พท.กร้าว! ไม่รับร่างฯ 'มีชัย' โว ร่างรธน.ฉบับกรธ. ของดีสกัดคนโกง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พท.กร้าว! ไม่รับร่างฯ 'มีชัย' โว ร่างรธน.ฉบับกรธ. ของดีสกัดคนโกง

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 มี.ค. 2559 06:01
4,745 ครั้ง


จวกสืบทอดอํานาจ วิษณุเตือนชวนคน ควํ่า รธน.ส่อผิด ก.ม.

“มีชัย” โวร่าง รธน.ฉบับ กรธ. เป็นของดีสำหรับประชาชน สกัดคนโกงทำการเมืองสะอาด ระบุต้องตั้งกรรมการชุดใหม่มาปฏิรูปแทน สปท. ขอโทษหั่นวาระการทำงานแบบ ฉุกละหุก ด้าน สปท.โอดครวญอยู่ต่อสั้นลงแถมโดนต่อว่า งัดมือถือระบายผ่านไลน์จวกยับ “อมร” สวนไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ด้าน สนช.ปัดตัดบทบาทชี้แจงร่าง รธน.ของ กรธ. ประชาธิปัตย์จี้ขอคำตอบทางเลือกหากประชามติไม่ผ่าน เล็งแสดงจุดยืนต้น เม.ย. เพื่อไทยออกแถลงการณ์ไม่รับร่าง รธน. ฉะยับฉบับขยายขัดแย้ง-สืบทอดอำนาจ พร้อมจี้ใช้ รธน.40 หากประชามติแหกโค้ง “บิ๊กป้อม” ขู่ทันควันโหวตคว่ำส่อผิด ก.ม. “วิษณุ” สำทับชวนคนไปคว่ำร่าง รธน.ถือว่ามีความผิด เตือนระวังหนีเสือปะจระเข้ คสช.ประกาศศูนย์อบรมปรับทัศนคติพร้อมแล้ว เปิดต้อนรับคนวิจารณ์แง่ลบยาวไปจนถึงช่วงเลือกตั้ง “เด็จพี่” ได้เฮเข้าเกณฑ์พักโทษ เตรียมได้รับอิสรภาพ

หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นพร้อมส่งมอบไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะเข้าสู่โหมดของการชี้แจงและเดินสายทำความเข้าใจเรื่อยไปจนถึงการทำประชามติช่วงต้นเดือน ส.ค. ล่าสุด กรธ.เข้าชี้แจงกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เป็นฉบับสร้างความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น และวางกลไกให้มีการสืบต่ออำนาจ

“มีชัย” แจงตั้งคณะใหม่แทน สปท.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับลดวาระการทำงานของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ไม่ใช่เพราะ สปท.ไม่มีผลงาน แต่ที่ผ่านมา สปท.ทำหน้าที่แค่เสนอแนะแนวทางการปฏิรูปเท่านั้น ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีคณะทำงานหรือคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เกิดผลสำเร็จ และดำเนินการทันที สำหรับโครงสร้างของคณะทำงานจะมี สปท.เดิมเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่ เดาไม่ถูก ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและ สปท.หารือกันว่าจะปฏิรูปต่อไปอย่างไร หรือด้วยวิธีการใด เมื่อถามว่า ก่อนที่จะกำหนดเรื่องดังกล่าวได้หารือกับทาง สปท.บ้างหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ได้หารือ เพราะเมื่อ กรธ.นำประเด็นปฏิรูปมาใส่ไว้ ก็มองเห็นว่าต้องเริ่มลงมือปฏิรูป เพราะระยะเวลาจะกำหนดไว้ทั้งหมด 5 ปี จะสอดคล้องกับ ส.ว.สรรหาที่จะเข้ามาด้วย

โวร่าง รธน.ดีสำหรับประชาชน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว เชื่อว่าจะดี เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดดีสำหรับประชาชนทั่วไปที่จะได้มีสิทธิและมีเสียงอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม กลไกการทำงานของรัฐต่างๆ ก็กำหนดไว้เป็นขั้นตอน ทิศทางของประเทศจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่เข้ามาจะมีนโยบายอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดมันจะมีกลไกกำกับคือแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องจัดทำขึ้นหลังรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว หากดำเนินการไปตามขั้นตอน ไม่ทุจริตบ้านเมืองก็จะดีขึ้น ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อการทำประชามติหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชน กรธ.คงไปทำสิ่งใดไม่ได้ ถ้าประชาชนเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ต้องเดินไปข้างหน้า ก็จะรับได้

ชี้แจงจุดมุ่งหมายต่อ สนช.-สปท.

จากนั้นเวลา 10.00 น. นายมีชัยเข้าร่วมประชุมชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายมีชัยชี้แจงว่าขณะนี้ กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ ครม.แล้ว มี 279 มาตรา วางหลักการเรื่องประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ มุ่งให้เกิดความทัดเทียม ไม่เหลื่อมล้ำ คุ้มครองสิทธิประชาชน บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐดำเนินการ เช่น การจัดให้ทุกคนได้รับการศึกษา เปิดเผยข้อมูลทางราชการที่ไม่ใช่ความลับ และให้ประชาชนมีสิทธิติดตาม เร่งรัด ฟ้องร้องหน่วยงานรัฐได้ถ้าไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ

สกัดคนโกง-การเมืองสะอาด

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริต กำหนดให้มีกลไกป้องกันคนไม่สุจริตเข้าสู่การเมือง มีลักษณะต้องห้าม 15-16 ข้อ เชื่อว่าประชาชนคงอยากเห็นการเมืองใสสะอาดเป็นที่ตั้ง ส่วนที่ระบุว่า กรธ.ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากไป โดยมีอำนาจชี้ขาดในกรณีไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้บังคับนั้น กรธ.ปรับใหม่เป็นให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกองคาพยพทุกฝ่ายมาประชุมกันว่าจะเดินหน้าหาทางออกกันอย่างไร ขณะเดียวกันยังกำหนดให้การออกกฎหมายจำเป็น อาทิ เรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลัง การกระทำที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานรัฐดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน หากทำไม่เสร็จ หัวหน้าหน่วยงานนั้นต้องรับผิดชอบ หัวหน้าส่วนราชการต้องไปอ่านบทเฉพาะกาลนี้ให้ดี และรีบลงมือปฏิบัติ

ขอโทษ สปท.หั่นวาระการทำงาน

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนบทเฉพาะกาล ได้เพิ่มเติมตามคำร้องของ คสช. ครม. โดยเฉพาะเรื่องอำนาจ ส.ว.สรรหา 250 คน ที่ไม่ได้ก้าวล่วงการจัดตั้งรัฐบาล และเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่การปรับเปลี่ยนวาระการทำงานของ สปท.ให้เหลือ 120 วัน นับจากรัฐ-ธรรมนูญมีผลบังคับใช้ จากเดิมที่กำหนดไว้ 1 ปีนั้น เนื่องจากเมื่อ กรธ.ได้รับสาระสำคัญของการปฏิรูปแล้ว พบว่ามีการศึกษาไปไกลจนถึงขั้นที่ต้องลงมือทำแล้ว ดังนั้น กรธ.จึงกำหนดให้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการทำประชามติ ก็ให้ สปท.ทำงานไปพลางๆก่อน แต่เมื่อได้องคาพยพและตัวบุคคลที่จะมาลงมือปฏิรูป

ตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 259 แล้ว สปท.ก็ต้องหมดไป ต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกให้ สปท.ทราบ เพราะช่วงท้ายฉุกละหุกมาก ในฐานะที่เป็นแม่น้ำร่วมกัน ก็ผิดพลาดที่ไม่ได้เรียนให้ทราบ

สนช.ห่วงเลือกไขว้ ส.ว.เหลว

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนให้สมาชิก สนช.และ สปท.ซักถามข้อสงสัย โดยมีสมาชิก สนช. 3 คน แสดงความประสงค์ขอซักถาม โดย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ระบุว่า การเลือกไขว้ ส.ว.ระหว่างกลุ่มอาชีพ 50 คน หากทดลองใช้แล้วล้มเหลวจะทำอย่างไร โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. เป็นผู้ชี้แจงว่า การเลือก ส.ว.ทางอ้อม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ให้ทุกภาคส่วนของอาชีพมาสมัครและเลือกไขว้กัน 3 ชั้น ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ไม่สามารถฮั้วกันได้ง่ายๆ จะมีรายละเอียดการป้องกันบล็อกโหวตอยู่ในกฎหมายลูกต่อไป ถ้าระบบ ส.ว.เลือกไขว้ 50 คนไม่ดี จะทำอย่างไรนั้น อย่าเพิ่งไปคิด ขอให้ลองดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แก้รัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว

ขณะที่นายมีชัยชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากการเลือก ส.ว.แบบไขว้ล้มเหลว ไม่ได้อย่างที่คาดไว้ คงไม่ต้องถึงกับแก้รัฐธรรมนูญ เพราะในมาตรา 107 หากดูดีๆ เป็นกฎหมายที่สามารถแก้ปัญหาได้ตลอดเวลาและทุกเรื่อง ถ้าเกิดอะไรที่ไม่คาดหวังไว้ก็สามารถปรับปรุงสิ่งที่เกิดขึ้นได้

สปท.ครวญลดวาระเหลือ 4 เดือน

ขณะที่สมาชิก สปท.มีผู้ขอซักถามข้อสงสัยกรธ. 4 คน อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ระบุว่า การเลือกตั้งแบบเขตเดียว ใบเดียว ของ กรธ.จะแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้หรือไม่ ขณะที่นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สปท. ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามทุจริต แต่สงสัยว่า เหตุใด กรธ.ไม่ยอมบัญญัติให้ผู้สมัครเลือกตั้งแสดงรายการภาษีย้อนหลัง 3 ปี โดยนายอัชพร จารุจินดา กรธ.ชี้แจงว่า เรื่องระบบการเลือกตั้งแบบเขตเดียว ใบเดียว ที่มองว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตซื้อเสียงได้นั้น การแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องการบริหารจัดการ ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมือง ส่วนเรื่องการแสดงภาษีย้อนหลัง 3 ปีของผู้สมัครเลือกตั้งนั้น มาตรการดังกล่าวจะอยู่ในกฎหมายลูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการประชุม นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่หนึ่ง ได้ตัดพ้อที่ กรธ.บางคนพูดว่า สปท.ทำงานล่าช้า ซ้ำซ้อน จนถูกลดวาระการทำงานลง ถามว่า เหตุใด กรธ.ไม่ยอมมาพูดคุยเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่อยู่ในรั้วเดียวกัน นายมีชัยจึงชี้แจงว่า ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ได้บอกเล่าเก้าสิบ ที่ผ่านมา กรธ.ไม่เคยมีใครต่อว่า สปท. เรื่องนี้อาจมีการเข้าใจคลาดเคลื่อน หาก กรธ.คนดังกล่าวพูดเช่นนั้นจริง ในฐานะที่ตนเป็น กรธ.ก็ต้องขอโทษที่ทำให้สะเทือนใจ

รัวนิ้วใส่ไลน์ระบายอารมณ์ถล่ม “อมร”

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าหัวใจการปฏิรูปจะสำเร็จตามเป้าได้อยู่ที่รัฐบาลและ คสช. เราจึงไม่ติดใจ สมาชิกส่วนใหญ่บอกขอทำเพื่อชาติ ขอเร่งงานสำคัญในระยะเวลาที่เหลือก็พอ ไม่มีใครบ่นเสียใจเรื่องเวลาที่หดสั้นลงแต่อย่างใด ทั้งนี้ การอ้างถึงคำพูดผู้ใหญ่ ของนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.นั้น อาจเกิดจากนายอมรนำบรรทัดฐานของตนเองตอนเป็น สปช.มาวัดคนอื่น พวกเราอัศจรรย์ใจตั้งแต่แรกแล้วว่า นายอมรเข้ามาเป็น กรธ.ได้อย่างไร เพราะตอนเป็น สปช.ไม่ได้มีผลงานใดเป็นชิ้นเป็นอัน ยอมรับว่า มีบางส่วนตกใจเหมือนกันที่ถูกลดเวลาเหลือ 120 วัน จากเดิมที่เหลือ 1 ปี แต่บางส่วนก็บอกลดเวลาก็ดีเหมือนกันจะได้เร่งงานให้เสร็จเร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่มของ สปท. สมาชิกส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นโจมตีคำพูดของนายอมรในเชิงไม่ให้ราคา และคิดว่านายอมรอ้างคำพูดผู้ใหญ่ โดยที่ผู้ใหญ่อาจจะไม่ได้พูดด้วยซ้ำ

“อุดม” ยันเลือกตั้งปี 60 ตามโรดแม็ป

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 ส.ค. ขั้นตอนต่อไป กรธ.จะทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับ แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน สาเหตุที่ไม่ระบุเวลาขั้นต่ำต้องทำให้แล้วเสร็จ เพราะกฎหมายหลายฉบับมีความยากง่ายไม่เท่ากัน โดยเฉพาะ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นกฎหมายเทคนิค มีความยากลำบาก เชื่อว่า กรธ.จะตั้งคณะทำงานยกร่างทั้ง 10 ฉบับไปพร้อมกัน โรดแม็ปไม่ได้บอกว่าต้องมีเลือกตั้งภายในเดือน ก.ค.2560 แต่บอกให้มีเลือกตั้งภายในปี 2560 ดังนั้น หากสุดท้ายต้องใช้เวลาทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญระยะเวลา 8 เดือนเต็ม ก็สามารถมีเลือกตั้งภายในปี 2560 ไม่เกินโรดแม็ปแต่อย่างใด

สนช.เปล่าตัดบท กรธ.แจงร่าง รธน.

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ในฐานะประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ยืนยันว่า ยังคงให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน ไม่ใช่ให้ กกต.เป็นผู้ชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแทนตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะไม่มีใครรู้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญดีเท่า กรธ. ส่วนการรณรงค์ร่างรัฐ-ธรรมนูญก่อนการทำประชามตินั้น ยืนยันว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าว ให้อิสระฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเต็มที่ เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นได้ แต่จะพูดชี้นำขอให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือพูดในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงไม่ได้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย กรธ. พรรคการเมือง ส่วนเรื่องการใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามตินั้น กมธ.วิสามัญฯเห็นว่าไม่ควรนำมาใช้ในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะไม่อยากให้มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้

ลุยชงถามพ่วง ส.ว.โหวตนายกฯ

นายวันชัย สอนสิริ โฆษกกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ในการประชุม สปท. การเมือง เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการหารือเรื่องการตั้งคำถามพ่วงประชามติ ซึ่งที่ประชุม สปท.การเมืองมีการเสนอคำถามประชามติหลากหลาย ไม่ตรงกัน อาทิ ควรให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ควรให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่ รวมถึงควรมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่ ในที่สุดที่ประชุมเห็นว่า ไม่ควรตั้งคำถามประชามติในนาม สปท.การเมือง แต่จะให้สิทธิ สปท.การเมืองแต่ละคนเป็นผู้ไปเสนอคำถามประชามติต่อที่ประชุม สปท. ที่จะอภิปรายเรื่องดังกล่าวในวันที่ 1 เม.ย.ด้วยตัวเองว่า ใครต้องการตั้งคำถามอย่างไร ส่วนตัวจะเสนอคำถามพ่วงประชามติว่า ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ควรให้รัฐสภาคือ ส.ส.และ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพื่อให้การปฏิรูปในระยะเปลี่ยนผ่าน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้สมาชิก สปท.หลายคนเห็นด้วยกับคำถามของตน เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก สปท.เป็นจำนวนมาก

ปชป.จี้ตอบหากประชามติล่ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.ว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยถดถอยลงจากฉบับปี 50 ในส่วนของบทเฉพาะกาลยังกำหนดบทบาทหน้าที่ ส.ว.สรรหาไม่แน่นอน ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากมาก ส่วนข้อดีมีเรื่องการปราบการทุจริต ทั้งนี้อยากได้ความชัดเจนจาก คสช.ว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านจะทำอย่างไร จะนำฉบับใดเข้ามาแทน เพราะเจ้าของประเทศทุกคนมีสิทธิที่จะรู้ ไม่ใช่ตัดสินใจบนพื้นฐานความไม่แน่นอน และเกรงว่าจะเป็นการตัดสินใจในเรื่องของการเมืองมากกว่าสาระของรัฐธรรมนูญ เวลานี้ที่น่าห่วงคือคนที่แสดงออกว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เขาเอาเรื่องการเมืองเข้ามารวมแล้ว จึงไม่อยากให้นำเรื่องการทำประชามติมาเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งทางการเมือง คสช.จึงต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะมีหนทางกลับไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร

นัดแสดงจุดยืนพรรคต้น เม.ย.

เมื่อถามถึงกรณีที่ให้สมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 ปลดล็อกให้ ส.ส.เลือกนายกฯ คนนอกได้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่เข้าใจว่าสาเหตุที่จะเลือกนายกฯ ตามรายชื่อแคนดิเดตไม่ได้เพราะอะไร ที่พูดถึงรัฐบาลผสมเข้าใจว่าการเปิดช่องตรงนี้เท่ากับการเปิดให้มีอำนาจต่อรองกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กกรณีไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมาก หากกังวลกันพรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า แต่ละพรรคจะเอาอย่างไร

“อยากเตือน คสช.ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและไม่ให้คนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ตัวประชามตินี้จะไร้ความหมาย สูญเสียงบประมาณเปล่า ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญนี้ได้เลย อยากให้ คสช.รับฟังเสียงที่แตกต่าง ไม่เช่นนั้นต่อไปบ้านเมืองจะไม่เดินหน้าอย่างที่สังคมต้องการ ส่วนท่าทีของพรรคต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น กำลังพิจารณารายละเอียดประกอบกับสถานการณ์ทางการเมือง คาดว่าท่าทีของพรรคจะชัดเจนช่วงต้นเดือน เม.ย.

ภท.ซัด รธน.ไม่ชอบธรรม

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะที่มาและเนื้อหาไม่ยึดโยงกับประชาชน เช่น กรณีที่มาของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ได้สิทธิอะไรจากประชาชนมาออกแบบกฎหมายสูงสุดที่มีผลบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ หากใช้เฉพาะนายมีชัย หรือใช้กับ กรธ.ทั้ง 21 คน ก็ว่ากันไปเลยเต็มที่ ในส่วนของเนื้อหาโดยเฉพาะเรื่อง ส.ว.สรรหา ก็ไม่ได้ยึดโยงกับอำนาจของประชาชน ให้อำนาจ คสช.เป็นผู้สรรหา ดังนั้น จึงไม่มีความชอบธรรม แม้ส่วนตัวจะไม่เห็นด้วย ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยโดยผ่านประชามติก็พร้อมจะเห็นด้วยกับเสียงประชาชน

แนะนายกฯ เบรกทำประชามติ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ภาพรวมของรัฐธรรมนูญไม่เป็นสากล ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ทบทวนการทำประชามติ เพราะประเทศไทยไม่มีเงินและอาจจะเป็นการสร้างความร้าวฉานแตกร้าวให้เกิดขึ้นได้อีก พล.อ.ประยุทธ์ต้องกล้าใช้อำนาจที่มีทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาเป็นสากลก่อนประกาศใช้ให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ส่วนการปฏิรูปประเทศนั้น ที่ผ่านมาได้เปิดเว็บไซต์คนไทยรีเซต www.khonthaireset.com  เพื่อเป็นพื้นที่ให้บุคคลทั่วไปร่วมเสนอแนะแนวทางในการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ ได้รับการตอบรับพอสมควร โดยจะเปิดโฉมหน้าเว็บไซต์ใหม่ในวันที่ 31 มี.ค. มุ่งเน้นในเรื่องความเป็นธรรมในสังคม ภายใต้หลักการหยุดเอาเปรียบประเทศไทย ขจัดสังคมสองมาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ยังจะเปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก khonthaireset เพื่อเปิดกว้างทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมด้วย

พท.แถลงการณ์ไม่รับร่าง รธน.

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรื่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน ว่า พรรคเพื่อไทยไม่อาจรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ด้วยเหตุผล ดังนี้ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลมาจากการรัฐประหารของ คสช. เนื้อหาจึงเป็นไปตามความต้องการของ คสช.เป็นหลัก มากกว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน สร้างปัญหาทางการเมืองให้เพิ่มมากขึ้น ถ้าการเมืองมีปัญหา พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลไร้เสถียรภาพก็ไม่อาจที่จะพัฒนาประเทศชาติ และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ อำนาจการปกครองไม่ได้เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง มีการสร้างกลไกที่ลดทอนอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร แต่เพิ่มอำนาจให้ ส.ว. ซึ่งมาจากการสรรหา นำพาเศรษฐกิจของประเทศดิ่งเหว สร้างให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนือสภาและรัฐบาล สร้างภาพว่าเพื่อปราบโกง มุ่งสกัดกั้นนักการเมืองและพรรคการเมือง แต่ไม่ได้ปฏิรูปและวางระบบเพื่อแก้ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงเลยแม้แต่น้อย

ขยายขัดแย้ง-สืบทอดอำนาจ

แถลงการณ์ระบุว่า สร้างยุทธศาสตร์บังคับเดิน 20 ปี แต่ 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีอะไรดีขึ้น ถ้าจะให้บริหารต่อไปอีก 5 ปี ชีวิตของเราจะดีขึ้นกว่านี้อย่างไร ยิ่งถ้าต้องให้เดินตามต่อไปอีก 20 ปีตามแผนยุทธศาสตร์ นึกไม่ออกจริงๆว่าจะเป็นอย่างไร วิธีคิดตามรัฐธรรมนูญนี้ไม่สามารถตามทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศถอยหลังและตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลง สร้างความขัดแย้งให้เพิ่มมากขึ้นในสังคม ความปรองดองก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ มีกลไกที่สร้างปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เช่น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ปัญหาระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ความขัดแย้งระหว่าง ส.ว.กับสภาผู้แทนราษฎร สร้างอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ มีอำนาจเหนือตัวแทนของประชาชน วางกลไกให้มีการสืบทอดอำนาจต่อไป

จี้ใช้ รธน.40 ถ้าประชามติไม่ผ่าน

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1.ขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันออกมาลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน และขาดความเป็นประชาธิปไตย 2.เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ก่อนการลงประชามติ ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาปรับแก้และประกาศใช้เป็นการชั่วคราว พร้อมกับจัดให้มีการเลือกตั้งภายในไม่เกิน 6 เดือน หลังจากนั้นให้รัฐบาลจัดให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม 3.พรรคเพื่อไทยเข้าใจถึงการรอคอยของประชาชนที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว แต่การเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและสร้างปัญหาในอนาคตนั้น จะสร้างความเดือดร้อนจนยากจะแก้ไข อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนจะลงประชามติไม่รับ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปี 2560 เพราะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีประกาศไว้ต่อสาธารณชนและนานาประเทศหลายครั้ง ยืนยันว่าจะต้องมีการเลือกตั้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน

มูลนิธิวีรชน ปชต.ไม่เอาด้วย

ขณะเดียวกัน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะรองประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯได้มีแถลงการณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ว่าเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของวีรชนพฤษภา 35 โดยสิ้นเชิง ขอเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้แทนโดยเพิ่มบทเฉพาะกาลให้ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นแทน ก่อนทำประชามติแล้วประกาศใช้ต่อไป

“บิ๊กป้อม” ขู่ พท.คว่ำ รธน.ส่อผิด ก.ม.

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่เป็นไร พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้ เราบังคับเขาไม่ได้ เมื่อถามว่า การรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญผิดกฎหมายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปดู แต่น่าจะเข้าข่าย ถ้าจะให้ชัดเจนต้องไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กลุ่มที่ออกมาไม่เห็นด้วยแม้จะมีมวลชน แม้นักการเมืองจะมีฐานเสียง ก็ไม่ห่วง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชน อะไรก็ไม่แน่ เพราะบางทีพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย ประชาชนอาจเห็นด้วยก็ได้ เรื่องอนาคตใครจะรู้

ไม่ห่วงเหตุวุ่นก่อนวันประชามติ

เมื่อถามว่า แถลงการณ์เพื่อไทยจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องของความเห็น ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงระหว่างทางก่อนถึงวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญไว้อย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ดูแลทั่วไปอยู่แล้ว ลงไปในพื้นที่หมด เราไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง ทำไมถึงจะให้ตีกันอยู่เรื่อย ตีกันมันตายนะ ให้ตีกันเอง มันไม่ไหวหรอก

“วิษณุ” เตือนชวนคนคว่ำถือว่าผิด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ออกมา คงไม่อยู่ในขั้นของความผิด แต่ก็มีกฎหมายอื่นอยู่ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเตือนก็ต้องระวัง ไม่อย่างนั้นอาจถูกเชิญปรับทัศนคติได้ และเมื่อได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับเต็มแล้ว สัปดาห์หน้าตนจะเชิญ กกต.มาหารือเกี่ยวกับการทำประชามติว่าเรื่องแบบไหนที่ปฏิบัติได้โดยไม่มีโทษ หรือเรื่องแบบใดปฏิบัติแล้วจะมีโทษ เมื่อถามว่า พรรคการเมืองออกแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีความผิดหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไปพูดให้ “คว่ำ” ถือว่าเสี่ยง การบอกว่าตัวเองหรือพรรคไม่รับไม่น่ามีปัญหา แต่การไปชักชวนคนอื่นให้คว่ำอาจจะผิด ถ้าหากทำเป็นจะไม่ล้ำเส้น นอกจากว่าตั้งใจล้ำเส้นให้มีเรื่อง และไม่อยากให้มองว่าการที่พรรคการเมืองแถลงการณ์ไม่รับร่างเพราะกฎหมายกำหนดโทษยังไม่ออกมา เพราะคนที่ทำเขารู้ว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ แต่ระวังจะหนีเสือปะจระเข้ คือรอดจากกฎหมายนี้แล้วอาจไปเจออย่างอื่นเข้า

วางแผนเดินสายแจง รธน. 3 ทาง

ต่อข้อถามถึงความชัดเจนการเดินสายชี้แจงการทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุตอบว่า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน 1.กกต.จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการทำความเข้าใจต่างๆ จะใช้งบของ กกต.เอง อาจเชิญนักการเมือง หรือนักวิชาการมาร่วมเวทีด้วย 2.กรธ.ก็มีหน้าที่ชี้แจงต่อประชาชนถึงเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยใช้งบในส่วน กรธ. และ 3.เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ ไม่ว่าส่วนราชการ หรือใครก็สามารถทำได้ เหมือนที่กองทัพให้ทหารออกไปรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นการล้ำเส้นอะไร

มท.พร้อมลุยชี้แจงร่าง รธน.

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระบวนการการทำประชามติ ว่า ขณะนี้ กรธ.ได้ให้นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรธ. มาประสานงานให้คนของกระทรวงมหาดไทยไปสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะสามารถไปขยายผลต่อตำบล หมู่บ้านได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีแนวคิดหลักอย่างไร แต่ละเรื่องมีวัตถุประสงค์ในการร่างอย่างไร โดยจะมีเอกสาร 2 แบบ คือ แบบสมุดโดยย่อ และลักษณะภาพกราฟฟิก เพื่อให้เข้าใจในเนื้อหาง่ายขึ้น เพราะก่อนที่จะทำประชามติหากไม่มีความเข้าใจก็จะไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ สำหรับการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญจะใช้ช่องทาง เช่น สื่อ ติดประกาศตามท้องถิ่น เว็บไซต์ เป็นต้น แต่หากใครต้องการอ่านทั้งเล่มก็จะมีแจกให้

กกต.หวังคนลงประชามติ 80%

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีส่งร่างรัฐธรรมนูญมายัง กกต. เพื่อให้เริ่มต้นกระบวนการออกเสียงประชามติว่า จากนี้ กกต.ก็จะเตรียมในเรื่องของการจัดพิมพ์ และเผยแพร่ร่าง จะรอสรุปสาระสำคัญของร่าง กรธ.ที่ต้องส่งมายัง กกต.ภายใน 15 วัน นับจากที่ กรธ.แจ้งไปยัง ครม. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เราเห็นตัวอย่างของประเทศพม่าที่ประชาชนรอคอยการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเลือกตั้งคนพม่าออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ของไทยน่าจะเหมือนกัน สำหรับการรณรงค์จะยึดหลักความสะดวก เที่ยงธรรม ประชาธิปไตยคุณภาพ และมียุทธ– ศาสตร์ “ดอกไม้ 65 ล้านบานสะพรั่ง” ส่วนงบประมาณ การออกเสียงประชามติเน้นย้ำสำนักงานให้มีการใช้จ่ายอย่างประหยัด เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ประวิตร” ลั่นศูนย์อบรมพร้อมแล้ว

ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเปิดหลักสูตรอบรมเรียกบุคคลเข้าปรับทัศนคติ เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. มีหลักสูตรไว้อยู่แล้ว เมื่อหลักสูตรแล้วเสร็จเปิดใช้ทันที คสช.จะเป็นผู้ดูแลเรื่องสถานที่ สำหรับหลักเกณฑ์ผู้ที่ถูกเรียกเข้าอบรมหลักสูตรปรับทัศนคตินั้น หากอบรมพูดเข้าใจง่ายชั่วโมงเดียวก็ออกมาได้ เรื่องของระยะเวลาการอบรมขึ้นอยู่กับความประพฤติและความเข้าใจ เมื่อถามว่า หากอบรมแล้วยังทำผิดอีกจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า มีมาตรา 44 อยู่ เมื่อถามว่า การเปิดหลักสูตรอบรมห่วงเป็นภาพลบ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ห่วง คสช.เรียบร้อยอยู่แล้วทุกอย่าง แบ็กกราวนด์เป็นคนดีทั้งนั้น

เปิดต้อนรับคนวิจารณ์แง่ลบ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คนที่เราอบรมต้องดูว่าเขาเป็นคนดีหรือเปล่า มีแบ็กกราวนด์เป็นอย่างไร ทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือไม่ เมื่อถามว่า จะถูกครหาได้ว่า คสช.ไม่ยอมฟังเสียงคนอื่น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอนนี้ควรพอได้แล้ว เข้าสู่โหมดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐธรรมนูญกำลังออกมาแล้ว ยังไงก็แก้ไม่ได้แล้ว พูดไปก็เท่านั้น แต่ละคนต้องไปดู ตอนนี้แจกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ไปทำความเข้าใจกัน ซึ่งคนที่จะอบรมคือคนที่วิพากษ์วิจารณ์ไปในแง่ลบ คงไม่เอาคน 70 ล้านคนมาอบรม

ด้าน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะ เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า รายละเอียดหลักสูตรยังไม่ขอพูดอะไร ขอเวลา 1-2 วัน จะออกมาชี้แจงเรื่องนี้

เปิดหลักสูตรยาวไปถึงเลือกตั้ง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงหลักสูตรการอบรมนักการเมืองว่า คสช.เน้นการพูดคุย เมื่ออยู่ด้วยกันก็ตกลงกันเรียบร้อย แต่พอพ้นจากการดูแลไปมักจะละเมิด ไม่รักษาสัญญา จึงต้องอยู่พูดคุยนานขึ้น ในส่วนของหลักสูตรอยู่ระหว่างการดำเนินการ ตั้งแต่ในเรื่องของสุขภาพ ความเป็นอยู่และการให้ความรู้ สำหรับหลักเกณฑ์ของหลักสูตร คือ 1.ไม่ทำเกินกรอบกฎหมาย 2.ไม่ละเมิดสิทธิ ส่วนบุคคล และ 3.แจ้งญาติทุกครั้งที่จะเชิญตัว โดยจะเริ่มใช้ไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งและขอย้ำว่าไม่ใช่การปรับทัศนคติ แต่เป็นการให้ข้อมูลและทำความเข้าใจในกรอบการทำงานของ คสช. ส่วนสถานที่ที่จะใช้อบรมก็มีหลายที่ ที่สามารถรองรับคนได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียล ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ เราจะมีคณะทำงานติดตามข้อมูลต่างๆ หากมีข้อมูลที่ดูแล้วว่าเริ่มที่จะละเมิดกฎหมายก็จะดำเนินการ

“เด็จพี่” เข้าเกณฑ์ได้รับพักโทษ

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย จะได้รับการพักโทษ ออกจากคุกก่อนกำหนดว่า ทราบว่าในวันที่ 31 มี.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการพักโทษ แต่ไม่อยากให้พูดถึงประเด็นว่าเป็นใคร เพราะพูดเสมอว่าผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด อย่าไปมองว่าเป็นนักการเมือง คนรวย หรือคนจน และกฎหมายก็เขียนชัดเจนว่าต้องโทษมา 1 ใน 3 แล้ว และองค์ประกอบครบ เช่น ทำความดี ทำพฤติกรรมนิสัยดีอะไรอย่างนี้

“เรื่องนี้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรณีนายพร้อมพงศ์ได้โทรศัพท์สอบถามอธิบดีแล้ว เข้าหลักเกณฑ์พิจารณาการพักโทษ เนื่องจากการต้องขังโทษครบแล้ว นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์ได้เชิญผมไปให้โอวาทแก่ผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นสัปดาห์หน้า หรือเป็นวันที่ 1 เม.ย.” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

“ปู” มิตติ้งแฟนเพจครบ 5 ล.ไลค์

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรี ได้จัดงานขอบคุณแฟนเพจเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ครบ 5 ล้านไลค์ ที่ร้าน Coffee Gallery CDC ภายใต้งานชื่อ “Coffee with Yingluck” ภายในงานมีการมอบเสื้อเชิ้ตสีขาวปักปูแดงแทนคำขอบคุณแฟนเฟจที่ติดตามกันมาอย่างยาวนานและเหนียวแน่น อดีตนายกฯกล่าวกับแฟนเพจว่า “ขอบคุณแฟนเพจที่มาร่วมกิจกรรม ตลอดจนบางท่านที่มาร่วมงานนี้ไม่ได้ และต้องขอขอบคุณทุก 5 ล้านไลค์ ที่พวกท่านทำให้แฟนเพจมีวันนี้ขึ้นมา ตอนนี้ครอบครัวเราโตมาเป็น 5 ล้านไลค์ ดิฉันไม่มีคำพูดใดที่จะมากกว่าคำว่า ขอบคุณจากใจ และแฟนเพจอยู่ในหัวใจไม่มีลืมเลือน ถึงแม้ไม่มีโอกาสได้เจอกันครบทุกคน ถ้าเจอกันที่ใดก็ขอให้ทักทายกันด้วย”

ไร้จริยธรรมทำประเทศเจ๊ง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดสัมมนา “สัปดาห์ส่งเสริมจริยธรรม” โดยนายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดสัมมนาและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ประเทศไทยใกล้เป็นรัฐที่ล้มเหลวขึ้นทุกที ถ้าคุณธรรมอยู่ต่ำกว่ากฎหมายจะแก้ไขปัญหาได้ยาก ขณะเดียวกันภายใน 2-3 วันนี้ตนจะยื่นฟ้องเพื่อเรียกค่าเสียหายกับองค์กรหนึ่งมูลค่า 52,000 ล้านบาท ที่ใช้งบประมาณไม่ถูกต้องและเป็นบริษัทที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เน้นคุณธรรมจริยธรรมเท่าที่ควร ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร้องขอไป แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร กลไกด้านคุณธรรมจริยธรรมหากไม่มีประเทศก็จะเจ๊ง

“ชวน” ลุยไล่บี้ ขรก.หลบหนี้ กยศ.

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการกับคนที่กู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แล้วไม่ชำระคืนว่า กองทุน กยศ. เกิดตอนที่ตนเป็นนายกฯเนื่องจากตนเป็นเด็กบ้านนอก เมื่อมีโอกาสเป็นนายกฯก็แก้ปัญหาให้คนรุ่นหลัง จึงทำให้เกิด กยศ.ขึ้น มีคนได้ประโยชน์กว่า 4.5 ล้านคน แต่มีคนส่วนหนึ่งได้รับประโยชน์ไปแล้วแต่กลับไม่ใช้คืน และที่น่าเจ็บใจคือมีคนเหล่านี้มารับราชการประมาณ 170,000 คน เป็นคนที่ทำงานให้กับรัฐแท้ๆ ดังนั้นควรส่งรายชื่อคนเหล่านี้ไปยังทุกกระทรวงว่ามีข้าราชการคนใดบ้างที่กู้ยืมเงินแล้วค้างชำระ ตนจะประสานกับ กยศ.เพื่อให้ส่งข้อมูลรายชื่อคนที่กู้ยืมและยังค้างชำระและรับราชการในกระทรวงต่างๆให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งไปกระทรวงต่างๆดำเนินการ

“วิษณุ” ยันรัฐไม่ขยายอายุ ขรก.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายอายุเกษียณราชการเป็น 65 ปีว่า สั่งเลขาธิการ ก.พ.ให้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่าไม่เป็นไปตามที่เป็นข่าว เขากำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ก็นำมาเสนอข่าวจนมีข้าราชการบางคนตื่นเต้นตกใจ นายกฯก็บอกว่าใครเสนอมาก็หยุดไว้ที่คนเสนอ เรื่องนี้ยังไม่ได้เริ่มและไม่ถึงขั้นข้อสรุป เอาเป็นว่าจะไม่เห็นในสมัยรัฐบาลนี้

มอบอำนาจทหารปราบมาเฟีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 29 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้มี “เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” หมายถึง ข้าราชการทหารที่มียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรีขึ้นไป และ “ผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม” ที่เป็นทหารยศต่ำว่าร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรีลงไป โดยสามารถออกคำสั่งเรียกตัว จับกุมผู้กระทำผิด ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน รวมทั้งกระทำการอื่นใดตามที่ คสช.มอบหมาย หากมีเหตุสงสัยโดยมีหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำความผิด สามารถเรียกบุคคลนั้นมาสอบถามข้อมูลได้ หากไม่เสร็จสามารถควบคุมตัวไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน

“บิ๊กป้อม” แจงตำรวจมีกำลังไม่พอ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเข้าป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อย เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอ และจะดำเนินการเรื่อยๆให้หมดสิ้น

เรียกนักข่าวเข้าค่ายสอบกรณีขันแดง

บ่ายวันเดียวกัน ที่ จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.มณฑป แสงจำนง รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.พัฒน์พงษ์ ขำแก้ว ผกก.สอบสวน ภ.จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งมายังกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อให้ส่งนายชัยพินธ์ ขัติยะ หัวหน้าศูนย์ข่าวไทยรัฐประจำจังหวัดเชียงใหม่ และประธานกลุ่มร่มฟ้าไทยรัฐภาคเหนือ เข้าไปพบที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการสอบสวนร่วมกับทางฝ่ายทหาร ที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กรณีภาพถ่ายขันสีแดง ระบุข้อความอวยพรสงกรานต์ของนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 พี่น้องอดีตนายกฯ เมื่อไปถึงมีการถ่ายรูปทำประวัติไว้ พร้อมสอบถามที่ไปที่มาของภาพ โดยผู้สื่อข่าวบอกว่า เป็นภาพที่เพื่อนๆ ถ่ายเล่น และยืนยันว่าไม่ได้มีผู้สื่อข่าวคนไหนถ่ายแต่อย่างใด ทางฝ่ายทหารจึงยุติการสอบสวนและขอความร่วมมือว่าไม่ควรเสนอข่าวเช่นนี้อีก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จากนั้นทางตำรวจได้ทำการสอบปากคำต่อในฐานะพยาน ก่อนให้เดินทางกลับได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    74.7%
  • ไม่ชอบ
    7.9%
  • สนุก
    5.7%
  • ประหลาดใจ
    2.4%
  • เสียใจ
    6.7%
  • ให้กำลังใจ
    2.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement