วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหมืองโปแตชอีสาน จะเอาภูเขาเกลือไปไว้ที่ไหน

วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดอุดรธานี มีการจัดตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ของ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช จำกัด หรือ APPC ท่ามกลางเสียงหนุนและเสียงต้านของประชาชนสองฝ่าย

โครงการเหมืองแร่โปแตชอีสานต้องถือเป็นโครงการมาราธอนโครงการหนึ่ง เพราะมีการต่อต้านจากประชาชนในท้องถิ่นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมานานมาก

รัฐบาล คสช. ได้ออกใบอนุญาตเหมืองแร่โปแตชให้กับ บริษัท เหมืองแร่โปแตช อาเซียน จำกัด (มหาชน) ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ไปแล้ว 9,700 ไร่ จะเริ่มผลิตปุ๋ยโปแตชได้ในปี 2562 และอยู่ระหว่างพิจารณาคำขอ 2 ราย คือ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ที่ขอพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา 9,000 ไร่ และ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ขอพื้นที่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรฯ 26,400 กว่าไร่ ซึ่งมีการจัดตั้งเวทีแสดงความคิดเห็นกับคนในท้องถิ่นเมื่อวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แร่โปแตช ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “เกลือหิน” หรือ Rock Salt ในภาษาอังกฤษนั่นเอง เป็นเกลือที่สะสมจากการตกตะกอนของน้ำทะเล ภาคอีสานของไทยมีเกลือโปแตชจำนวนมาก ว่ากันว่ามีถึง 4 แสนล้านตัน แสดงว่า ภาคอีสานของไทยในอดีตเมื่อหลายล้านปีก่อน เคยจมอยู่ใต้ทะเลมาก่อน จึงมีเกลือตกตะกอนอยู่มากมาย ทับถมลงไปหลายร้อยเมตร
เกลือหิน ใน ภาคอีสาน แบ่งออกเป็น 2 แอ่ง โดยมี เทือกเขาภูพาน กั้นกลาง

แอ่งเหนือ หรือ แอ่งสกลนคร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม รวมพื้นที่ 17,000 ตารางกิโลเมตร

แอ่งใต้ หรือ แอ่งโคราช ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธรอุบลราชธานี ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ รวมเนื้อที่ 33,000 ตารางกิโลเมตร

หินเกลือ เหล่านี้จะทับถมกันเป็นชั้นๆ ชั้นบนจะเรียกว่า เกลือแกง หรือ เกลือสินเธาว์ เป็นเกลือที่เราใช้ปรุงอาหารทั่วไปนี่แหละ ชั้นล่างสุดลึกลงไปหลายร้อยเมตรเลยทีเดียว จะเป็นชั้น เกลือโปแตช

ทะเลที่มีเกลือปนอยู่เยอะ เช่น ทะเลเดดซี หรือ ทะเลเกลือ จะมีปริมาณเกลือเจอปนอยู่สูงมาก ทำให้เดดซีมีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลทั่วไปถึง 4 เท่า ลองชิมน้ำทะเลไทยแถวพัทยาหัวหินดูว่าเค็มขนาดไหน เดดซีเค็มกว่า 4 เท่า การทำเกลือในทะเลเดดซี เขาจึงใช้วิธีเอาน้ำทะเลไปตากแดดจนตกผลึกเป็นเกลือเข้มข้น

แต่ การทำเหมืองโปแตช ต้องทำเป็น เหมืองใต้ดิน ต้องขุดลึกลงไป 400-1,000 เมตร เมื่อขุดได้เกลือโปแตชที่แข็งเป็นหินแล้ว ต้องลำเลียงขึ้นมาข้างบน เพื่อนำไปย่อยแยกเกลือโปแตชออกมา ก่อนจะนำไปแยกเอา ธาตุโปแตสเซียม ออกมา เพื่อเอาไปทำปุ๋ยอีกทอด

กระบวนการแยก โปแตสเซียม ออกจาก โปแตช จะก่อให้เกิด “ของเสีย” ขึ้นมากมาย เกลือแร่ที่ไม่ใช่โปแตสเซียมจะถูกแยกออกไป ชาวบ้านเรียกว่า “หางเกลือ” และการแยกโปแตสเซียม ต้องใช้น้ำจืดจำนวนมาก เมื่อใช้แยกโปแตสเซียมเสร็จ น้ำจืดเหล่านี้ก็จะกลายเป็น “น้ำเค็ม” เพราะมีเกลือจากโปแตชผสม ไม่รู้จะมีการนำ “น้ำเค็ม” เหล่านี้ไปทำให้เป็น “น้ำจืด” กลับมาใหม่หรือไม่ หรือปล่อยให้ไหลไปไหน

“หางเกลือ” ที่ไม่ใช้ประโยชน์ จะถูกกองทิ้งไว้เป็นภูเขาเลากา ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่อย่างมากมาย ตั้งแต่ ดิน น้ำ อากาศ ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่สำคัญ ดินที่ทำเหมืองโปแตชจะไม่สามารถเพาะปลูกได้ เพราะมีความเค็ม สัตว์ที่เคยอยู่อาศัยก็ต้องย้ายถิ่น กระทบต่อวิถีชีวิตคนและสัตว์มากมาย

แม้ “เกลือหิน” หรือ “โปแตช” จะไม่มีพิษภัยต่อคนและสัตว์ แต่ผลกระทบทางอ้อมจาก “หางเกลือ” และ “น้ำเกลือ” จำนวนมหาศาลในแต่ละวัน จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตคนและสัตว์ รัฐบาลจะทำอย่างไร มีคำตอบที่ดีให้ประชาชนไหม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

28 เม.ย. 2559 10:25 28 เม.ย. 2559 10:25 ไทยรัฐ