ข่าว
100 year

เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนระบาดภาคใต้

สะ-เล-เต14 เม.ย. 2559 05:01 น.
SHARE

ช่วงนี้สภาพอากาศแห้งแล้ง กรมวิชาการเกษตรเลยออกมาเตือนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนภาคใต้เฝ้าระวัง “เพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน” ระบาด มักพบการเข้าทำลายในระยะที่ทุเรียนแตกใบอ่อนถึงออกดอก

สิ่งที่เกษตรกรทำได้ ณ ขณะนี้คือ ควรหมั่นสำรวจสวนทุเรียนอย่างละเอียด โดยเฉพาะยอดที่แตกใบอ่อน!!!!

เพราะใบอ่อนสำหรับทุเรียนสำคัญมาก จะออกเพียง 2-3 ชุดต่อปีเท่านั้น หากใบอ่อนชุดแรกเสียหายจากเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน ต้นก็จะไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อการเกิดลูก กระทบต่อการปลูกทุเรียนทั้งระบบ

ในต้นที่เกิดการระบาด มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ทำให้ใบอ่อนเกิดจุดสีเหลือง ไม่เจริญเติบโต เมื่อระบาดมากๆ ใบจะหงิกงอ ถ้าเข้าทำลายในช่วงที่ใบอ่อนยังเล็กมากหรือยังไม่คลี่ออก จะทำให้ใบแห้งและร่วงได้

หากพบการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 5% เอสซี 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี 50 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือสารไซเพอร์เมทริน/โฟซาโลน 6.25%/22.5% อีซี 40 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน ในช่วงระยะแตกใบอ่อน

ทั้งนี้ ตามธรรมชาติทุเรียนจะแตกใบอ่อนไม่พร้อมกันทั้งสวน ฉะนั้นหากพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนต้นใด เกษตรกรควรพ่นสารฆ่าแมลงเฉพาะต้นนั้นๆ

นอกจากช่วยลดการใช้สารฆ่าแมลงแล้ว ยังไม่ไปทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน อย่าง ตัวห้ำและด้วงเต่า

แต่หากต้องการเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการ ลดช่วงเข้าทำลายของเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียน ไม่ต้องใช้สารฆ่าแมลงหลายครั้ง สามารถกระตุ้นการแตกใบให้ต้นทุเรียนแตกใบรุ่นเดียวกันทั้งสวนได้ ด้วยการพ่นยูเรีย (สูตร 46-0-0) 200 กรัม/น้ำ 20 ลิตร.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เตเพลี้ยไก่แจ้ทุเรียนทุเรียนตัวห้ำด้วงเต่าภัยแล้งคอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐthairathไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้