ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อดทนมานาน! หญิงแย้ รับผิดทั้งน้ำตา ปรับตัวไม่ได้เอง รักหมอแต่ขอจบ!

    ไทยรัฐออนไลน์10 พ.ค. 2559 14:30 น.
    SHARE

    หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข แถลงข่าวทั้งน้ำตา กรณีเลิกสามี หมอสอง นพ.นพรัตน์ รัตนวราห ที่แต่งงานกันมาได้เพียง 3 เดือน เผยสาเหตุไลฟ์สไตล์ต่างกัน ไร้มือที่ 3 โดยตนไม่คิดกลับไป ส่วนเรื่องสินสอดไม่ได้เอาอะไรมาเลยในวันที่ออกจากบ้านหมอ โดย หญิงแย้ แถลงที่ร้าน Spec Bar เอกมัย 13 ว่า

    สาเหตุที่เลิกกัน? "เป็นเรื่องของทัศนคติและไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตรงกัน ใน 9 ปีที่ผ่านมา แย้เรียนรู้กับคุณหมอมาตลอด และปรับเปลี่ยนตัวเองค่อนข้างเยอะตั้งแต่เป็นแฟนกันใหม่ๆ เพราะเรารักเขามาก และเรายังเด็ก ทำให้เชื่อฟังทุกอย่าง สิ่งที่สั่ง สิ่งที่สอน เราทำตามหมด ด้วยวุฒิภาวะ อายุ ทำให้เราเชื่อฟังคุณหมอ ซึ่งจริงๆ เราไม่ใช่คนเชื่อฟังใครขนาดนั้น เพราะสมัยมีความรักแบบป๊อปปี้เลิฟ เราจะเป็นฝ่ายผู้นำสั่งแฟนให้ทำนู่นทำนี่ แน่นอนว่าการที่เปลี่ยนตัวเองมันต้องมีความอดทนอยู่แล้ว ที่ยอมทำแบบนี้เพราะเรารักเขา ยอมเปลี่ยนตัวเองเพราะอยากให้เขามีความสุข และคิดว่าความรักที่มีทำให้สิ่งที่เรากำลังอดทน สิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง ก้าวผ่านไปได้ (เสียงสะอื้น) แต่สุดท้ายมันเหมือนกับเราต้องถอยออกมา นอกจากสิ่งที่สะสมมานาน มันก็มีจุดแตกหักด้วย"

    จุดแตกหักมาจากเพราะเราชอบสังสรรค์หรือเปล่า? "ขอชี้แจงในประเด็นการสังสรรค์ แย้เองถูกทุกคนมองว่าเป็นผู้หญิงปาร์ตี้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะเราก็มีเคอร์ฟิว ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณหมอสั่งสอนมาตลอดและเป็นกฎอยู่แล้วว่า ต้องกลับบ้านก่อนเวลา 22.30 น. และปฏิบัติแบบนี้มาตลอด เพื่อนทุกคนก็เห็น หากอยู่เกินเวลานั้นขึ้นไป ต้องมีคุณหมอคอยอยู่ด้วยตลอด นอกจากนี้เรายังทำธุรกิจอย่างร้านอาหาร เครื่องสำอาง บริษัทโฆษณา ทำให้ไม่สามารถอยู่บ้านได้ จึงต้องออกมาข้างนอก ซึ่งในวงการเอเจนซี่ ประชาสัมพันธ์โฆษณา จะทราบดีว่าการประชุมกลางวันน้อยมาก สมัยนี้จะเริ่มประชุมกัน 2-3 ทุ่ม เราต้องเอาใจลูกค้าเพราะเค้าสะดวกเวลานี้ กลางวันงานเราก็มาก แต่ก็ไม่เคยกลับหลัง 4 ทุ่มครึ่งเลย ทำแบบนี้มาตลอด จนทุกวันนี้ไม่มีคุณหมอแล้ว ก็ยังเชื่อฟังในคำสั่งสอนที่เขาเคยปูทางไว้"

    ทางคุณหมอเป็นคนบอกหญิงแย้ใจร้อนเอง? "ยอมรับว่าใจร้อนจริง เพราะเหมือนว่าเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ขอย้อนกลับไปเล่าถึงจุดแตกหัก วันนั้นไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวทองหล่อ และเพื่อนๆ ชวนว่าจะไปเที่ยวต่อมั้ย เราก็อยากไปต่อเพราะไม่ได้เที่ยวมานานแล้ว เลยโทรหาคุณหมอเพื่อบอกว่าจะไปเที่ยวต่อนะ จะตามมาด้วยไหม อยากให้ตามมา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืน และเพื่อนๆ ช่วยโทรก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทิ้งข้อความไว้ในไลน์ ว่าจะไปเที่ยวนะ ตัวเองตามมานะ จากนั้นเราก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ จนประมาณเที่ยงคืน คุณหมอติดต่อกลับมาถามว่าอยู่ไหน เราก็บอกอยู่ที่นี่นะ กำลังเที่ยวอยู่ เขาเลยว่าเรา ทำไมไม่กลับบ้าน แต่งงานแล้วทำไมยังเที่ยวอยู่ จะไม่ปาร์ตี้สักวันได้ไหม เราบอกไปพยายามชวนเขาแล้ว ซึ่งตรงนี้ยอมรับว่าเราก็อยากไปเที่ยว เพราะไม่ได้เที่ยวมานาน แย้ก็ถามเรื่องที่ติดต่อเขาไม่ได้ ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้ตอบคำถามตรงนี้ แต่เราก็รับฟังเรื่องที่ว่าเรามาก่อนจะได้ใจเย็น จนกระทั่งกลับถึงบ้าน ยังว่าเราเหมือนเดิม ประโยคเดิม เป็นอะไรที่อึดอัดมาก แย้ก็นึกไปถึงสิ่งที่สะสมมานาน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนตัวเองและอื่นๆ แย้เลยรู้สึกมันไม่ไหวแล้ว ณ จุดนั้น เลยถอดแหวนแต่งงาน วางไว้ที่หน้าเขา และไปเก็บของบางส่วนที่สำคัญออกมา ก่อนออกจากห้อง แย้บอกคุณหมอว่า เค้าคงไม่ดีพอสำหรับตัวเองหรอก และทางคุณหมอมองหน้าอย่างเดียว ไม่พูดอะไร ไม่ได้ห้าม อาจจะคิดว่าเดี๋ยวเราก็กลับมา หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกันเลยตั้งแต่คืนวันที่ 16 เม.ย."

    งานนี้แถลงทั้งน้ำตา
    คำว่ารักบางทีไม่พอ

    หญิงแย้ กล่าวทั้งน้ำตาว่า "แล้ววันที่ 20 เม.ย.คือวันเกิดแย้ มันเป็นวันเกิดที่มันเศร้ามาก เราคิดว่ามันต้องมีเซอร์ไพรส์ เพราะเราหายไปจากหมอมาตั้ง 4 วัน ไลน์ โทรศัพท์ไม่ได้บล็อก พร้อมที่จะติดต่อ อยากให้เค้าง้อมาก 4 วันนี้แย้เครียดมาก ทำไมไม่เป็นห่วงเราเลยเหรอ จะเป็นตายร้ายดียังไง วันที่ขับรถออกจากบ้านไปเป็นอารมณ์ที่แบบเสียใจ ควรจะต้องเป็นห่วง และรู้ด้วยว่าเราไปอยู่ที่ไหน และวันที่ 20 เม.ย. มันก็มีความหวังว่าเค้าจะมา เพราะอยู่ด้วยกันมาตลอด 9 ปี แต่ก็ไม่มีอะไรเลย เหมือนเป็นการเซอร์ไพรส์ตัวเอง"

    หลังจากนั้นคุณหมอได้ติดต่อมาบ้างไหม? "หลังจากวันที่ 20 เม.ย. ได้ตัดสินใจว่าคงต้องออกจากชีวิตผู้ชายคนนี้ เพราะชีวิตคู่น่าจะเป็นห่วงกันได้มากกว่านี้ ตอนนั้นพ่อแม่ไม่ทราบเพราะอยู่ต่างประเทศ แต่เมื่อพวกท่านกลับมาถึงประมาณช่วงวันที่ 27 เม.ย. จึงแจ้งข่าวนี้อธิบายเหตุผลให้ฟัง ทางพ่อแม่ก็ไม่ขัดอะไร และแย้ก็ได้ลบคุณหมอออกจากไลน์กลุ่มครอบครัวของแย้ จากนั้นไม่นานหมอได้ไลน์หาพ่อแม่ อยากให้มาทำความเข้าใจกัน ถ้าจะจบก็จบด้วยดี ไม่มีดิสเครดิตอะไรกัน แน่นอนว่าเราอยากจบได้ดี สักพักเขาโทรมาง้อ แต่เราปฏิเสธไปจะไม่คืนดี และจบแค่ตรงนั้น"  ก่อนหน้านี้มีข่าวเหมือนเราไม่ได้อยากแต่งงาน? "ไม่ค่อยอยากแต่งงาน ยอมรับว่าเคยบอกเลิกคุณหมอก่อนแต่งงานด้วย"  เรื่องที่คุณหมอเอาคลิปมาขู่? "คลิปนั้นไม่ใช่คลิปโป๊นะคะ แต่เป็นคลิปขอแต่งงาน วันก่อนที่คุณหมอจะปล่อยคลิปขอแต่งงาน แย้ได้บอกเลิกคุณหมอ ไม่พร้อม ยังไม่อยากแต่ง รู้สึกว่าไม่พร้อม แต่หมอเขาก็ถามทำไมไม่แต่ง พยายามหาเหตุผลมาโน้มน้าวเรา และวันต่อมาก็ปล่อยคลิปขอแต่งงาน เราก็เลยโอเค"

    ยอมรับว่าเข็ดกับชีวิตคู่และการแต่งงาน

    เรื่องสินสอดที่มีปัญหากัน? "สินสอดไม่ใช่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลิกกัน แต่เป็นประเด็นสังคมที่หาว่าเราหน้าเงิน แต่งงานไม่นานก็เลิกกันเลย ซึ่งเรื่องสินสอดที่มีข่าวไปว่า 100 กว่าล้านบาทนั้น ขอชี้แจง 2 อย่าง คือ เงิน 100 ล้านคือโรงพยาบาลและเรือนหอ ตรงนี้เป็นทรัพย์สินคุณหมอ แต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่สินสมรสด้วย ส่วนรถยนต์ต่างๆ ที่คุณหมอมีทั้งหมด ก็ไม่มีชื่อของแย้ ส่วนสินสอด 30 ล้านบาท ตรงนี้แย้ต้องขออภัยสื่อมวลชน สังคม และทุกคนมากๆ เลย ตอนที่มีพิธีหมั้น แย้ได้ให้สัมภาษณ์ไปพร้อมกับคุณหมอว่า สินสอดมีมูลค่า 30 ล้านบาท แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อะไรนอกจากแหวนเพชร ซึ่งคืนไปแล้ว ต่างหูเพชรยังอยู่ที่บ้านคุณหมอ และกำไลเพชรอยู่กับแย้ ดังนั้น สินสอดแย้ไม่ได้อะไรเลย แต่ไม่ได้เป็นเหตุผลในการเลิกกัน เรื่องสินสอดได้ตกลงกันตั้งแต่ก่อนหมั้นว่า คุณหมออยากให้สมเกียรติ สมฐานะของแย้ อยากให้การแต่งงานครั้งนี้ดูยิ่งใหญ่ต่อตัวเราและครอบครัว เราก็ยอมรับการตัดสินใจ และครอบครัวก็ไม่ขัดถ้าจะเอาเงินสด ทองคำ ในวันนั้นคืนไป แย้เองก็ไม่ได้สนใจว่าจะเอาเงินมาทำไมเพราะสุดท้ายก็คือชีวิตคู่อยู่ดี"

    ปรับเขา ปรับเรา ไม่พอ ต้องปรับเข้าหากันและกัน

    มีข่าวว่าเรากับทางบ้านคุณหมอไม่เข้ากันเท่าไร? "แย้ไม่ได้มีปัญหากับครอบครัวของคุณหมอ" หลังจากนี้วางแผนในอนาคตเรื่องของคุณหมออย่างไรบ้าง? "ตอนนี้วางแต่ตัวเอง รู้สึกเดินออกมาได้มากพอสมควรแล้ว มีความสุข แย้ยอมรับว่าไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ด้วยความรักคิดว่าจะผ่านพ้นทุกอุปสรรคได้ เรายังสนุกกับการทำงาน แต่อายุคุณหมอ 44 ปีแล้ว แน่นอนเราก็เห็นใจเขาที่อยากแต่งงานมีลูกแล้ว เราเชื่อฟังเคารพการตัดสินใจทั้งหมด"  ถ้าจากนี้คุณหมอมาง้อเราจะใจอ่อนไหม? "คิดว่าไม่กลับไป เพราะเจ็บมากตั้งแต่วันที่ออกมาจากบ้าน ที่สำคัญเรารู้สึกว่า ถ้าเราเลิกจากกันแล้ว ควรจบกันด้วยดี แต่มีหลายกระแสที่มีการโพสต์ออกมา"  มีประเด็นที่หญิงแย้บอกว่ารู้สึกเหมือนเป็นทาส? "เรื่องทาสอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แย้ไม่ได้พูดถึงว่าตนเองเป็นทาส เพราะทาสตอนนี้ไม่มีแล้ว เรียกว่าเหมือนกับเราอยู่ข้างนอกทำงานก็เหนื่อย พอกลับบ้านอยากจะรีแลกซ์ แต่พอกลับไปที่บ้านไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ต้องมาดูแลเอาใจมากมาย เลยรู้สึกว่ามันเหนื่อย"

    หมอโพสต์ไอจีที่อยากให้เคลียร์ก่อนแถลง? "แย้คิดว่าไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว หลายวันที่ผ่านมา มีเวลาทบทวนตัวเอง ได้ฟังอะไรหลายอย่างจากคนรอบข้าง เลยคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ออกมา แต่ทุกวันนี้ยังเคารพคุณหมอเหมือนเดิม"  หมอโพสต์ไอจีว่ามีการนอกใจ และยังมีการแฉว่าที่ไปเที่ยวเกาหลีมีผู้ชายไปด้วย? "เรื่องนอกใจ มือที่ 3 ไม่มีแน่นอน เรื่องไปเกาหลีก็ไปกันทั้งครอบครัว และทีมงานของแย้ซึ่งก็มีผู้ชาย แต่ไม่มีอะไรแน่นอน ส่วนฝั่งคุณหมอก็คิดว่าไม่มีเรื่องมือที่สามเหมือนกัน"  เสียใจไหม เพราะคบกันมานาน? "(เสียงสะอื้น) ตอนนี้เราอายุ 29 อยู่กับเค้ามา 9 ปี มีอะไรที่อยู่ด้วยกันมาเยอะ เราจะไม่โทษเค้า เราก็แน่นอนว่ามีข้อเสีย เราก็คิดว่าความรักมันทำให้ทุกอย่างผ่านมาได้ แล้ว 10 ปีที่เราอยู่หันไปทางไหนก็คือหมอ แล้วเราต้องมาอยู่คนเดียว ทั้งที่ 3 เดือนที่แล้วเรายังอยู่ด้วยกัน"

    ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นหรอก

    ปัญหาเกิดจากที่เราเที่ยว และตัดสินใจออกจากบ้านมา จริงๆ แล้วดูเหมือนเป็นเรื่องที่เคลียร์ได้ กลายเป็นปัญหาหลักที่เราเลิกเพราะเขาไม่ให้เที่ยว? "เรื่องเที่ยวไม่ได้เป็นปัญหาหลัก เพราะอย่างที่บอกว่าได้ขอเลิกกับหมอตั้งแต่ก่อนจะมีพิธีหมั้นด้วยซ้ำ แต่เพราะยังรักอยู่ เค้าพูดอะไรนิดๆหน่อยๆ เราก็ใจอ่อน คล้อยตามทุกอย่าง" คบมากันตั้ง 9 ปีทำไมยังทนได้ ? "มันเป็นเรื่องสะสม เรื่องทัศนคติ แต่ไม่ขอแจกแจงว่ามีอะไรบ้าง มันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างต่างกันมากๆ และไลฟ์สไตล์ แย้ทำธุรกิจต้องอยู่นอกบ้าน แต่หมอเอ็นจอยอยู่ในบ้านมาก จะสร้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้ามีความสุขอยู่ในบ้าน"  9 ปีที่คบกันต้องรู้ว่าไลฟ์สไตล์แต่ละคนเป็นไง? "รู้มาตลอด และเปลี่ยนตัวเองมาตลอด รับกับมันมาตลอด แย้ไม่เคยมีโมเมนต์ทานข้าวนอกบ้าน ส่วนหมอจะเปลี่ยนตัวเองมั้ย ให้รอถามหมอมากกว่า แย้เปลี่ยนตัวเองเยอะ ไม่เทคแคร์ใครเท่าไร เพราะลำพังชีวิตตัวเองก็เหนื่อยอยู่แล้ว"

    การเป็นเวิร์กกิ้งวูแมน มีส่วนทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาไหม? "ยอมรับเพราะว่า คนที่เป็นเวิร์กกิ้งวูแมน เป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งตอนนี้เหมือนกับแย้และหมอ เป็นช้างเท้าหน้าทั้งคู่ เพียงแต่มีช้างตัวนึงคือแย้ ที่พยายามเป็นช้างเท้าหลัง แต่ไม่สำเร็จ"  ตอนนี้โอกาสคืนดีไม่มีเลยใช่มั้ย? "เป็นเรื่องของอนาคต ไม่กล้าตอบตอนนี้"  หลายคนเลิกกันเพราะโปรโมตสินค้าสร้างกระแส? "ไม่เกี่ยวกับการโปรโมต หรือสินค้าใดๆ เรื่องนี้เซ้นซิทีฟมาก เราก็ผู้หญิงคนหนึ่ง สังคมไทยก็รู้อยู่แต่งงานแล้วก็คือแต่งงาน" หากผ่านไปเดือนนึงกลับมาดีกันคนจะมองโปรโมตหรือเปล่า? "เป็นเรื่องน่าอายมากกว่า ทุเรศตัวเอง ถ้าทำแบบนั้น"  ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า? "ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่ต้น"

    ฝากถึงคุณหมอ? "ขอบคุณมากตลอด 8-9 ปี ที่ผ่านมา สั่งสอนให้เข้มแข็งดูแลตัวเอง อย่างที่พี่หมอเคยบอกว่า ถ้าวันนึงพี่หมอไม่อยู่ และเรามีลูก ก็จะต้องเข้มแข็งและอยู่ในส่วนของเค้าให้ได้ ได้รับคำสั่งสอนมาเยอะ และอยากให้เก็บแต่ความทรงจำดีๆ เรื่องราวดีๆที่ผ่านมาเยอะ (ร้องไห้)" บทเรียนแต่งงาน? "ความรักไม่ใช่ทุกอย่าง ชีวิตคู่มีองค์ประกอบเยอะมาก ถ้าใครตัดสินใจแต่งงานโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน ขอบอกเลยว่าช่วยกันถอยหลังคนละก้าว ถ้าเราต้องเปลี่ยนตัวเองมากๆ เพื่อใครสักคน สุดท้ายก็ทนไม่ได้อยู่ดี ต้องเป็นตัวของตัวเองอยู่ดี ยอมรับเข็ดกับการแต่งงาน ด้วยความที่มีกระแสสังคมในโซเชียล ดูถูกเราว่าเกาะหมอกิน รู้สึกเสียใจว่าทำไมผู้หญิงคนนึงจะหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้หรือ เพราะว่าตั้งแต่ต้นหมอจะสอนให้ดูแลตัวเองให้ได้ รวมถึงการดูแลเงิน แย้ก็ทำมาตลอด ก็ไม่เคยขอเงินหมอเลย".

    ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง
    ชีวิตต้องเดินต่อไป
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หญิงแย้หญิงแย้ นนทพรหญิงแย้ เลิกหมอหมอนพรัตน์ดาราเลิกกันนนทพร ธีระวัฒนสุขนพรัตน์ รัตนวราหข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวบันเทิง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo