กกต.ตั้งเป้า คนออกมาใช้สิทธิประชามติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กกต.ตั้งเป้า คนออกมาใช้สิทธิประชามติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 15:18
417 ครั้ง


กกต. ตั้งเป้าคนออกเสียงใช้สิทธิลงประชามติ ร้อยละ 80 เทียบเคียงพม่า เชื่อคนไทยอยากได้รัฐธรรมนูญใหม่

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีส่งร่างรัฐธรรมนูญมายัง กกต. เพื่อให้เริ่มต้นกระบวนการออกเสียงประชามติ ว่า จากนี้ กกต.จะเตรียมในเรื่องของการจัดพิมพ์ และเผยแพร่ร่าง โดยจะรอสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องส่งมายัง กกต.ภายใน 15 วัน นับจากที่ กรธ.แจ้งไปยัง ครม. อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กกต.ก็ได้มีการเตรียมการในด้านต่างๆ ไว้แล้ว มีการตั้งคณะทำงานรวม 14 คณะ เพื่อรับผิดชอบงานในด้านต่างๆ เช่น การจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ การประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่างระเบียบต่างๆ ที่จะมีการประกาศใช้หลังร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้ โดยมีการตั้งเป้าหมายว่า จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ซึ่งเราเห็นตัวอย่างของเมียนมา ที่ประชาชนรอคอยการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเลือกตั้ง คนเมียนมาออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ของไทยน่าจะเหมือนกัน คิดว่าคนไทยก็อยากที่จะได้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ดังนั้น คนไทยก็น่าจะออกมาใช้สิทธิออกเสียงกันมากๆ

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณี กรธ.จะขอเป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญด้วย จากที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต. เป็นผู้เผยแพร่ ว่า ตามกฎหมาย กกต. สามารถมอบหมายให้หน่วยงาน หรือ รัฐวิสาหกิจเผยแพร่ร่างได้ ส่วน กรธ.ก็เข้าใจได้ว่าเพราะถือว่าเป็นผู้ร่างฯมากับมือ ย่อมต้องรู้ว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมีอะไรสำคัญอย่างไร ซึ่งก็ทราบว่า ในการรณรงค์เผยแพร่รัฐธรรมนูญนั้น ทาง กรธ.ได้ขอที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ให้ กรธ.เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ร่างกฎหมายกำหนดให้ กกต. เป็นผู้เผยแพร่ ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะ กรธ.เป็นผู้ร่างรธน.ย่อมรู้ในเนื้อหาสาระดี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กกต. การเผยแพร่ก็ต้องทำภายในกรอบของกฎหมาย และเห็นว่า ภารกิจนี้เป็นเรื่องที่ต้องช่วยๆ กันทำ แต่การเผยแพร่นั้นจะต้องไม่เป็นไปในลักษณะชี้นำให้รับหรือไม่รับ หรือ ขู่เข็ญ ทั้งนี้อยากจะเน้นย้ำว่าอะไรที่ทำแล้วเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย ก็ไม่ควรทำ เราพูดได้ แต่จะไปชักชวนชี้นำว่า ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ มันอาจจะผิดกฎหมาย ที่บอกว่าออกกฎหมายแรง ถ้าเราไม่ทำผิดกฎหมายมันก็มาเอาผิดกับเราไม่ได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    9.7%
  • ไม่ชอบ
    64.5%
  • สนุก
    24.7%
  • ประหลาดใจ
    1.1%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement