วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้นรังอดีตส.ส.เพื่อไทย บ้าน‘วรชัย-ประชา’

ค้นรังอดีตส.ส.เพื่อไทย บ้าน‘วรชัย-ประชา’

  • Share:

ทั่ว‘ปากน้ำ’14จุด ‘ศรีวราห์’หัวหอก อ้างล้างอิทธิพล

“ศรีวราห์” นำทหาร-ตำรวจ กว่า 100 นาย จู่โจมตรวจค้นเป้าหมายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 14 เป้าหมาย รวมทั้งบ้าน “วรชัย เหมะ” และ “ประชา ประสพดี” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จับกุมผู้ต้องหามีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ราย ส่วน “ประชา ประสพดี” อ่วม โดนข้อหามี ใช้ ตั้งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และก่อสร้างท่าเทียบเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้าน “วรชัย เหมะ” โวยสาเหตุที่ ถูกค้นบ้านเพราะให้สัมภาษณ์อัด “ประยุทธ์” ใช้อำนาจแบบขวาจัด ขณะที่ “บิ๊กป้อม” ยืนยันเจ้าหน้าที่ตรวจค้นตามข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

“ศรีวราห์” ระดมตำรวจทหารจู่โจมตรวจค้นเป้าหมายผู้มีอิทธิพลเมืองปากน้ำรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 พ.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผบ.พล.ร.2 รอ. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. นำกำลังทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) พร้อมสืบสวนนครบาล กว่า 100 นาย ตรวจค้นเป้าหมายผู้มีอิทธิพล 14 เป้าหมายในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ตามปฏิบัติการปากน้ำปลอดภัย ขจัดภัยผู้มีอิทธิพล นัดกำลังเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเป้าหมายพร้อมกัน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะเรียกกำลังตำรวจพื้นที่ เข้าสนับสนุนปฏิบัติการในภายหลัง

สำหรับเป้าหมายที่เข้าตรวจค้นประกอบด้วย จุดที่ 1 บ้านนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีต รมช.มหาดไทย ตรวจพบปืนเล็กยาวชนิด 10 นัด 1 กระบอก ปืนลูกซองอัตโนมัติ 8 นัด 1 กระบอก พร้อมกระสุน 6 นัด ปืนลูกซองปั๊มแอ็กชั่น 5 นัด 1 กระบอก ปืนกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. พร้อมซองกระสุน 2 ซอง กระสุน 51 นัด ปืน 9 มม. 2 กระบอก พร้อมกระสุน 11 นัด ปืนกึ่งอัตโนมัติขนาด 7.65 จำนวน 1 กระบอก (ไม่พบใบอนุญาต) พร้อมเครื่องกระสุน 3 ซอง ปืน .357 จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุน 8 นัด ปืน .38 จำนวน 1 กระบอก ปืน 9 มม. พร้อมซองกระสุน 2 ซอง และกระสุน 16 นัด

จุดที่ 2 บ้านนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตรวจพบเสื้อแดง นปช.4 ตัว กระสุนขนาด 9 มม. 12 นัด กระสุนปืนลูกซอง 1 นัด มีดยาว 1 เล่ม ตู้สล็อต 1 เครื่อง ตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดได้ 2 ตู้ จุดที่ 3 บ้านนายพีรวัชร์ ยงทองคำทิพย์ พบปืนยาวอัดลมไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และปืนบีบีกัน 1 กระบอก สัญญาจ้างแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก จดทะเบียนในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ไพร์ แคร์ ดิวตี้ (บริษัทยามและรับจ้างจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว) วิทยุไอคอมระบบวีอาร์มีใบอนุญาต จุดที่ 4 บ้านนายพรณรงค์ แว่นแก้ว ตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงเอกสารเกี่ยวกับกลุ่มเสื้อแดง อาทิ บัตรสมาชิก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน บัตรสตาฟฟ์คล้องคอ 19 ใบ ธงแดง นปช. 1 ผืน ปลอกแขนข้อความ “ยุบสภาคืนอำนาจให้ ปชช.” จำนวน 1 ผืน ผ้าพันคอ อาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย อพปช. 1 ผืน แผ่นซีดีการชุมนุม 6 แผ่น หน้ากากรูปทักษิณ ชินวัตร 1 อัน

จุดที่ 5 บ้านนายสมบัติ ทองย้อย ตรวจพบ วิทยุสื่อสารพร้อมแท่นชาร์จจำนวน 1 เครื่อง แผ่นซีดีการชุมนุม นปช.จำนวน 12 แผ่น ประกาศนียบัตร นปช. ระบุชื่อนายสมบัติ เมื่อปี 54 กระบอกบรรจุกระสุน ขนาด 81 มม. ปืนบีบีกันขนาด 9 มม.พร้อมชุดอุปกรณ์แต่ง สมุดจดบันทึกของนายนพเกล้า คงสุวรรณ เป็นข้อความจดบันทึกภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วิทยุสื่อสารติดรถยนต์ 1 เครื่อง แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือเอกสารในเชิงปลุกระดมต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ และรัฐบาล จุดที่ 6 บ้านนายศิริ เพ็งแจ่ม ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จุดที่ 7 บ้านของนายวรชัย เหมะ ตรวจค้นไม่ปรากฏสิ่งผิดกฎหมาย และเอกสารในเชิงปลุกระดมต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ และรัฐบาล

จุดที่ 8 บ้านนายวรชัย เหมะ ขายต่อให้นางจิรภรณ์ สวยสุวรรณ แล้ว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ จุดที่ 9 บ้านนายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ ตรวจค้นพบเอกสารของกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ และปฏิทินอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จุดที่ 10 อยู่ระหว่างการสรุปการตรวจค้น จุดที่ 11 บ้านนายชาญ ไชยะ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย สอบถามครอบครัวทราบว่านายชาญได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศลาว จุดที่ 12 บ้านนายฐนกร ศิริไพบูลย์ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ได้ยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง มาทำการตรวจสอบ จุดที่ 13 ร้านอาหารปลายน้ำฟาร์ม เป็นของนายสมพร เทียนสุวรรณ ลูกชายของนายสมัคร เทียนสุวรณ ส.อบจ.สมุทรปราการ เขต อ.พระสมุทรเจดีย์ จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ จุดที่ 14 บ้านนายสมัคร เทียนสุวรรณ อยู่ระหว่างการติดต่อบุตรสาวเพื่อขอเข้าตรวจค้น

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ. สมุทรปราการ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผวจ.สมุทรปราการ พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผบ.พล.ร.2 รอ. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานพิเศษ ฝ่ายกฎหมาย คสช. พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. แถลงผลการตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด ยึดของกลางอาวุธปืน 13 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 96 นัด

ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายสุธีร์ ขวัญละมูล อายุ 38 ปี ข้อหามีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ด.ต.วัชรพล สาระนันท์ อายุ 55 ปี ข้อหามีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายประชากับนางนันทวรรณ ประสพดี (เจ้าบ้าน) ข้อหาร่วมกันมี ใช้ ทำ ตั้ง ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 888 และ 999 หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งนายประชา เป็นผู้ครอบครองและนำตรวจค้น พบเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสารแบบตั้งโต๊ะ 4 เครื่อง รถดับเพลิง 1 คัน จอดอยู่ในโรงจอดรถ และพบมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือ มีเรือเร็ว 5 ลำ จอดอยู่ แจ้งข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มี ใช้ ทำ ตั้ง ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อสร้างอาคาร (ท่าเทียบเรือ) โดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า พอใจกับผลการปฏิบัติงานครั้งนี้ ยืนยันว่าการปิดล้อมตรวจค้นในวันนี้ไม่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มการเมืองใด แต่ปฏิบัติการตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นทีมีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด 16 มูลฐานความผิดและคำสั่งของ หัวหน้า คสช.เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ดำเนินการแจ้งข้อหาและควบคุมตัวทั้งหมด ทุกคนมีสิทธิขอประกันตัวได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า การบุกตรวจค้นในครั้งนี้ส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายไปบ้านอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเป็นข้าราชการประจำ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.30 น. นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อเวลา 06.00 น. ทหารได้บุกบ้านตนที่ จ.สมุทรปราการ ไล่คนในบ้านออก ไม่ให้มีการถ่ายรูปใดๆ ดึงสายโทรศัพท์และลบภาพวงจรปิดทิ้ง แล้วงัดห้องนอนตนรื้อข้าวของภายในห้อง คาดว่าจะบุกมาจับตัว เนื่องจากให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจแบบขวาจัด แต่บังเอิญตนและภรรยาไม่อยู่บ้าน ความจริงพร้อมไปรายงานตัวที่ไหนก็ได้ ขอให้นัดมาเลย อยู่ดีๆจะมารวบตัวทำเหมือนตนเป็นโจรห้าร้อย ทำให้ประเทศล่มจม ฝากบอก พล.อ.ประยุทธ์ว่า มีอะไรให้ส่งคนมาคุยกับตนได้ หรือเชิญไปที่ไหนก็ได้ การมีอำนาจต้องใช้ให้ถูก อย่าใช้เฉพาะกับคนเห็นต่าง หรือคนไม่มีอาวุธ ทำให้คนรู้สึกไม่ดีกับรัฐบาล แค่พูดติติงบอกรัฐบาลไม่ได้ปลุกระดม อะไรที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์หรือประชาชนต้องการอะไร ก็บอกผ่านสื่อไป ส่วนตัวไม่ได้โกรธ พล.อ.ประยุทธ์ แต่การเป็นคนสาธารณะต้องให้คนพูดได้บ้าง ทั้งนี้ทหารยังตรึงกำลังล้อมบ้านอยู่

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายวรชัยให้สัมภาษณ์อีกรอบว่า ตนไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ทำมาหากินเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ได้ค้ายา หรือทำธุรกิจสีเทา ไม่เคยข่มเหงรังแกใครโดยใช้อำนาจบาตรใหญ่ และไม่เคยโกง ตนเป็นลูกผู้ชายพอ ขอให้ลูกผู้ชายชาติทหารคุยกันด้วยข้อเท็จจริง สิ่งที่พูดผ่านสื่อเป็นการแสดงออกของนักการเมือง ตามแนวทางสันติวิธี ไม่ใช่นักต่อสู้ที่ใช้กำลัง เป็นการต่อสู้ทางความคิดให้ประชาชนเห็นด้วยกับความคิดของเรา ไม่ใช้วิธีทำผิดกฎหมายแน่ อย่ายัดเยียดข้อหา หรือความอยุติธรรมมาให้ ลูกผู้ชายชาติทหารควรสู้ตามวิถีทาง แพ้ก็แพ้ ชนะก็ชนะ อย่าลืมว่าประชาชนดูอยู่ คนทำไม่ดีก็ถูกตรวจสอบได้ ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ให้ใช้หลักธรรมาภิบาลในการใช้อำนาจ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีตำรวจและทหารตรวจค้นบ้านนักการเมืองและแกนนำกลุ่ม นปช.ใน จ.สมุทรปราการ ว่าเป็นการตรวจค้นตามปกติ ไม่ว่าใครตรวจค้นทั้งหมด หากมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามา ส่วนการตรวจค้นบ้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเกี่ยวข้องกับที่ไปวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่ามีความคิดที่ขวาจัดไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน เพราะเจ้าหน้าที่มีรายชื่ออยู่แล้ว ตนยังไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการเมื่อใดและพื้นที่ไหน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเจ้าหน้าที่คงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ขอยืนยันว่าเราไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใครไม่มีแน่นอน ฉะนั้นถ้าใครไม่ได้กระทำความผิดก็ไม่เป็นอะไร หากใครทำผิดก็ต้องว่ากันตามกระบวนการ

เมื่อถามว่านายวรชัยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ไปค้นบ้านพักส่วนตัว พร้อมทั้งตัดสายกล้องวงจรปิด และตัดสายโทรศัพท์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรตนไม่รู้ ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าอย่าไปละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้