หลานเขยยิงดับ อดีตทหาร จชต.! ด่ากันผ่านโซเชียล นัดเคลียร์ไม่สำเร็จ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หลานเขยยิงดับ อดีตทหาร จชต.! ด่ากันผ่านโซเชียล นัดเคลียร์ไม่สำเร็จ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 23:15
5,291 ครั้ง


(เครดิตภาพจากตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชะอวด)

น้ากับหลานปลูกบ้านใกล้กัน เกิดหมางใจด้วยเรื่องยืมรถไปขี่แล้วไม่เติมน้ำมัน ญาติช่วยไกล่เกลี่ย แต่กลับบานปลายไปกันใหญ่เพราะดันไปด่ากันผ่านโซเชียล สุดท้ายน้าชายอดีตทหาร จชต.ลุแก่โทสะลุกขึ้นจะเอาเรื่อง ถูกหลานเขยยิงด้วยลูกซองดับ...  

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.59 พ.ต.ท.สุรพล ภักดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธมนูญ ไฝจู ผกก. พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ สุพรรณพงศ์ รอง ผกกก.ป. พ.ต.ท.ศิริพร ช่วยคุ้ม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.มานิต กิจหิรัญ สวป. พ.ต.ท.สุระสิทธิ์ ปานทน สว.สส. นำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นครึ่ง ครึ่งไม้ครึ่งปูน บนพื้นหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือด ส่วนคนถูกยิงได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ชะอวด ก่อนหน้าที่ตำรวจจะไปถึง หลังสอบสวนเบื้องต้นและตรวจที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล

ตร.ควบคุมตัว นายศิวกร ราชแป้น อายุ 23 ปี หลานเขยของนายวิสาร หรือเกริก บำรุงชาติ อดีตทหารเกณฑ์ (ผู้ตาย) หลังเข้ามามอบตัว


ปรากฏว่า คนถูกยิงได้เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อคือนายวิสาร หรือเกริก บำรุงชาติ อายุ 25 ปี มีอาชีพทำสวนยาง อดีตทหารเกณฑ์ สังกัดกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่งปลดประจำการมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 7 ต.เขาพระทอง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าที่ใต้ราวนมด้านซ้าย ชายโครงซ้าย รักแร้ซ้าย และแขนซ้าย รวม 7 รู

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวิสารผู้ตาย ได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.โสธะยา ราชแป้น อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นญาติมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกพี่ลูกน้องกับภรรยาของตน เพื่อไปตกลงปัญหาคาใจ กับ น.ส.ศิริรัตน์ ช่วยศรีทอง อายุ 21 ปี หลานสาว และ นายศิวกร ราชแป้น อายุ 23 ปี สามีของ น.ส.ศิริรัตน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นซึ่งเป็นหลานเขย เกี่ยวกับปัญหาคาใจที่มีต่อกัน โดยนัดคุยกันที่บ้านของ น.ส.โสธะยา ญาติอีกคน ที่ปลูกบ้านอยู่ใกล้กัน อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านของนายวิสารผู้ตาย กับบ้านของ น.ส.ศิริรัตน์และนายศิวกร

ทั้งนี้ สาเหตุเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 มี.ค.59 ที่ผ่านมา ภรรยาของนายวิสารผู้ตาย ได้ไปยืมรถจักรยานยนต์ของนายศิวกร ที่บ้านของนายศิวกร ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของชำอยู่ใกล้กัน แต่ขณะภรรยาของนายวิสารยืมรถ นายศิวกรไม่อยู่ไปทำธุระนอกบ้าน น.ส.ศิริรัตน์ ภรรยาของนายศิวกร ซึ่งเป็นหลานสาวแท้ๆ ของนายวิสาร ได้ให้ภรรยาของนายวิสารยืมรถไป กระทั่งเมื่อนำรถจักรยานยนต์มาคืน นายศิวกรได้เช็กเกจ์วัดกระดับน้ำมัน พบว่าน้ำมันรถเหลืออยู่เพียงนิดเดียว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น ได้เติมน้ำมันไว้เต็มถัง จึงได้บ่นและพูดจาแสดงความไม่พอใจกับ น.ส.ศิริรัตน์และญาติๆ ที่ภรรยาของนายวิสารยืมรถไปแล้ว ไม่ยอมเติมน้ำมันให้ ทำให้เกิดความบาดหมางกันระหว่างครอบครัวน้าหลาน มีการพูดจากกระทบกระทั่งประชดประชันกันในช่วงเย็นของวันดังกล่าว เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน แต่ไม่มีเหตุรุนแรง เนื่องจากญาติผู้ใหญ่ได้ห้ามปรามไว้

แต่หลังจากนั้นปรากฏว่าทั้งสองครอบครัว เกิดความไม่พอใจซึ่งกันและกันมากขึ้น มีการโพสต์ข้อความต่อว่าและด่ากันทางหน้าเพจเฟชบุ๊กและในไลน์ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งในช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุ นายวิสารผู้ตายได้เดินไปที่ร้านค้าขายของชำของ น.ส.ศิริรัตน์หลานสาว ที่อยู่ใกล้บ้าน และเปิดฉากต่อว่าต่อขาน กล่าวหาว่าเนรคุณ ไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความเคารพนับถือน้าชายแท้ๆ ที่เป็นน้องชายของแม่ หลงผัวจนโงหัวไม่ขึ้น ทำให้ น.ส.ศิริรัตน์โกรธ จึงพูดตอบโต้น้าชายชนิดคำต่อคำ ส่วนนายวิสารโมโหเลือดขึ้นหน้า ใช้เท้าเตะและใช้มือตบ น.ส.ศิริรัตน์ จนเกิดการชุลมุนขึ้น ญาติและชาวบ้านเข้าห้ามปราม จนในเวลาต่อมาญาติผู้ใหญ่ได้นัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจและขอโทษขอโพยกันในช่วงค่ำ

ปรากฏว่าขณะกำลังมีการพุดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกัน ระหว่างคู่กรณี ญาติผู้ใหญ่ และญาติๆ อีกหลายคน ที่ต้องการให้มีการกลับมาคืนดีกันปรองดองกัน แต่การพูดคุยดำเนินไปได้ไม่นานนัก ก็เกิดการโต้เถียงกันอีก นายวิสารผู้ตายลุกขึ้นชี้หน้าหลานสาวกับหลานเขยและเดินปราดเข้าไปหา ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น นายศิวกรหลานเขยได้ชักปืนลูกซองสั้นออกมา แล้วจ่อยิงนายวิสาร ที่กำลังเดินเข้าไปประชิด จนล้มคว่ำ หลังก่อเหตุนายศิวกรได้หลบหนีไป ส่วนนายวิสารได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ชะอวด แต่ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวขาดใจตายในเวลาต่อมา

ทางด้าน พ.ต.อ.ธมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ชะอวด กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ นายศิวกรได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ที่ สภ.ชะอวด แล้ว หลังจากที่ชุดสืบสวนได้ติดตามกดดัน โดยได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายวิสารน้าของภรรยาจริง เพื่อป้องกันตัว โดยได้นำอาวุธปืนของกลางมามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วย หลังการรับมอบตัวและการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ธมนูญ กล่าวด้วยว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากการทะเลาะวิวาทและการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทั้งสองฝ่ายเป็นญาติใกล้ชิดกัน ปลูกบ้านอยู่ใกล้กันในหมู่บ้านเดียวกัน นายวิสารเป็นคนใจร้อนประกอบกับการใช้ชีวิตเป็นทหารอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้ ทำให้เป็นคนที่ค่อนข้างไม่ยอมใคร ไม่ยอมคน ขี้ระแวง และบางครั้งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ หลังมีปัญหาแทนที่จะมีการพูดจากัน แต่กลับใช้สื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ ตอบโต้ด่าว่ากัน

"แม้ว่าบ้านจะอยู่ห่างกันเพียงแค่ปลายจมูก ก็ไม่ยอมพูดจาปรับความเข้าใจกัน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการใช้สื่อโซเชียลแม้จะมีคุณอนันต์ มีประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล แต่หากนำมาใช้ในทางที่ผิด ก็ทำให้เกิดปัญหาสะสมบานปลายกลายเป็นเหตุสลดใจขึ้นได้" ผกก.สภ.ชะอวด กล่าวให้สติ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    1.7%
  • ไม่ชอบ
    0.8%
  • สนุก
    94.2%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    0.8%
  • ให้กำลังใจ
    1.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement