ก.พาณิชย์ หวั่นปรับแผนรถไฟไทย-จีน ทำสินค้าเกษตรขายได้น้อย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ก.พาณิชย์ หวั่นปรับแผนรถไฟไทย-จีน ทำสินค้าเกษตรขายได้น้อย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2559 05:20
480 ครั้ง


พาณิชย์ หวั่นปรับแผนลงทุนรถไฟไทย-จีน ทำจีนซื้อสินค้าเกษตรไทยลดลง ตามมูลค่าโครงการที่ลดลง แต่ยัน 2 ล้านตันที่ทำสัญญา และลงนามเอ็มโอยูกันแล้วไม่กระทบแน่ พร้อมชง “นบข.” เคาะวิธีประมูลข้าวที่เหลือ 12 ล้านตัน ซึ่งมีข้าวดีผสมกับข้าวเสียในโกดังเดียวกันจนแยกกองขายไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกับประเทศจีน โดยไทยจะลงทุนเองทั้งหมด แต่ยังคงใช้เทคโนโลยีและตัวรถไฟของจีน จากเดิมที่จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างกันนั้น อาจทำให้ความร่วมมือในการซื้อสินค้าเกษตรเพิ่มเติมจากไทยตามมูลค่าของการลงทุนรถไฟในความร่วมมือโครงการถไฟไทย-จีน ลดลงตามไปด้วย เพราะเดิมมีการคำนวณว่า โครงการลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ราว 170,000-190,000 ล้านบาท แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนใหม่ จะทำให้วงเงินในการลงทุนลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม มูลค่าการลงทุนจะเหลือเท่าไร และจีนจะซื้อสินค้าเกษตรจากไทยเท่าไร คงต้องรอให้คณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน พิจารณาก่อน

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงการเจรจาขายข้าวให้กับรัฐบาลจีน 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นความตกลงของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนรถไฟไทย-จีน จะไม่กระทบกับการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทั้ง 2 ล้านตัน เพราะ 2 ประเทศได้ลงนามสัญญาซื้อขาย 1 ล้านตันแรกไปแล้ว คาดว่าจะมีการเจรจารายละเอียดตกลงราคา และการส่งมอบภายในเดือน เม.ย.นี้ ส่วน 1 ล้านตันที่เหลือ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กันไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ส่วนการส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-29 มี.ค. 59 ว่า มีปริมาณ 2.64 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 27% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มูลค่า 1,161 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 7.8% หากคิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 41,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ทั้งนี้หากแยกเป็นเดือน จะพบว่า ในเดือน ม.ค.59 ส่งออกได้ 1.02 ล้านตัน เดือน ก.พ. ส่งออกได้ 835,000 ตัน และตั้งแต่วันที่ 1-29 มี.ค. ส่งออกได้ 779,000 ตัน

นางดวงพร กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เร็วๆ นี้ กรมฯจะเสนอแนวทางระบายข้าวสารสต็อกรัฐบาลที่เหลืออีกราว 12 ล้านตันให้พิจารณา โดยข้าวดังกล่าว เป็นข้าวเกรดดีที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐาน หรือเกรดพี, เอ และบี ปะปนอยู่ในโกดังเดียวกับข้าวที่ไม่ผ่านมาตรฐาน (เกรดซี) และไม่สามารถคัดแยกกองออกมาขายได้ จึงต้องหาวิธีการระบายข้าวให้เหมาะสม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement