ข่าว
100 year

คอร์สใหม่ คสช.! ผู้นำสร้างชาติฯ แทน ปรับทัศนคติ ภารกิจ 7 วัน ทำอะไรบ้าง?

ไทยรัฐออนไลน์27 เม.ย. 2559 05:30 น.
SHARE

"การเชิญตัวเพื่อทำความเข้าใจ และปรับทัศนคติ" ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่มุ่งหวังลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดองในชาติ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปสู่ หลักสูตร "ผู้นำการสร้างชาติ อย่างสร้างสรรค์" 

อะไรคือ หลักสูตร "ผู้นำการสร้างชาติ อย่างสร้างสรรค์" ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขออาสาไปหาคำตอบจากผู้เกี่ยวข้องมาให้ความกระจ่าง

รวมถึงสอบถามไปยังผู้ที่มีประสบการณ์ "การถูกเชิญตัวเพื่อทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือ" ก่อนหน้านี้ มาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้พานพบ

ขั้นแรก ต้องทำความเข้าใจในอำนาจของ คสช. เรื่อง คำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 เป็นปฐมฤกษ์กันก่อน

คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ระบุไว้ว่า

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-head-order3-2558.pdf  

คำสั่งดังกล่าวนั้น ให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ดำเนินการป้องกันและปราบปรามความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน และความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ หรือคำสั่ง คสช. โดยให้สามารถออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงาน หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใดที่เกี่ยวกับความผิด และหากการสอบถามยังไม่เสร็จ สามารถคุมตัวบุคคลนั้นไว้ได้ แต่ต้องไม่เกิน 7 วัน และการควบคุมดังกล่าว ต้องควบคุมไว้ในสถานที่อื่นที่มิใช่สถานีตํารวจที่คุมขัง หรือเรือนจํา และจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น ในลักษณะเป็นผู้ต้องหาไม่ได้

ณ กองบัญชาการกองทัพบก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับเกียรติจาก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะเป็นผู้ให้ความกระจ่าง ของ หลักสูตร "ผู้นำการสร้างชาติ อย่างสร้างสรรค์" นับจากบรรทัดนี้ เป็นต้นไป

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
คสช. แพร่ภาพห้องพักของกลุ่มบุคคลที่โดนเชิญตัวไปปรับทัศนคติ ภาพจาก BUGABOO.TV

คุณสมบัติผู้เข้าข่ายอบรมหลักสูตร เน้น ผู้ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าอบรมในหลักสูตร 'ผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์' โดยคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม คือ ผู้ที่เป็นแกนนำภาคประชาชน แกนนำองค์กรเอกชน แกนนำของพรรคการเมือง ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าข่าย หรือผู้ที่ได้สร้างกระแสไปในทางขัดคำสั่งของทาง คสช. ยุยง ปลุกปั่น สร้างกระแสของความสับสนวุ่นวาย หรือชี้นำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ โดยจะเชิญตัวเพื่อพูดคุย ทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือ ว่า ในเวลานี้ คสช.กำลังแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง และกำลังวางอนาคตของประเทศอยู่

ทั้งนี้ หากผู้เข้าอบรมเข้าใจและให้ความร่วมมือ ทาง คสช.ก็จะไม่เชิญตัวมาอบรมซ้ำ ส่วนผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ยังคงมีการออกมาเคลื่อนไหว ไม่ทำตามข้อตกลงที่ได้พูดคุยกัน ก็อาจมีการเชิญตัวมาพูดคุยกันอีก

เจาะตารางปฏิบัติประจำวัน 'ผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์'

ทีมข่าวฯ ตั้งคำถามกับผู้ดูแลหลักสูตรนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า 'ในแต่ละวันผู้เข้าอบรมจะต้องทำอะไรบ้าง?' โดย พ.อ.ปิยพงศ์ ได้เกิร่นนำก่อนว่า หลักสูตรดังกล่าว พัฒนามาจากการเชิญตัวเข้ามาพูดทำความเข้าใจกับหลายๆ คน ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผู้ที่ถูกเชิญตัว ไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้ ซ้ำยังมีการกระทำลักษณะของการท้าทาย บิดเบือนข้อมูล สร้างกระแสยุยงปลุกปั่นต่างๆ

คสช. จึงพิจารณาว่า ในอำนาจของ คสช. ตามกฎหมายการเชิญตัวมาพูดคุย สามารถทำได้ไม่เกิน 7 วัน จึงต้องการใช้เวลาในการอยู่ร่วมกันเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ ฟังเหตุผล แลกเปลี่ยนทัศนคติร่วมกันในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน จึงกำหนดเป็นหลักสูตรอบรม ผู้นำการสร้างชาติ อย่างสร้างสรรค์ ขึ้นมา โดยจะมีระยะเวลา 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง แล้วแต่กรณี แต่จะไม่เกิน 7 วัน

ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่การเชิญตัว จะมีผู้ไปเชิญและมีหนังสือเชิญตัว โดยมีขอบเขตของกระบวนการเชิญตัว คือ การให้เกียรติผู้ถูกเชิญ การเชิญจะเป็นไปอย่างเปิดเผย และการอำนวยความสะดวก โดยมีรถรับ-ส่งถึงบ้าน พร้อมกับแจ้งให้ญาติทราบว่า ผู้ถูกเชิญจะไปพักอยู่ที่ไหนด้วย

ทหารเชิญตัว นายพิชัย เข้าไปพูดคุยปรับทัศนคติ
คสช. แพร่ภาพห้องพักของกลุ่มบุคคลที่โดนเชิญตัวไปปรับทัศนคติ ภาพจาก BUGABOO.TV

Part เช้า - สำหรับระเบียบปฏิบัติประจำวัน หรือตารางการปฏิบัติประจำวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน 05.15 น. ให้เวลาส่วนตัวทำความสะอาดร่างกาย ก่อนที่จะมาออกกำลังกาย เมื่อเสร็จจากการออกกำลังกายก็จะพักรับประทานอาหารในช่วงเช้า จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาของการฝึกอบรม โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนข้อมูล รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เข้ารับการอบรม โดยเนื้อหาส่วนใหญ่นั้นจะเน้นในเรื่องของการทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ประเทศตั้งแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน ว่าปัญหาคืออะไร ต่อมา เป็นการทำความเข้าใจในเรื่องของสังคมปัจจุบัน เน้นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ไม่ให้คนแตกความสามัคคี

และสิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจในการทำหน้าที่ของ คสช. และรัฐบาล ว่าต้องการปฏิรูป และต้องการสร้างพัฒนาการให้กับประเทศ ไม่ต้องการให้เงื่อนไขเก่าๆ กลับมาอีก และสุดท้าย ขอความร่วมมือไม่อยากให้ขัดขวาง และให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐบาล และ คสช.

Part บ่าย - พักรับประทานอาหารกลางวัน โดยจะอนุญาตให้ครอบครัวสามารถนำอาหารมาส่ง และร่วมนั่งกินข้าวพูดคุยกันได้ประมาณ 1 ชม. จากนั้นในช่วงบ่าย จะมีชั่วโมงการฟังศีลธรรม การนันทนาการ มีเจ้าหน้าที่มาพูดคุยคลายเครียด รวมถึงมีเวลาส่วนตัว ก่อนจะสิ้นสุดตารางการปฏิบัติประจำวัน ตอน 21.30 น. เพื่อพักผ่อน ทั้งนี้ หลักสูตรการอบรมจะเหมือนกันทุกวัน แต่ช่วงเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

นอกจากนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ มีเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพอนามัย เจ้าหน้าที่บันทึกภาพ เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารการกิน เจ้าหน้าที่ที่จะพูดคุยทำความเข้าใจ แต่จะสงวนสิทธิ์ในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร แต่มีโทรศัพท์ให้ติดต่อกับญาติเป็นบางช่วงเวลา และไม่สามารถออกมานอกค่ายได้

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์
คสช. แพร่ภาพห้องพักของกลุ่มบุคคลที่โดนเชิญตัวไปปรับทัศนคติ ภาพจาก BUGABOO.TV

เตรียมสถานที่พร้อมแล้ว เป็นที่พักรับรองอย่างดี 

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวถึงสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับผู้เข้าอบรมนั้น ทาง คสช. ได้มอบหมายให้หน่วยทหารทั่วประเทศเตรียมสถานที่ สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรนี้เอาไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นที่พักของทหารแต่ไม่ได้นอนรวมกัน มีการแบ่งแยกสัดส่วนเอาไว้สำหรับผู้ฝึกอบรม

แต่อย่างไรก็ตาม สถานที่ดังกล่าวจะต้องไม่เป็นสถานที่ที่มีลักษณะเหมือนห้องกักบริเวณ หรือห้องขัง โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พักรับรองอย่างดี และมีเครื่องปรับอากาศไว้บริการด้วย

เปิดประสบการณ์ 2 บุรุษ ผู้เคยถูกเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ

ทั้งนี้ ทีมข่าวฯ ได้สอบถามไปยัง 2 บุคคล ที่เคยถูก คสช.เชิญไปพบเพื่อทำความเข้าใจ เพื่อให้เล่าถึงความเป็นอยู่ในระหว่างการพูดคุย โดยทั้งสองคนนี้ คือ...

คนที่ 1. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เคยถูกเชิญถึง 7 ครั้ง

โดยนายพิชัย เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า ...

ครั้งแรก 23-25 พ.ค. 2557 ณ มทบ.11
ครั้งแรกนี้ โดนเรียกให้ไปรายงานตัวที่ สโมสรทหารบก เทเวศน์ พร้อมกับแกนนำคนอื่นๆ โดยแต่ละคนจะขึ้นรถตู้เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ โดนตนเองถูกเชิญตัวไปที่ มทบ.11 ได้พักในห้องที่มีแอร์ มีห้องอาบน้ำพร้อม สำหรับอาหารการกิน วันแรก มีอาหารทะเลอย่างดีไว้บริการ ส่วนตอนเช้ามีโจ๊ก ปาท่องโก๋ ผลไม้ ขนมครก ส่วนกลางวันจะมีเมนูอาหารมาให้สั่ง พอตกบ่ายก็มีกาแฟสตาร์บัคให้

ระหว่างที่อยู่ในห้อง จะมีทหารเข้ามานั่งคุยเรื่องเศรษฐกิจไทยทุกวัน อยู่ที่นี่ 3 วัน 2 คืน ทหารก็มาส่งที่บ้าน โดยมีเอกสารให้เซ็นสัญญาก่อนกลับว่า จะละเว้นความเคลื่อนไหว หรือประชุมทางการเมือง และไม่สร้างความขัดแย้ง หรือทำให้เกิดความไม่สงบในสังคม

เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเชิญตัว นายพิชัย ด้วยการให้เกียรติ
นายพิชัย ขึ้นรถตู้ของทหารที่มารับที่บ้าน เพื่อเข้าพูดคุยทำความเข้าใจกับ คสช.

ครั้งที่สอง 30 ม.ค. 2558 ณ กองทัพภาคที่ 1
ครั้งนี้ มีทหารยศ พล.อ. เข้ามาคุย พอพูดคุยกันเสร็จประมาณ 3 ชม. ทหารก็ขับรถกลับมาส่งที่บ้าน

ครั้งที่สาม 21 พ.ค. 2558 ณ ตึกเก่าหลังสโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) เทเวศน์
นายทหารคนเดิมนัดไปพบที่ สโมสรทหารบก เทเวศน์ เมื่อไปถึงได้ให้ขับรถตามรถจิ๊ปทหารไปยังตึกเก่าแห่งหนึ่ง และพาขึ้นไปบนชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องเก่าๆ เล็กๆ แต่มีเครื่องปรับอากาศให้ จากนั้น นายทหารคนเดิม ได้เข้ามาพูดคุยด้วย โดยมีทหารมาจดข้อมูลและอัดเทปไว้ ก่อนจะย้ำว่าขออย่าได้วิพากษ์วิจารณ์อะไรที่ทำให้เกิดความสับสน หากมีอะไรขอให้มาคุยกัน พูดคุยอยู่ที่ห้องนั้นเกือบ 3 ชม. จึงเดินทางกลับ

ครั้งที่สี่ 12 มิ.ย. 2558 ณ บ้านของนายพิชัย
มีทหารยศพันโทคนหนึ่ง โทรมาหาว่าจะขอมาพบที่บ้าน เมื่อมาถึงก็นั่งคุยกันเหมือนเดิม คุยกันประมาณ 2 ชม. ทหารกลุ่มนั้นก็กลับไป

ครั้งที่ห้า 19 มิ.ย. 2558 ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี
ทหารขอเชิญไปพูดคุยที่ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) โดยมี พล.ท.บุญธรรม โอริส ผอ.ศปป.มาต้อนรับ นำทางไปในห้องๆ หนึ่ง มีนายพลหลายคน และมีการถ่ายวิดีโอไว้ด้วย ทหารสอบถามความคิดเห็นว่าประเทศจะเป็นอย่างไร จะเดินต่ออย่างไร คุยกัน 2 ชม.กว่า จึงกลับ จากนั้นสัปดาห์ต่อมา มีนายทหารคนหนึ่งโทรมาหา เพื่อขอให้ไปออกรายการโทรทัศน์เดินหน้าประเทศไทย พร้อมกับ นายเกริกไกร จีระแพทย์

ครั้งที่หก 11 ส.ค. 2558 ณ กองทัพภาคที่ 1
ทหารยศนายพลคนเดิม เชิญตัวไปพบที่ กองทัพภาคที่ 1 พูดคุยกันประมาณ 3 ชม. จึงขออนุญาตเดินทางไปอังกฤษ ซึ่งทหารก็อนุญาตให้เดินทางไปได้

นายพิชัย ผู้ที่เคยได้รับการเชิญตัวเข้าไปพูดคุยกับทาง คสช. ถึง 7 ครั้ง!
ทหารเชิญตัว นายพิชัย เข้าไปพูดคุยปรับทัศนคติ

ครั้งที่เจ็ด 9-15 ก.ย. 2558 ณ ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ห่างจาก กทม. ประมาณ 2 ชม.
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ที่ไปรายงานตัวด้วยตัวเอง เพราะครั้งนี้ มีรถทหารมารับถึงบ้าน เมื่อไปถึง แพทย์ทหารก็มาตรวจร่างกาย จากนั้นได้พาขึ้นรถตู้เดินทางไปอีกสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เมื่อไปถึงสถานที่นั้น มีลักษณะเหมือนบ้านพักทหาร มีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ โทรทัศน์ มีเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้แล้ว ทุกๆ วันจะมีหนังสือพิมพ์ให้อ่านทุกเล่ม ช่วงไหนว่างๆ ก็สวดมนต์ นั่งวิปัสสนา อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เพื่อพยายามทำตัวไม่ให้เครียด เนื่องจากไม่สามารถติดต่อใครได้ และครอบครัวก็ไม่รู้ว่าไปพักอยู่ที่ไหน

โดยช่วงเช้าจะมีทหารเข้ามาคุยด้วย โดยจะมีการบอกชื่อและยศทุกครั้ง เมื่ออยู่ครบตามกำหนด แพทย์ทหารได้มาตรวจร่างกายอีกครั้ง และพาขึ้นรถตู้พาเดินทางกลับบ้าน

ส่วนคนที่ 2 ที่จะมาเล่าประสบการณ์คือ นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ

โดย นายวรชัย เล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า วันที่ถูกเชิญตัวไปนั้น มีทหารมารับที่บ้าน พาเข้าไปที่ กรมทหารราบที่ 11 เข้าไปอยู่ในห้องประชุม หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 ชม. มีทหารระดับพันเอกมานั่งพูดคุยแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร ทำหน้าที่อะไร

จากนั้นได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการแสดงความคิดเห็น โดยขอให้หยุดพูดก่อนเพื่อให้รัฐบาลได้ทำงาน จนถึงตอนเย็นก็ได้พาไปที่อาคาร 2 ชั้น ข้างบนเป็นที่พักของพลทหาร โดยห้องที่ใช้รับรองเป็นห้องกว้างประมาณ 30 ตร.ม. ไม่มีแอร์ มีแต่พัดลมเพดาน มีห้องน้ำโล่งๆ ไม่มีประตู หน้าห้องมีทหารเฝ้าอยู่ 2 คน ไม่มีประตูห้อง ภายในมีเตียงสนามเล็กๆ มีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้บริการ พอถึงเวลาประมาณ 21.00 น. จะมีทหารเอามุ้งมาให้กางนอนเพราะที่นั่นยุงเยอะ

คสช. เชิญตัว นายวรชัย เหมะ เข้ารายงานตัว เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ
นายวรชัย เผยว่าทหารดูแล และให้เกียรติอย่างดี

วันต่อมา ตื่นมาตอนเช้าทหารก็เอาข้าวมาให้ และมีทหารเข้ามาคุยด้วย ในแต่ละวันจะได้พบครอบครัวด้วย เมื่อครอบครัวเอาเสื้อผ้าและอาหารมาให้จะได้นั่งกินข้าว พูดคุยกันประมาณ 1 ชม. พอครอบครัวกลับก็อยู่คนเดียวนั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีทีวี ไม่มีหนังสือพิมพ์อ่าน แต่มีบางครั้งที่ได้เข้าไปนั่งคุยกับพลทหารที่มาเฝ้าบ้าง

ส่วนคืนที่ 3 ทหารที่รับผิดชอบให้ย้ายไปนอนอยู่ห้องข้างบน ซึ่งเป็นห้องมีเครื่องปรับอากาศบริการ โดยมีทหารไปนั่งเฝ้าในห้อง 1 คน หน้าห้อง 1 คน อยู่ได้ประมาณ 4 วัน 3 คืน ทหารก็ส่งตัวกลับบ้าน โดยตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในค่ายนั้น ทหารได้ให้เกียรติตลอดเวลา

เมื่อได้ฟังจากปากของผู้ที่เคยมีประสบการณ์การถูกเชิญไปพูดคุย ทำความเข้าใจกันแล้ว ทีมข่าวฯ ขอกลับไปคุยกับ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในประเด็นต่อไป ว่า...

ขอยึดพูดคุย ทำความเข้าใจ สร้างปรองดองในชาติ

ทีมข่าวฯ ได้สอบถามต่อไปอีกว่า หากผู้ที่ถูกเชิญตัวไม่มาเข้ารับการอบรม คสช. จะดำเนินการอย่างไร? นั้น รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เมื่อเชิญแล้วไม่มา ก็จะถือว่าเป็นการขัดคำสั่งไปเรื่อยๆ แต่ที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

สำหรับผู้ที่ถูกเชิญมาพูดคุยแล้ว แต่ยังมีการขัดคำสั่ง คสช.อยู่อีก ก็ขอยืนยันว่า คสช.จะยึดหลักการพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือเป็นหลักต่อไป เพราะสิ่งที่ คสช.ต้องการ คือความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ในชาติ ฉะนั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ก็อาจต้องมีการเชิญมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจอีกครั้ง

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า แม้จะเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ไม่ได้ แต่การพูดคุยก็ถือว่าเป็นวิธีที่สำคัญที่สุด
พ.อ.ปิยพงศ์ ชี้ การคุมตัว 7 วัน ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะ คสช.ทำตามกรอบกฎหมาย

ยืนยันไม่เคยปิดกั้น ขออย่างเดียว อย่ายุยงสร้างความแตกแยก

อย่างไรก็ดี เมื่อ ทีมข่าวฯ สอบถามในประเด็นว่า ห่วงหรือไม่ว่าการเชิญตัวผู้เห็นต่างมาพูดคุย อาจสร้างภาพลบต่อ คสช.ได้ พ.อ.ปิยพงศ์ ตอบเสียงเข้มดั่งชายชาติทหารทันทีว่า “ไม่ครับ!” พร้อมอธิบายถึงเหตุผลว่า “คสช. มีช่องทางการรับฟัง มีช่องทางร้องเรียนทุกจังหวัด หรือแม้แต่ในโซเชียล ไม่ใช่ว่า คสช. ไม่เคยรับฟังอะไรใครเลย เพียงแต่ว่า คสช.ขอเรื่องเดียว คือ อย่าปลุกกระแสสร้างความสับสนวุ่นวาย นำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่เท่านั้นเอง ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการแสดงความเห็นของครูบาอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญการเมือง อดีตนักการเมือง ที่ไม่มีการปลุกกระแสยุยงสร้างความแตกแยก ก็สามารถกระทำได้"

ส่วนกระแสวิพากวิจารณ์ว่า คุมตัวประชาชน 7 วัน อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่นั้น? พ.อ.ปิยพงศ์ ตอบว่า ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแน่นอน เพราะเป็นการทำตามกรอบกฎหมายที่กำหนด และอำนาจที่มีอยู่ เพราะแม้กระทั่ง คสช.ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพร้อมที่จะไปอธิบายกับทุกเวทีในสมาคมโลก รวมถึงชี้แจงต่อสำนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายด้วย

ย้ำ จะไม่ปล่อยให้คนไทยต้องฆ่ากันเองเด็ดขาด

พ.อ.ปิยพงศ์ ยังย้ำทิ้งท้ายอีกว่า “การทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองของ คสช. ไม่มีอะไรต้องกลัว การตัดสินใจครั้งสำคัญของหัวหน้า คสช. คิดแล้วว่าจะต้องไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้ จะต้องดูแลประชาชน จะต้องอธิบายให้สังคมโลกเข้าใจว่า ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติเป็นเรื่องสำคัญมากที่ คสช. จะปล่อยผ่านไม่ได้ คสช.จะปล่อยให้คนไทยฆ่ากันเองไม่ได้โดยเด็ดขาด คสช.จะปล่อยให้ชาติบ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

พ.อ.ปิยพงศ์ ยืนยัน ไม่ได้ปิดกั้นความเห็นต่าง ขอเพียงอย่ายุยง สร้างความแตกแยก
ทหารมาเชิญตัวนายวรชัยที่บ้าน ก่อนพาไปที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

เช็กอินสถานที่ เชิญบุคคลมาพูดคุยของ คสช.  

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ตรวจสอบกับ ศูนย์ข้อมูลหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พบว่า สถานที่ที่เคยเป็นที่พักของผู้ที่ถูกเชิญมาพูดคุย มีรายชื่อดังต่อไปนี้..

1. มณฑลทหารบกที่ 11 จ.กรุงเทพฯ

2. กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จ.กรุงเทพฯ

3. กองทัพภาคที่ 1 จ.กรุงเทพฯ

4. กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี

5. มณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน

6. มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่

7. มณฑลทหารบกที่ 27 ค่ายประเสริฐสงคราม จ.ร้อยเอ็ด

8. มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

9. ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 จ.พระนครศรีอยุธยา

10. ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จ.สระบุรี

11. กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จ.ชลบุรี

12. มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น

13. มณฑลทหารบกที่ 14 ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้