วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 ตำบล อ.ศรีธาตุ โดนพายุซัด ทางการเร่งช่วยเหลือ

พายุฤดูร้อนพัดถล่มใส่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี มีพื้นที่เสียหาย 3 ตำบล เป็นบ้านเรือนกว่า 237 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง ต้นไม้ใหญ่หักโค่น เสาไฟฟ้าล้ม 13 ต้น ผู้ว่าฯเข้าช่วยเหลือ...

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากช่วงเย็นวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อนพัดผ่านเข้าในพื้นที่ ต.หัวนาคำ ต.หนองนกเขียน และ ต.บ้านโปร่ง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ทำให้มีความเสียหายหลายแห่ง บ้านเรือนราษฎร โรงเรียน สวนยางพารา ได้รับความเสียหาย โดยเป็นบ้านเรือนกว่า 237 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มพาดถนนหน้าโรงเรียนบ้านคำบอน ต.หัวนาคำ เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโค่นล้ม 13 ต้น ระยะทางกว่า 400 เมตร ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน

ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด นำถุงยังชีพลงช่วยเหลือในเบื้องต้น แก่ชาวบ้านที่เดือดร้อนทั้ง 3 ตำบล โดยสั่งการให้ ว่าที่ ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอศรีธาตุ พร้อมด้วย พ.ท.สัจจา จิตระยนต์ นายทหารยุทธการ การข่าว นพค.21 หน่วยทหารพัฒนาที่ 2 นำทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ทต.หัวนาคำ กำนัน ผญบ. เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมนำสังกะสีและวัสดุเข้าไปซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายหนัก เพื่อให้เจ้าของบ้านได้พักอาศัยชั่วคราว

ทั้งนี้ พายุฤดูร้อนที่มีลักษณะพัดหมุนกรรโชกรุนแรง มีบ้านเรือนราษฎรทั้งหมด 3 ตำบล 19 หมู่บ้าน เสียหาย 237 หลังคาเรือน หนักสุดที่บ้านพรหมลิขิต บ้านคำเมย บ้านคำบอน ต.หัวนาคำ บ้านเรือนพังเสียหาย 191 หลัง เสียหายหนัก 56 หลัง เสียหายบางส่วน 135 หลัง วัวถูกต้นไม้ล้มทับตาย 1 ตัว หลังคาอาคารเอนกประสงค์ปลิวหาย และต้นไม้ใหญ่ในโรงเรียนบ้านคำบอนหักโค่น จำนวนหลายสิบต้น เสาไฟฟ้าบนถนนในหมู่บ้านคำบอน โค่นล้มจำนวน 13 ต้น ระยะทางกว่า 400 เมตร ทำให้ไฟฟ้าดับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ศรีธาตุ ได้นำเอารถยกขนาดใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ไปทำการยกเสาซ่อมแซม ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ด้านนางอุดม แสงกล้า อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.14 บ้านพรมลิขิต ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ เปิดเผยวินาทีเกิดลมพายุหมุนช่วงเย็นวานนี้ว่า ขณะเกิดพายุหมุนและมีฝนตก โดยพัดมาทางด้านทิศเหนือ ราว 10 นาที ซึ่งตนกำลังอยู่บ้านพร้อมครอบครัว จึงได้พากันวิ่งไปหลบอยู่ใต้ถุนบ้านญาติ ที่อยู่ด้านหลังติดกัน แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านปลิวออกไปจนหมดทั้งหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และที่นอนที่อยู่ในบ้านเสียหายหมด เกิดมาก็เพิ่งเห็นพายุหมุนพัดแรงมากกว่าทุกครั้งที่พบเห็น

ขณะที่นางบา แสนสวาท อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 79 ม.14 บ้านพรมลิขิต กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดเหตุลมพายุหมุนพัดมานั้น ตนอยู่กับลูกชาย 2 คน ลูกชายเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย จึงพาตนเองไปหลบลมอยู่ใต้ถุนบ้านลูกชายที่ปลูกสร้างอยู่ติดกัน ในขณะที่ลมพายุพัดมานั้น ตนได้ยืนเสียแรงลมพัดหอบเอาหลังคาบ้านไปต่อหน้าต่อตา ได้แต่ร้องตะโกนบอกลูกชายว่า “ไปแล้ว ไปหมดแล้ว” ราว 10 นาที พายุก็สงบลง

ส่วน ว่าที่ ร.ต.รักชัย เปิดเผยว่า พื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี ในปีนี้เกิดลมพายุร้อนพัดรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ศรีธาตุ เกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ ต.นายูง และ ต.หนองนกเขียน มีบ้านเรือนราษฎรเสียหาย 50 หลัง โดย นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางเพ็ญจันทร์ จันทร นายกเหล่ากาชาดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบหมายให้ตนเดินทางลงไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน และนำถุงยังชีพมาเตรียมไว้ที่ศาลาชั่วคราวภายในวัดบัพพโตศิลาอาส บ้านคำเมย ต.หัวนาคำ ซึ่งทั้งหมดจะเดินทางมามอบถุงยังชีพด้วยตนเอง พร้อมกับสำรวจบ้านเรือน ประชาชนที่เดือดร้อนหนัก เวลา 14.30 น. ของวันนี้ (23 เม.ย.)