ข่าว
100 year

สรรพากรเชือดโกงภาษี สั่งไล่ล่า-ยึดทรัพย์ปราบขบวนการทุจริต

ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 เม.ย. 2559 07:15 น.
SHARE

สรรพากรไล่ล่าขบวนการโกงภาษี สั่งยึดทรัพย์ก่อนแล้วคุยกันทีหลัง ทั้งพวกขอคืนเงินภาษีเกิน 1 ล้านบาท ตั้งรายจ่ายเท็จหักรายได้เกิน 10 ล้านบาท และซื้อใบกำกับภาษีปลอมมูลค่าเกิน 15 ล้านบาท โดนหมด มั่นใจกฎหมายใหม่เทียบชั้นระดับสากล

นายอัครพล ทาแก้ว นิติกรชำนาญการ กรมสรรพากรในฐานะได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.59 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากรเพื่อรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของ Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งประเทศไทยจะรับการประเมินดังกล่าวในปี 2559 นี้ โดยข้อแนะนำของ FATF ได้เสนอให้กำหนดอาชญากรรมเกี่ยวกับภาษี (Tax Crimes Related to Direct Taxes and Indirect Taxes) เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะส่งผลให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจในการยึดทรัพย์ หรืออายัดทรัพย์เป็นการชั่วคราวภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ตามฐานความผิดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

“กระบวนการทำงานจากนี้ไป กระทรวงการคลังต้องนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของกฤษฎีกา หลังจากนั้น จะนำเสนอให้ ครม.รับทราบและเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.) ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาไม่นานนัก เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามหลักมาตรฐานสากล และเป็นไปตามข้อหารือระหว่างกรมสรรพากรและ ปปง.”

นายอัครพลกล่าวว่า กฎหมายในปัจจุบันของกรมสรรพากรไม่ครอบคลุมไปถึงเรื่องการยึดทรัพย์ แต่จะใช้วิธีการตรวจสอบจากหลักฐานและเอกสารต่างๆ แล้วส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ หรือ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่การแก้ไขกฎหมายใหม่ในครั้งนี้ อธิบดีกรมสรรพากรจะมีอำนาจในการยึดทรัพย์ชั่วคราวได้ทันที หากมีรายงานชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดทางภาษี โดยฐานความผิดของภาษีของกรมสรรพากรจะอิงกับฐานความผิดของ ปปง.ซึ่งมีทั้งหมด 8 เรื่อง 23 ฐานความผิดคือ

1. ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 2. ความผิดเกี่ยวกับเพศ (เช่น การค้าประเวณีหญิงและเด็ก) 3.ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน 4.ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือการฉ้อโกงทางธุรกิจในสถาบันการเงิน 5.ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 6.ความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกหรือรีดทรัพย์ 7.ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร และ 8.ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบของกรมสรรพากรในช่วงระยะเวลา 90 วันที่อยู่ในระหว่างการยึดทรัพย์นั้น กรมสรรพากรจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์นำเอกสารและหลักฐานต่างๆมาชี้แจงข้อกล่าวหา และหากพบการกระทำความผิดจริงก็จะดำเนินการยึดทรัพย์และถูกลงโทษตามกฎหมายทั้งในส่วนของกฎหมายสรรพากร และกฎหมายของ ปปง.ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง

ส่วนการกระทำความผิดที่เข้าข่ายถูกยึดทรัพย์นั้น กรมสรรพากรจะพิจารณาจากฝั่งรายได้ของรัฐที่เสียหายเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งหมด 3 ด้านคือ 1.การคืนเงินภาษีที่ไม่ถูกต้องมูลค่าเกินกว่า 1 ล้านบาท เช่น การขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล 2.การหลีกเลี่ยงภาษี เช่น จ่ายภาษีไม่ครบ หรือหักรายจ่ายออกจากรายได้เป็นเท็จ มูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาท และ 3.โกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เกินกว่า 15 ล้านบาท ทั้งซื้อและขายใบกำกับภาษีปลอม

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ภายในปีนี้การแก้ไขกฎหมายจะเสร็จ เรียบร้อย ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานของกรมสรรพากรมีความรวดเร็วและเข้มข้นมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา เมื่อจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว กรมสรรพากรไม่มีอำนาจในการยึดทรัพย์ได้ทันที เพราะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ จะใช้ระยะเวลาในการพิจารณานานหลายปี ทำให้ทรัพย์สินที่เกิดจากการโกงในรูปแบบต่างๆหายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือตามยึดมาได้

ก็ไม่ครบถ้วน แต่กฎหมายใหม่จะเปิดโอกาสให้กรมสรรพากรสามารถอายัดทรัพย์เป็นการชั่วคราวได้ทันที ซึ่งจะป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้อย่างแน่นอน

“กรมสรรพากรจะใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดสำหรับผู้กระทำความผิด เพราะในช่วงที่ผ่านมา คนที่โกงภาษีมักจะทำเป็นขบวนการ ไม่ใช่คนทั่วไปที่จะสามารถทำได้ ดังนั้น คดีความใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเงินจำนวนมาก เช่น คดีโกงภาษีแวตจากการส่งออกเหล็กมูลค่าหลายพันล้านบาท มีผู้ต้องหาที่จับกุมมาได้หลายสิบคน แต่การติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้เพียงพันกว่าล้านบาท ดังนั้น การยึดทรัพย์ชั่วคราวจึงถือเป็นการป้องกันการถ่ายเททรัพย์เพื่อรอการตรวจสอบให้ชัดเจน”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โกงภาษีภาษีขบวนการโกงภาษีกรมสรรพากรอัครพล ทาแก้วกระทรวงการคลังฟอกเงินยึดทรัพย์กระทำความผิดทางภาษีประสงค์ พูนธเนศใบกำกับภาษีปลอมตั้งรายจ่ายเท็จข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

คุณอาจสนใจข่าวนี้