วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

11 แข้งยอดเยี่ยมศึกพรีเมียร์ลีก 2015-16 โดย...ไทยรัฐออนไลน์

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 ปิดฉากฤดูกาลไปแบบเหนือความคาดหมาย เพราะ "เลสเตอร์ ซิตี้" หักปากกาเซียนลูกหนังทั่วโลก ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้แบบไม่มีใครเชื่อ และทีมกีฬาไทยรัฐออนไลน์ ได้คัดสรรสุดยอด 11 แข้งยอดเยี่ยม ที่ทำผลงานได้ดีจริงๆ โดยจะเล่นกันด้วยระบบ 3-4-3 เน้นเกมรุกเต็มพิกัดกันเลยทีเดียว…


ผู้รักษาประตู

แคสเปอร์ ชไมเคิล (เลสเตอร์ ซิตี้)

จอมหนึบชาวเดนมาร์ก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงจิ้งจอกสยาม คว้าแชมป์ โดยลงสนามครบทั้ง 38 นัด เสียไป 36 ประตู

กองหลัง

เวส มอร์แกน (เลสเตอร์ ซิตี้)

กองหลังและกัปตันทีมร่างยักษ์ชาวจาเมกา ลงสนามครบทั้ง 38 นัด ไม่เคยขาด และยังทำได้อีก 2 ประตู เป็นอีกกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

ปราการหลังชาวเบลเยียม ลงสนามทุกนัดไม่มีขาด แถมยังทำได้อีก 4 ประตู แม้ทีมจะได้อันดับ 3 ปลอบใจ แต่ถือเป็นผลงานดีที่สุดของแข้งรายนี้เลยทีเดียว

เอริค ไดเออร์ (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

แข้งสารพัดประโยชน์ชาวอังกฤษ เล่นได้ทั้งกองหลังและกองกลาง ลงสนามไป 37 นัด ทำได้ 3 ประตู เป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังในอนาคตได้หรือเปล่า

กองกลาง

ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้)

จากนักเตะที่แทบไม่มีใครรู้จัก กลับกลายมาเป็นดาวดังในชั่วเวลาเพียงไม่กี่เดือน เมื่อฝีเท้าของแข้งชาวแอลจีเรียเจิดจรัสขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ โดยในเกมลีก 37 นัด ทำได้ถึง 17 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 11 ประตู นี่คือเพชรแท้อันไร้ที่ติจริงๆ

อเล็กซิส ซานเชซ (อาร์เซนอล)

แข้งตัวจี๊ดชาวชิลี ลงสนามช่วยทีมไป 30 นัด ทำได้ 13 ประตู ผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 4 ประตู ช่วยให้ทัพปืนใหญ่ คว้ารองแชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เดเล อัลลี (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

ดาวรุ่งชาวอังกฤษ วัย 20 ปี สามารถแจ้งเกิดได้เต็มตัวในฤดูกาลนี้ ได้ลงสนาม 33 นัด ทำ 10 ประตู ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตู 9 ลูก ถือเป็นกำลังสำคัญที่สเปอร์สจะขาดไม่ได้อย่างแน่นอน

เมซุต โอซิล (อาร์เซนอล)

กองกลางชาวเยอรมัน คือนักเตะที่ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดในลีกถึง 19 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำได้อีก 6 ประตู จาก 35 นัดที่ลงสนาม ถือว่าทำผลงานได้ดีพอสมควร แม้ทีมจะพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม

กองหน้า

แฮร์รี เคน (ทอตแนม ฮอตสเปอร์)

หัวหอกชาวอังกฤษรายนี้ ลงเล่นให้สเปอร์สครบทั้ง 38 นัด ทำได้ 25 ประตู คว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลีกไปครองอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังผ่านบอลให้เพื่อนทำได้อีก 1 ประตู แม้จะทำให้ทีมได้เพียงอันดับ 3 แต่ก็ช่วยพยุงทีมในการลุ้นแชมป์มาพอสมควร

เซร์คิโอ อเกวโร (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้าชาวอาร์เจนตินา ลงสนามไป 30 นัด ทำได้ 24 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำได้อีก 2 ประตู แม้จะช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไม่สำเร็จ แต่การได้อันดับ 4 ก็ยังได้สิทธิ์เล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

เจมี วาร์ดี (เลสเตอร์ ซิตี้)

ดาวยิงจอมห้าว แผลงฤทธิ์ซัดคนเดียว 24 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนทำอีก 6 ประตู ถือเป็นแข้งอันดับ 1 ของทีม และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้จิ้งจอกสยามคว้าแชมป์แบบไร้ข้อกังขา

ผู้จัดการทีม

เคลาดิโอ รานิเอรี (เลสเตอร์ ซิตี้)

รอคอยแชมป์ลีกมานานสำหรับกุนซือมาดขรึมชาวอิตาลี เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะคุมทีมไหน ไม่เคยได้แชมป์ลีกเลยสักครั้งเดียว จนในที่สุดมาประสบความสำเร็จในวัย 64 ปี เมื่อนำฝูงจิ้งจอกสยาม ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าชมเชย

ตัวสำรอง

ปีเตอร์ เช็ก, โรเบิร์ต ฮุธ, โลรองต์ กอสเซียลนี, เควิน เดอ บรุน, เอริค ลาเมลา, คริสเตียน อีริคเซน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์