระบุว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย ร้อยละ 20.64 ระบุว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ร้อยละ 15.44 ระบุว่าประสบความสำเร็จสูง เมื่อถามถึงระยะเวลาที่ควรปฏิรูปองค์กรตำรวจให้แล้วเสร็จ ร้อยละ 60.88 ระบุว่าควรปฏิรูปองค์กรตำรวจให้เสร็จในยุค คสช. รองลงมา ร้อยละ 16.56 ระบุว่าการปฏิรูปองค์กรตำรวจเป็นเรื่องเพ้อฝัน ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำได้จริง ร้อยละ 14.24 ระบุว่า ควรรอให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อถามถึงปัญหาขององค์กรตำรวจที่สำคัญ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขมากที่สุด ร้อยละ 53.20 ระบุว่าปัญหาพฤติกรรมการประพฤติมิชอบ รองลงมา ร้อยละ 30.56 ปัญหาประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยละ 22.88 ปัญหาประสิทธิภาพของระบบการทำงาน ร้อยละ 13.04 ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยละ 10.16 ปัญหาการถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง

แชร์สนั่นชื่นชมนายกฯไหว้ “พระแจ๊ค”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กพิธีกรชื่อดังได้มีการเผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะ ยกมือไหว้ พร้อมก้มศีรษะให้พระภิกษุเฉลิมพล ชยาภินันโท หรือ “พระแจ๊ค แฟนฉัน” ซึ่งได้อุปสมบทที่เมืองไทยไปก่อนหน้านี้ แล้วเดินทางไปศึกษาธรรมะยังประเทศอินเดีย ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้มีประชาชนชาวไทยได้แชร์ภาพกระจายต่อไปและเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่บอก “สาธุ” และมองว่านายกฯทำถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากพระแจ๊ค อยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ ผู้ที่เป็นฆราวาสต้อง ให้ความเคารพนับถือ จึงเป็นภาพที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้