"ดาว์พงษ์" โล่งอาชีวะจังหวัดหนุน ม.44 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

"ดาว์พงษ์" โล่งอาชีวะจังหวัดหนุน ม.44

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 มี.ค. 2559 06:01
423 ครั้ง


“ชัยพฤกษ์” เชื่อช่วยเอื้อภารกิจให้มีประสิทธิภาพ มั่นใจ ผวจ.ไม่ทำนอกลู่

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่วิทยาลัยพาณิชยการเชตุพน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในจังหวัดและภูมิภาค ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ตนได้ทำความเข้าใจกับอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ถึงคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 เรื่องการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค ที่ให้มีศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และคณะกรรมการการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน โดยยุบคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ ซึ่งตนได้เน้นย้ำว่าการบริหารงานบุคคลของ สอศ.ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เพิ่มบทบาทหน้าที่ อศจ.ไปเป็นผู้แทนอาชีวศึกษาในบอร์ด กศจ.อีกตำแหน่งหนึ่ง ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออาชีวศึกษาในพื้นที่ ทั้งนี้หลังฟังความเห็นของ อศจ.แล้ว ตนรู้สึกสบายใจขึ้นว่าคำสั่งดังกล่าวช่วยบูรณาการการทำงานของ อศจ.ให้เชื่อมโยงกับพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า การมีคำสั่งดังกล่าวออกมาทำให้อาชีวศึกษาได้รับประโยชน์มาก เพราะทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ซึ่ง กศจ.ที่มีตัวแทนหอการค้า อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวจะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้สถานศึกษาในสังกัด สอศ.และมหาวิทยาลัยผลิตกำลังคนอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวว่า ตนได้เห็นถึงความพยายามในการประสานการบริหารการศึกษาในส่วนจังหวัดและภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน หากทำได้จะมีประโยชน์มาก เพราะต้องยอมรับว่าทรัพยากรในโรงเรียนต่างๆ มีไม่เท่ากัน บางแห่งมีครูวิทยาศาสตร์ที่เก่ง แต่ขาดครูภาษาไทย บางแห่งมีครูภาษาไทยที่เก่ง แต่ขาดครูวิทย์ หากสามารถเชื่อมโยงกันเพื่อแบ่งปันทรัพยากรเด็กก็จะได้ประโยชน์ ส่วนที่เกรงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดอาจสนใจงานการศึกษาไม่เท่ากันนั้น เป็นหน้าที่ของ รมว.ศธ. ที่ต้องวางกลไก คู่มือ และกำหนดหน้าที่ของผู้ว่าฯให้ชัดเจน

ต่อข้อถามถึงสิ่งที่ครูเป็นห่วงว่าจะถูกดึงออกจากห้องเรียนไปทำงานตามคำสั่งของผู้ว่าฯนั้น ศ.นพ.เกษมกล่าวว่า ตนไม่เป็นห่วงเรื่องผู้ว่าฯ จะใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้องเหมือนในอดีต เพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในโลกยุคดิจิตอลเรื่องต่างๆ ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป และเชื่อว่าผู้ว่าฯเข้าใจดีว่าภารกิจใดทำได้ และทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองว่าการปฏิรูปฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าการปฏิรูปการศึกษาในครั้งที่ผ่านมาไม่ได้ผล เพียงแต่ว่าการปฏิรูปฯ เมื่อ 20 ปีที่แล้วก็เหมาะสมกับยุคสมัยนั้น พอมาอีก 20 ปีนี้ก็ต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะไม่ทันความรู้ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ โดยระบบการศึกษาก็ไม่ควรอยู่นิ่งเช่นกัน ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมนุษย์ออกแบบให้ปรับตัวได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ปรับตัวก็จะล้าหลัง แต่ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องอยู่บนประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก โดยส่วนตัวตนมองโลกในแง่ดี การปฏิรูปในครั้งนี้ก็น่าจะดีขึ้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement