วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผลิตคน สร้างนวัตกรรม เปลี่ยนประเทศไทย วิชั่น อธิการบดีจุฬาฯ คนใหม่

ผลิตคน สร้างนวัตกรรม เปลี่ยนประเทศไทย วิชั่น อธิการบดีจุฬาฯ คนใหม่

  • Share:

"เราจะขอเน้นการผลิตคน เพื่อสร้างนวัตกรรม เปลี่ยนแปลงประเทศไทย" บทสนทนาแรกที่ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใหม่ถอดด้าม ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ เริ่มต้นการสนทนากับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

วิสัยทัศน์ แม่ทัพคนใหม่ของ จุฬาฯ ช่างน่าสนใจ! 

ผลิตคน เพื่อสร้างนวัตกรรม เปลี่ยนแปลงประเทศไทย ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง? และต้องทำอย่างไรจึงจะไปถึงเป้าหมายได้? รวมทั้งปัญหาวุ่นๆ ที่คาราคาซังกันมานาน ทั้ง มหากาพย์พิพาทที่ดินกับอุเทนถวาย เรื่อยไปจนกระทั่ง อนาคตของ สนามศุภชลาศัย จะต้องย้ายไปหรืออยู่ที่เดิม วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบให้แล้ว...

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานไชยศรีในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒
ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ ยุคนี้ ต้องใกล้ชิดกับสังคมไทยมากขึ้น

ศ.ดร.บัณฑิต สนทนากับ ทีมข่าวฯ ​ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลังจากหล่นวรรคทองที่น่าสนใจต่อไปว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยุคนี้ จะมีความ​ใกล้ชิดกับสังคมไทยมากขึ้น รวมถึงมีผลงานและผลผลิตเข้าสู่สังคมไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน ความรู้ และ นวัตกรรม รวมถึงนิสิต ก็จะต้องมีบทบาทต่อสังคมไทยมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเราทำได้ ก็จะทำให้บทบาทต่อสังคมไทยมีความเด่นชัดขึ้น

อย่างไรก็ดี การจะทำแบบนั้นได้ เราก็ต้องมีการปรับปรุงกระบวนการภายในให้มีความพร้อม เพราะถึงแม้ว่าเราจะได้นักเรียนชั้นดีเข้าสู่จุฬาฯ การพัฒนาจึงอาจจะได้เปรียบกว่าที่อื่น แต่เป้าหมายที่เราอยากเห็นคือ นอกจาก จุฬาฯ จะใกล้ชิดกับสังคมไทยแล้ว ก็ยังสามารถต่อยอดไปสู่การมีพลังต่อสังคมโลกต่อไป

เพชรน้ำดีจะเปล่งแสงได้ ต้องมีช่างเจียระไนมากฝีมือ

แต่แน่นอน การจะเปลี่ยนสังคมได้นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การพัฒนา “คน” ซึ่งการจะพัฒนาคุณภาพของ "คน" ให้ดีขึ้นได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนที่การศึกษา แล้วหากถามต่อไปว่า การเริ่มเปลี่ยนคุณภาพการศึกษา จะต้องเริ่มอย่างไร คำตอบที่แน่นอนที่สุดก็คือ ต้องเริ่มที่ "ครู" จากนั้นก็ไปที่ "บุคลากร" "ระบบ" และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวของนักเรียน นักศึกษา เองด้วย 

ศ.ดร.บัณฑิต สนทนากับทีมข่าวฯ ​ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ที่ผ่านมา มีคำพูดว่า “อย่าให้เด็กนักเรียนลำบาก...?”

แต่ในส่วนตัวผมมองว่า เด็กนักเรียนไทย ถือเป็นนักเรียนที่สบายมากชาติหนึ่งแล้ว แต่ทำไมภาพรวมถึงเป็นแบบนี้ แสดงว่าเรายังไม่ได้ทำให้เขา "เปล่งประกาย" อย่างเต็มศักยภาพ เพราะเพชรน้ำดีต้องได้ช่างเจียระไนที่มากฝีมือด้วย ถึงจะออกมา "เปล่งแสง" ได้

"ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่ง จบคณะวิศวะฯ ใหม่ๆ เดินทางกลับบ้าน กะว่าจะไปลองทำอาชีพกวดวิชาเล่นๆ ดูสักพัก ​เชื่อไหม มีลูกข้างๆ บ้านเค้าคนหนึ่งมาขอเรียน เมื่อก่อนเด็กคนนั้นอ่อนวิชาฟิสิกส์มาก แต่พอได้คนที่เข้าใจ รู้จักว่าควรจะสอนอย่างไร ไปช่วยแนะนำแค่นั้น เด็กคนเดิมที่เคยสอนอย่างไร ไปติวมาที่แล้วที่เล่าก็สอบตกแล้วตกอีก จากเกรด 0 ก็ได้เกรด 4 จนทุกวันนี้ ลูกศิษย์ผมเลยต้องทำอาชีพติวมาจนถึงปัจจุบัน"   

“สิ่งที่เกิดขึ้นแปลว่าอะไร? เด็กก็ยังเป็นเด็กคนเดิม แต่แค่ครูเปลี่ยนใหม่ นี่คือผลที่สะท้อนให้เห็นว่า เด็กจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพเรา ว่าจะบ่มเพาะเค้าเป็นแบบไหน? ทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กปล่อยศักยภาพของเค้าออกมาได้อย่างเต็มที่” อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทิ้งไว้ให้คิด

งานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 68
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ ยุคใหม่ กับการสร้างนวัตกรรมให้สังคมไทย

"นวัตกรรม" แตกต่างจาก "สิ่งประดิษฐ์" เพราะสิ่งประดิษฐ์เมื่อทำสำเร็จแล้ว ไม่มีคนนำไปใช้ก็ไม่เป็นไร แต่หากเป็น "นวัตกรรม" จะต้องเป็น "สิ่งประดิษฐ์" ที่มีคนสามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้ และ "นวัตกรรม" ที่ดี จะต้องเป็นการผนึกรวมกัน ของ ศาสตร์ 2 ศาสตร์ เช่น "วิศวแพทย์" ที่เป็นการผสมผสานระหว่าง วิชาแพทย์ และ วิชาวิศวะ จนเกิดเป็นศาสตร์ใหม่ขึ้น

ดังนั้น "นวัตกรรม" ที่จุฬาฯ จะทำ แบ่งเป็น 2 เรื่อง คือ เรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม สังคม มนุษยศาสตร์ ส่วนอีกซีกจะเป็นฝั่งคิดคำนวณ เทคโนโลยี ซึ่งทั้ง 2 สายนี้ จุฬาฯ มีความแข็งแกร่ง เพราะมีความพร้อมทั้งในแง่ของที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมือง และที่สำคัญที่สุดก็คือ กำลัง "คน" ในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย เพราะปัจจุบัน จุฬาฯ เปิดสอนครบถ้วน ทั้งวิชาที่เกี่ยวข้องกับ ศิลปะ และ เทคโนโลยี

โดยหลังจากนี้ จะจัดสถานที่สร้างนวัตกรรม ซึ่งนอกจากจะให้คนในจุฬาฯ ได้ใช้แล้ว ยังจะแบ่งปันให้สังคมด้วย เช่น สยามสแควร์ เราอยากให้เกิดสถานที่แบบ lifelong innovator ซึ่งคนภายนอกสามารถมาใช้สถานที่ด้วยได้ โดยแผนเบื้องต้นที่วางเอาไว้คือ จุฬาฯ อาจจะร่วมทำกับภาคเอกชน หรือกระทรวงต่างๆ ในการจัดสร้าง

นอกจากนี้ ที่ดินตรงสวนหลวง เราวางแผนเตรียมสร้างเป็น smart intellectual community ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่ทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คนไทย หรือแม้กระทั่งคนต่างชาติมาอยู่รวมกัน เป็น "ชุมชนอุดมปัญญา" โดยมี "การศึกษา" เป็นจุดเชื่อมโยง

“ในยุคของผม สิ่งที่จะเน้นหนักเป็นพิเศษเลยก็คือ การสร้างและส่งเสริม "คน" ให้ได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพความสามารถ เพื่อไปช่วยเหลือสังคมไทย และต่อยอดไปสู่การพัฒนาการศึกษา และนวัตกรรม”

"เราจะขอเน้นการผลิตคน เพื่อสร้างนวัตกรรม เปลี่ยนแปลงประเทศไทย" บทสนทนาแรกจาก อธิการบดี จุฬาฯ
จุฬาฯ กับ เทคโนโลยีด้านการศึกษาใหม่ๆ

อันที่ 1 คือ เรื่องการเรียนการสอน ICT base จะนำมาใช้มากขึ้น โดยต้องมองนิสิตเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องที่นิสิตอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน แต่ก็คงไม่อิสระจนเละเทะ เพราะเด็กที่เข้ามาใหม่ๆ อาจจะยังมองได้ไม่ครบถ้วน เราอาจจะช่วยเขาขึ้นรูปไว้ และอยากให้เขามีอิสระในการเลือก ส่วนรายละเอียดอยากจะเลือกก็เลือกตามความถนัดของเขา ไม่ใช่ว่าเลือกเพราะเหลือวิชาสุดท้ายแล้ว วิชาอื่นเต็มหมด แบบนี้ไม่อยากเห็น ส่วนวิชาใหม่ๆ ที่จะเข้ามานั้นมีแน่นอน

นอกจากนี้ การคิด การวิเคราะห์ หรือ critical thinking และ innovative thinking ที่เด็กไทยค่อนข้างอ่อน ก็จะมีการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยังจะเน้นไปที่การให้มีความสามารถในเชิงการสื่อสารร่วมกันกับสังคม หรือเพื่อนฝูง มี skill ในการแลกเปลี่ยนความรู้ รู้จักเป็นทั้งผู้นำ รับฟัง และรู้จักตามอีกด้วย

ศาสตร์วิศวกรรม กับการขับเคลื่อน จุฬาฯ 

"วิศวะสอนให้คนคิดเป็นระบบ ดังนั้น เวลาเรามอง เราจะมองว่าแต่ละเรื่องมันโยงกันอย่างไร"

ดังนั้น การขับเคลื่อนจุฬาฯ นั้น ผมจะมองที่ “เป้าหมาย” ว่าอยากให้จุฬาฯ เป็นอย่างไร ดังนั้น ก็จะมองย้อนกลับไปว่าจะต้องเริ่มทำอย่างไรที่จะนำไปสู่เป้าหมาย คือ คิดทั้งระบบจนไปสู่จุดสุดท้าย โดยต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นเพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย

โดยมี คน เป็นหัวใจหลัก แต่ใช่ว่าต้องพัฒนาคนเสร็จก่อน แล้วค่อยพัฒนาระบบ เรื่องแบบนี้ต้องไปด้วยกัน นี่ก็เป็นศาสตร์หนึ่งของวิศวะ คือ การวางแผนการบริหารจัดการ เพราะหลายเรื่องอาจจะเริ่มต้นในเวลาเดียวกัน หรือต้องรอเรื่องไหนเสร็จก่อน แต่สิ่งที่จะต้องทำคือการวางแผนอย่างเป็นระบบ นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารทั่วไปควรจะมี

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์
วางโรดแม็ป จุฬาฯ สู่มหาวิทยาลัยระดับโลก CHANGE THAILAND  

โดยในช่วง 4 ปี ของการทำหน้าที่ เป้าหมายก็คือ อยากเห็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ที่สามารถสร้างสรรค์องค์ความรู้ ในการสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่า ภายใน 4 ปีนี้ จะมีความเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

จุฬาฯ กับประชาคมอาเซียน

ปัจจุบันโครงการที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน จุฬาฯ มีเยอะมาก ทั้งศูนย์อาเซียนศึกษา นิสิตแลกเปลี่ยนอาเซียน เฉพาะคณะวิศวะฯ มีนิสิตแลกเปลี่ยนเป็นร้อยคน ทั้งนี้ จุฬาฯ ไม่ได้มองเพียงแค่ระดับอาเซียนเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงระดับนานาชาติด้วย เช่น การเปิดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ รวมถึงพยายามผลักดันให้เกิดบรรยากาศความเป็นนานาชาติ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษภายในมหาวิทยาลัยมากขึ้นด้วย จากบรรดานิสิตแลกเปลี่ยนเหล่านี้

นิสิตจุฬาฯ กับเสียงครหา นักศึกษาไฮโซ 

อยากอธิบายแบบนี้ก่อนว่า เผอิญที่ตั้งของ จุฬาฯ อยู่ใจกลางเมือง ธรรมชาติของวัยรุ่น พอเรียนหนังสือเสร็จ เมื่อไม่อยู่มหาวิทยาลัยก็ต้องออกไปเดินเที่ยวกันเป็นปกติ แต่บังเอิญแถวนี้ มีทั้ง ห้างสยาม มาบุญครอง พารากอน ของแพงๆ ทั้งนั้น ก็เลยถูกมองว่า "ไฮโซ" ไปโดยอัตโนมัติ

แต่… ไฮโซ กับ ภาพไฮโซ มันไม่เหมือนกัน ไปเดินพารากอนก็ดู ไฮโซ แม้เข้าไปบางครั้งจะไม่ได้ใช้เงินเลยก็ตาม แต่หาก พารากอน ไปตั้งที่มหาวิทยาลัยอื่นที่อยู่ต่างจังหวัด เด็กมหาวิทยาลัยนั้นก็ต้องไปเดิน พอไปเดินแล้วก็จะดู ไฮโซ ขึ้นทันที ซึ่งหากมองเป็นภาพลักษณ์ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นแบบนั้นเพราะภาพมันเป็นจริง เราคงไม่ไปพยายามแก้ภาพลักษณ์ แต่ผมการันตีได้ว่า เด็กเหล่านี้ เป็น เด็กดี มีความรับผิดชอบทุกคน

"มันคงดูเป็นเรื่องที่แปลกมาก หากเด็กของเราที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในย่านนี้ แล้วเกิดอารมณ์ประมาณว่ากลัวที่จะไปเดินเล่นในห้างพารากอน หากอยู่แถวนี้แล้วดูไม่ใช่เด็กแถวนี้ มันดูน่าเป็นห่วงมากกว่าเสียอีก" ศจ.ดร.บัณฑิต อธิบายให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนใหม่
จุฬาฯ ในงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 68
กรณีพิพาท จุฬาฯ VS อุเทนถวาย เมื่อไหร่จบ?

ศ.ดร.บัณฑิต อธิบายให้ ทีมข่าวฯ ฟัง อย่างใจเย็นว่า... ปัจจุบัน มีหน่วยงานมาใช้พื้นที่ของจุฬาฯ 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนสาธิตปทุมวัน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ อุเทนถวาย ถามว่าที่ผ่านมา ทั้งโรงเรียนสาธิตปทุมวัน และ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีข่าวว่าเคยทะเลาะกับจุฬาฯ หรือไม่... คำตอบก็คือ ไม่มี

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น มันน่าจะมาจากภาพที่ออกมา มันเหมือนกับว่า จุฬาฯ ต้องการจะยึดที่ดินคืน ขณะที่ อุเทนถวาย ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะนี่คือที่ดินของ อุเทนถวาย จนเกิดการฟ้องร้องกัน ทั้งๆ ที่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางจุฬาฯ เองก็ไม่เคยไปขับไล่ อธิการบดีท่านไหนๆ มาก็ไม่เคยไปไล่แต่อย่างใด

ที่ผ่านมา ทางเราพยายามหาทางพูดคุยเพื่อขอให้ อุเทนถวาย มาร่วมกันกับ จุฬาฯ เป็นโรงเรียนทางด้านช่างกลกันเลยไหม? โดยใช้โมเดลเดียวกับ วิทยาลัยพลศึกษา ที่เคยอยู่ที่ สนามศุภชลาศัย จนกลายมาเป็น คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ของ จุฬาฯ ในปัจจุบัน    

ส่วนความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังศาลปกครองชั้นต้น ยืนว่า ที่ดินที่ตั้งของอุเทนถวาย เป็นของ จุฬาฯ เห็นว่าทาง อุเทนถวาย กำลังอยู่ในระหว่างยื่นอุทธรณ์ไปที่ศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเมื่อกระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดลงเมื่อใด ก็คงมีการไปพุดคุยทำความเข้าใจกันอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นการใช้พื้นที่ร่วมกันเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด  

"จุฬาฯ ไม่เคยบอกว่าจะไปยึด หรือขับไล่ อุเทนถวาย แต่ภาพที่ออกมาเหมือนจะเป็นเช่นนั้นไป เพราะมันมีการฟ้องร้องกันในลักษณะว่า นี่ที่ของผม ไม่ใช่ของคุณ ทำให้ภาพมันดูเหมือนรุนแรง ทั้งๆ ที่แนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย"

"หากจะอยู่ตรงนี้ต่อไป เราก็มาคุยกันได้ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ฝ่ายทางเราเองก็เสนอไปอยู่หลายออปชั่นให้ได้พิจารณา แต่ส่วนตัว อยากให้ทุกฝ่ายเอาผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ ประเทศไทยขาดแคลนช่างเป็นจำนวนมาก เรามาร่วมมือกันดีไหม? อุเทนถวาย ก็รื้อฟื้นขึ้นมา กระบวนการคัดกรองคนที่จะเข้ามาเรียนให้มีความเรียบร้อยมากขึ้น อะไรแบบนี้"

จุฬาฯ ยุคใหม่ กับการสร้างนวัตกรรมให้สังคมไทย โดย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์
สนามศุภชลาศัย จะอยู่ หรือ ต้องไป?  

อธิการบดีคนใหม่ของจุฬาฯ คุร่นคิดสักพัก ก่อนเอ่ยตอบทีมข่าวฯ ว่า อยากอธิบายแบบนี้ ปัจจุบัน กรมพลศึกษา เช่าที่ดินของ จุฬาฯ เป็นที่ตั้งของสนามศุภชลาศัย ตัวเลขค่าเช่าจำไม่ได้ว่าปีละเท่าไร? แต่เอาเป็นว่าแค่ จุฬาฯ ไปขอเช่าจัดงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ก็เกินค่าเช่าแล้ว

ซ้ำที่ผ่านมา ทางกรมพลศึกษาเองก็เอา สนามศุภชลาศัย ไปใช้จัดการแข่งขันฟุตบอล สร้างรายได้ต่างๆ มากมาย ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ เราก็เลยขอขึ้นค่าเช่าให้สมเหตุสมผลขึ้น สมมติ อาจจะปีละ 200,000 บาท เป็นปีละ 20,000,000 บาท ได้ไหม เพราะที่ผ่านมาก็มีการเอาไปสร้างรายได้ มากกว่า 20 ล้านบาท แล้วหลายเท่าในแต่ละปี ทำให้ทางเราอยากให้เกิดความสมเหตุสมผลขึ้น แต่พอกลายเป็นข่าวออกไป กลับบอกเพียงว่า จุฬาฯ จะขึ้นค่าเช่าจาก 2 แสนบาท เป็น 20 ล้านบาท แต่ไม่ได้บอกไปด้วยว่า การบริหารจัดการสนามศุภชลาศัย สามารถสร้างรายได้ปีละกว่า 100 ล้าน ไปด้วย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้