วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากใต้ดินสู่บัลลังก์! เปิดตำนานเส้นทางแชมป์ 'จิ้งจอกสยาม'

ใครจะไปคาดคิดจากทีมหนีตายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะทะยานขึ้นมาประกาศศักดาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ไปครองอย่างสง่าผ่าเผย ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะต้องจารึกไปอีกนาน กับทีมธรรมดาแต่หัวใจนักสู้อย่าง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีนายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจหนุ่มใหญ่สายเลือดไทยเป็นเจ้าของ...

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 จบไปแล้ว แต่บทตำนานครั้งสำคัญที่จะถูกกล่าวขานไปสู่รุ่นต่อรุ่นคงจะหนีไม่พ้น ตำนานสู่แชมป์ของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ก่อนเริ่มฤดูกาลหลายต่อหลายฝ่ายต่างปรามาสไว้ว่า ทีมจิ้งจอกน้อยทีมนี้จะต้องไปดิ้นรนหนีตกชั้นเหมือนกับปีก่อนอย่างแน่นอน

แต่ทว่าสิ่งเหลือเชื่อกับเกิดขึ้นกับทีมนี้ เมื่อพวกเขาไม่สนใจคำแยแสของคนที่ดูถูก ก่อนจะไต่เต้าไล่โค่นบรรดาเต็งแชมป์ หรือทีมที่มีภาษีดีกว่าพวกเขาเป็นว่าเล่น และไม่พลาดกับคู่ต่อกรที่มีเกรดสูสีกัน ทำให้สถิติฤดูกาลนี้ถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพลพรรคจิ้งจอกสยาม เก็บแต้มได้ถึง 81 แต้ม ซึ่งมากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 40 แต้ม โดยชนะไปถึง 23 นัด เสมอ 12 นัด และแพ้เพียง 3 นัดเท่านั้น ก่อนจะเข้าป้ายคว้าแชมป์โดยมีแต้มทิ้งห่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 2 ถึง 10 แต้มเลยทีเดียว

ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะต้องถูกจารึก เมื่อ จิ้งจอกสยาม สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้หนแรก นับตั้งแต่เริ่มทำการแข่งขันเมื่อปี 1992-93 รวมไปถึงคว้าแชมป์แรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมากว่า 132 ปีอีกด้วย โดยความสำเร็จระดับมาสเตอร์พีซครั้งนี้ ต้องยกเครดิตให้กับ เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลียน ที่เข้ามากุมบังเหียนจิ้งจอกสยามเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว รวมไปถึงบรรดานักเตะในทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดตลอดรอดฝั่ง ไม่ว่าจะเป็น เจมี วาร์ดี ดาวซัลโวของทีมที่ตะบันตาข่ายไปถึง 24 ประตู มากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 19 ประตู พร้อมกับได้รางวัลตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของผู้สื่อข่าวอังกฤษ (FWA) รวมไปถึง ริยาด มาห์เรซ ฟันเฟืองคนสำคัญที่ประกาศศักดาเป็นแข้งซุปเปอร์สตาร์เต็มตัว หลังกดไป 17 ประตู กับอีก 11 แอสซิสต์ พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) ไปนอนกอดแบบน่าชื่นชม

นอกจากนี้ เบื้องหลังความสำเร็จคงหนีไม่พ้นบรรดาผู้บริหารของทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานใหญ่ของสโมสร อย่าง นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจหนุ่มสายเลือดไทย ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ จิ้งจอกสยาม ตั้งแต่ปี 2553 ก่อนจะประสบความสำเร็จในการดึงตัว เคลาดิโอ รานิเอรี ยอดกุนซือชาวอิตาเลียนมาในซัมเมอร์ที่แล้ว ทำให้กุนซือรายนี้ได้ปฏิรูปทีมขึ้นมาใหม่ สร้างทีมเวิร์กพร้อมปลุกสปิริตของนักเตะในทีมออกมา รวมไปถึงการเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของนักเตะออกมา จนสามารถต่อกรกับทุกทีมในลีกได้แบบไม่เคอะเขิน ก่อนจะก้าวขึ้นมานั่งบัลลังก์ในที่สุด.

เปิดตำนานเส้นทางสู่แชมป์ของ จิ้งจอกสยาม

นัดที่ 1 ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2 (เหย้า)

นัดที่ 2 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน)

นัดที่ 3 เสมอ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 1-1 (เหย้า)

นัดที่ 4 เสมอ บอร์นมัธ 1-1 (เยือน)

นัดที่ 5 ชนะ แอสตัน วิลลา 3-2 (เหย้า)

นัดที่ 6 เสมอ สโต๊ก ซิตี้ 2-2 (เยือน)

นัดที่ 7 แพ้ อาร์เซนอล 2-5 (เหย้า)

นัดที่ 8 ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 (เยือน)

นัดที่ 9 เสมอ เซาแธมป์ตัน 2-2 (เยือน)

นัดที่ 10 ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 (เหย้า)

นัดที่ 11 ชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 3-2 (เยือน)

นัดที่ 12 ชนะ วัตฟอร์ต 2-1 (เหย้า)

นัดที่ 13 ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-0 (เยือน)

นัดที่ 14 เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า)

นัดที่ 15 ชนะ สวอนซี ซิตี้  3-0 (เยือน)

นัดที่ 16 ชนะ เชลซี  2-1 (เหย้า)

นัดที่ 17 ชนะ เอฟเวอร์ตัน  3-2 (เยือน)

นัดที่ 18 แพ้ ลิเวอร์พูล  0-1 (เยือน)

นัดที่ 19 เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 (เหย้า)

นัดที่ 20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เหย้า)

นัดที่ 21 ชนะ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 1-0 (เยือน)

นัดที่ 22 เสมอ แอสตัน วิลลา 1-1 (เยือน)

นัดที่ 23 ชนะ สโต๊ก ซิตี้ 3-0 (เหย้า)

นัดที่ 24 ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 (เหย้า)

นัดที่ 25 ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 (เยือน)

นัดที่ 26 แพ้ อาร์เซนอล 1-2 (เยือน)

นัดที่ 27 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า)

นัดที่ 28 เสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (เหย้า) 2-2

นัดที่ 29 ชนะ วัตฟอร์ต 1-0 (เยือน) 

นัดที่ 30 ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 (เหย้า) 

นัดที่ 31 ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 (เยือน)

นัดที่ 32 ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เหย้า)

นัดที่ 33 ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 (เยือน)

นัดที่ 34 เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-2 (เหย้า)

นัดที่ 35 ชนะ สวอนซี ซิตี้ 4-0 (เหย้า)

นัดที่ 36 เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 (เยือน)

นัดที่ 37 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 (เหย้า) 

นัดที่ 38 เสมอ เชลซี 1-1 (เยือน)

ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้หรอกว่า ฤดูกาลหน้าของพลพรรค "จิ้งจอกสยาม" จะเป็นเช่นไร แต่ที่รู้คือวินาทีนี้พวกเขาได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของแฟนลูกหนังทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนลูกหนังชาวไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...