ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รวบแก๊งตบทรัพย์ หลอกขายสินค้าทั่วอีสาน อึ้ง! โกยเงินเดือนละแสน

    ไทยรัฐออนไลน์19 เม.ย. 2559 23:46 น.
    SHARE

    ไม่รอด!! สส.บก.ภ.4 รวบ 2 คู่หู ตระเวนหลอกขายสินค้าให้กับร้านของชำทั่วภาคอีสานตามที่ห่างไกลชนบท โดยใช้วิธีหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นก็ลวงใช้การส่งสินค้าไม่ครบจำนวน ส่งกล่องเปล่า ทำให้หลงเชื่อแล้วจึงจะขายสินค้า สร้างรายได้เดือนละเกือบแสน...

    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่ กก.3 บก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 แถลงข่าวผลการจับกุมนายสันติ ศรีขันธ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.7 ต.ย่อ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร และนายอัครเดช สารกาล อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 ม.7 ต.ย่อ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร พร้อมของกลางรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ ทะเบียน 1 ฒย 3219 กทม. หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สส.ภ.4 จับกุมตัวได้ขณะตระเวนขับรถยนต์คันดังกล่าวจำหน่ายสินค้าให้กับร้านค้าขายของชำหลายแห่งในพื้นที่ จ.สกลนคร

    ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 4 ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง จ.สกลนคร ว่าเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ถูกแก๊งมิจฉาชีพ เป็นชาย 3 คน ลงสินค้าต่างๆ รวมแล้ว 260,781 บาท จ่ายเงินสดให้ แต่ได้สินค้าไม่ครบตามจำนวน สินค้าบางชนิดมีเพียงกล่องเปล่า และเศษกระดาษ ชุดสืบสวนภาค 4 จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบเบาะแสว่าคนร้ายใช้รถกระบะ มีหลังคาเหล็ก ทะเบียน 1ฒย 3219 กทม. ซึ่งเป็นรถของ นายสันติ ศรีขันธ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.7 ต.ย่อ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร จึงได้รวบรวมหลักฐานให้พนักงานสอบสวนขอหมายจับจากศาลจังหวัดสกลนคร ติดตามจับกุมตัวคนร้ายและพวก และจับกุมตัวได้ 2 คนดังกล่าวที่บ้านพักใน จ.ยโสธร นำตัวมาสอบสวน

    นายสันติ ศรีขันธ์ สารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนอีก 6 คนที่ยังคงหลบหนีทำการขับรถยนต์คันดังกล่าวจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ ให้กับร้านค้าของชำในพื้นที่อำเภอและหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีการตั้งบริษัทหลอกๆ ทำรายการสินค้าขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งจัดทำใบแสดงสินค้าและรายการต่างๆ จากนั้นก็จะหาร้านค้าต่างๆ ในหลายพื้นที่ โดยจะเลือกเฉพาะร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่และอยู่ห่างไกลจากเขตชุมชนเมือง เนื่องจากไม่ค่อยที่จะมีเวลาเดินทางมาซื้อสินค้าในตัวเมือง ก่อนที่จะทำการพูดจาหว่านล้อมและโฆษณาชวนเชื่อ ลดแลกแจกแถม เพื่อให้ร้านค้าต่างๆหลงเชื่อ และทำการสั่งซื้อสินค้าด้วย จะเก็บเงินสดเต็มจำนวนของราคาสั่งซื้อเท่านั้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาส่งสินค้าก็จะนำสินค้าไปส่ง แต่ไม่ครบตามจำนวน สินค้าบางชนิดใช้กระดาษใส่กล่องแทน บางทีก็นำกล่องเปล่าไปส่งของให้กับลูกค้าก็มี

    พร้อมยอมรับเคยถูกจับมาแล้วที่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี แต่สามารถยอมความกันได้ โดยร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ร้านค้าต่างๆ มาแล้วครบทุกจังหวัดภาคอีสาน เพราะทำกับเพื่อนเป็นขบวนการ เฉลี่ยเดือนละไม่ต่ำกว่า 2 ร้านค้า รายได้อยู่ที่เดือนละประมาณ 30,000-60,000 บาท แต่ต้นทุนไม่ถึงหมื่นบาท เพราะสินค้าที่นำไปส่งนั้นจะไปสั่งซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าส่งรายใหญ่ แต่ก็นำของไปส่งให้กับร้านค้าที่สั่งซื้อไม่ครบ โดยร้านค้าหลายร้านจะถูกส่งกล่องเปล่า เพราะหากสั่งซื้อสินค้าเยอะๆ ก็มักไม่ค่อยมีการนับจำนวน และร้านค้าตามบ้านนอกไม่ค่อยตรวจนับสินค้า บางทีก็สลับสินค้าหรือไม่ก็ส่งสินค้าไม่ครบจำนวน บางร้านเมื่อเห็นว่ามีการลดแลกแจกแถมก็เกิดความโลภและไว้ใจ สั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก บางร้านมีการสั่งซื้อนับแสนบาท แต่ไม่มีการตรวจนับทำให้ทำงานสบายมากขึ้น

    พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีอีก 6 คนให้ได้ เพราะขณะนี้มีร้านค้าที่ถูกกลุ่มขบวนการดังกล่าวหลอกขายสินค้าจำนวนมาก ทั้งที่สามารถตรวจสอบได้และไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าปลีกในพื้นที่หมู่บ้านและอำเภอรอบนอก โดยมีพฤติกรรมในการเสนอตัวว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากบริษัทฯ ชื่อดังและห้างสรรพสินค้าค้าส่งรายใหญ่เข้าไปติดต่อร้านค้าปลีกหรือขายของชำหรือร้านโชห่วยทั่วไป และเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าก็จะเก็บเงินสดและนัดส่งมอบสินค้า แต่เมื่อถึงเวลาก็จะนำสินค้ามาส่งที่ร้านในราคาที่ถูกกว่าที่เคยซื้อมา ทั้งยังคงมีการลงของและจัดของให้ภายในร้านในรูปแบบเป็นทางการและน่าเชื่อถือ จนร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ตรวจนับสินค้าหรือตรวจสอบการดำเนินการของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวอย่างละเอียด และมาทราบทีหลังมาลงสินค้าและส่งของไม่ครบตามจำนวนและไม่เป็นไปตามที่เสนอราคาไว้ ซึ่งผู้เสียหายบางทีก็ไม่ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ แต่ในการจับกุมดังกล่าวนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีมีผู้เสียหายชัดเจนจึงมีการสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวได้ดังกล่าว

    อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หลอกขายสินค้าแก๊งหลอกขายสินค้าอีสานสันติ ศรีขันธ์อัครเดช สารกาลยรรยง เวชโอสถผบก.สส.ภ.4พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4โตโยต้า รีโว่ 1ฒย-3219 กทม.ข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวทั่วไทย

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 03:59 น.