11 แข้งยอดเยี่ยมศึกพรีเมียร์ลีก 2015-16 โดย...ไทยรัฐออนไลน์ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

11 แข้งยอดเยี่ยมศึกพรีเมียร์ลีก 2015-16 โดย...ไทยรัฐออนไลน์

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 ปิดฉากฤดูกาลไปแบบเหนือความคาดหมาย เพราะ "เลสเตอร์ ซิตี้" หักปากกาเซียนลูกหนังทั่วโลก ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้แบบไม่มีใครเชื่อ และทีมกีฬาไทยรัฐออนไลน์ ได้คัดสรรสุดยอด 11 แข้งยอดเยี่ยม ที่ทำผลงานได้ดีจริงๆ โดยจะเล่นกันด้วยระบบ 3-4-3 เน้นเกมรุกเต็มพิกัดกันเลยทีเดียว…


ผู้รักษาประตู

แคสเปอร์ ชไมเคิล (เลสเตอร์ ซิตี้)

จอมหนึบชาวเดนมาร์ก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงจิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์ โดยลงสนามครบทั้ง 38 นัด เสียไป 36 ประตู

กองหลัง

เวส มอร์แกน (เลสเตอร์ ซิตี้)

กองหลังและกัปตันทีมร่างยักษ์ชาวจาเมกา ลงสนามครบทั้ง 38 นัด ไม่เคยขาด และยังทำได้อีก 2 ประตู เป็นอีกกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

ปราการหลังชาวเบลเยียม ลงสนามทุกนัดไม่มีขาด แถมยังทำได้อีก 4 ประตู แม้ทีมจะได้อันดับ 3 ปลอบใจ แต่ถือเป็นผลงานดีที่สุดของแข้งรายนี้เลยทีเดียว

เอริค ไดเออร์ (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

แข้งสารพัดประโยชน์ชาวอังกฤษ เล่นได้ทั้งกองหลังและกองกลาง ลงสนามไป 37 นัด ทำได้ 3 ประตู เป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังในอนาคตได้หรือเปล่า

กองกลาง

ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้)

จากนักเตะที่แทบไม่มีใครรู้จัก กลับกลายมาเป็นดาวดังในชั่วเวลาเพียงไม่กี่เดือน เมื่อฝีเท้าของแข้งชาวแอลจีเรียเจิดจรัสขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ โดยในเกมลีก 37 นัด ทำได้ถึง 17 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 11 ประตู นี่คือเพชรแท้อันไร้ที่ติจริงๆ

อเล็กซิส ซานเชซ (อาร์เซนอล)

แข้งตัวจี๊ดชาวชิลี ลงสนามช่วยทีมไป 30 นัด ทำได้ 13 ประตู ผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 4 ประตู ช่วยให้ทัพปืนใหญ่ คว้ารองแชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เดเล อัลลี (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

ดาวรุ่งชาวอังกฤษ วัย 20 ปี สามารถแจ้งเกิดได้เต็มตัวในฤดูกาลนี้ ได้ลงสนาม 33 นัด ทำ 10 ประตู ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตู 9 ลูก ถือเป็นกำลังสำคัญที่สเปอร์สจะขาดไม่ได้อย่างแน่นอน

เมซุต โอซิล (อาร์เซนอล)

กองกลางชาวเยอรมัน คือนักเตะที่ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดในลีกถึง 19 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำได้อีก 6 ประตู จาก 35 นัดที่ลงสนาม ถือว่าทำผลงานได้ดีพอสมควร แม้ทีมจะพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม

กองหน้า

แฮร์รี เคน (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

หัวหอกชาวอังกฤษรายนี้ ลงเล่นให้สเปอร์สครบทั้ง 38 นัด ทำได้ 25 ประตู คว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลีกไปครองอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังผ่านบอลให้เพื่อนทำได้อีก 1 ประตู แม้จะทำให้ทีมได้เพียงอันดับ 3 แต่ก็ช่วยพยุงทีมในการลุ้นแชมป์มาพอสมควร

เซร์คิโอ อเกวโร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้าชาวอาร์เจนตินา ลงสนามไป 30 นัด ทำได้ 24 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำได้อีก 2 ประตู แม้จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไม่สำเร็จ แต่การได้อันดับ 4 ก็ยังได้สิทธิ์เล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

เจมี วาร์ดี (เลสเตอร์ ซิตี้)

ดาวยิงจอมห้าว แผลงฤทธิ์ซัดคนเดียว 24 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 6 ประตู ถือเป็นแข้งอันดับ 1 ของทีม และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้จิ้งจอกสยามคว้าแชมป์แบบไร้ข้อกังขา

ผู้จัดการทีม

เคลาดิโอ รานิเอรี (เลสเตอร์ ซิตี้)

รอคอยแชมป์ลีกมานานสำหรับกุนซือมาดขรึมชาวอิตาลี เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะคุมทีมไหน ไม่เคยได้แชมป์ลีกเลยสักครั้งเดียว จนในที่สุดมาประสบความสำเร็จในวัย 64 ปี เมื่อนำฝูงจิ้งจอกสยาม ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าชมเชย

ตัวสำรอง

ปีเตอร์ เช็ก, โรเบิร์ต ฮุธ, โลรองต์ กอสเซียลนี, เควิน เดอ บรุน, เอริค ลาเมลา, คริสเตียน อีริคเซน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์


advertisement