ทดสอบทางไกลในโปรตุเกสกับ NEW E-CLASS 2016 ตอนที่ 2 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ทดสอบทางไกลในโปรตุเกสกับ NEW E-CLASS 2016 ตอนที่ 2

โดย อาคม รวมสุวรรณ 30 มี.ค. 2559 16:41
2,638 ครั้ง


11.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของโปรตุเกส เครื่อง Airbus A321 ของสายการบิน Lufthansa เที่ยวบินที่ LH1166 ลดระดับเพดานบินก่อนที่จะปะทะเข้ากับกระแสลมแรงท่ามกลางกลุ่มเมฆดำทะมึน ความแรงของกระแสลมทำให้เครื่องบินโดยสารลำเล็กออกอาการพะเยิบพะยาบเหวี่ยงขึ้นลง จากพายุฝนฟ้าคะนองที่พัดกระหน่ำอย่างหนัก ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองลิสบอน ขณะที่เครื่องบินที่ผมนั่งกำลังจะร่อนลงจอด มาโปรตุเกสเป็นครั้งที่สองก็เจอเรื่องเสียวสันหลังเข้าจนได้ หลังจากลดระดับความสูงจนพ้นจากกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่ Airbus A321 เที่ยวบินที่ LH1166 ก็ลงจอดที่รันเวย์ของสนามบินนานาชาติในเมืองลิสบอนได้อย่างปลอดภัยปนทุลักทุเลเล็กน้อย

ลิสบอน เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส เป็นสถานที่ที่ Mercedes Benz ใช้ในการขับทดสอบ New E-Class W213 เจเนอเรชั่นที่ 10 เป็นการเชิญเหล่าบรรดาสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมการขับทดลองประสิทธิภาพ โดยมีสื่อมวลชนของประเทศไทยรวมอยู่ในนั้นด้วย นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของสื่อมวลชนสายยานยนต์ที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ดีๆ ในรถยนต์ซาลูนหรูรุ่นขายดีของ Mercedes ซึ่งเป็นรถรุ่นใหม่ที่อุดมไปด้วยเทคโนโลยี ระบบช่วยขับอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ แถมบางรุ่นยังมีฟังก์ชั่นขับ และจอดเองแบบอัตโนมัติ ให้ลองทดสอบความเจ๋งอีกด้วย

หลังจากนั่งฟังการอธิบายถึงเส้นทาง และอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้งานใน New E-Class ผมจับคู่กับ คุณแอม พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ในรถทดสอบ Mercedes Benz New E-Class E400 4Matic AMG Line รุ่นสูงสุด (หากไม่นับ E63AMG ที่ยังไม่โผล่ออกมาให้เห็น) เนื่องจากกุญแจของ New E-Class รุ่นขายในไทย หรือรุ่น E220d ถูกยึดโดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศไปจนหมด ผมและคุณแอมกับเพื่อนๆ สื่อมวลชนของไทยเลยต้องหันมาขับ New E-Class รุ่นที่ไม่ได้เข้ามาขายในประเทศไทยไปพลางๆ ก่อน รถทดสอบ New E-Class มีให้เลือกขับครบทุกรุ่น ทุกเวอร์ชั่น ไล่เรียงจาก E220d / E300 / E350e PLUG in HYBRID / E400 4Matic ระยะทางของการทดสอบในช่วงแรกจาก Espelho d'Agua ไปยัง Circuito Estoril ยาว 47 กิโลเมตร เป็นการวิ่งผ่าใจกลางเมืองลิสบอน ที่มีการจราจรหนาแน่น แล้วขึ้นมอเตอร์เวย์เส้น A5 เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามแข่ง Circuito Estoril ซึ่ง Mercedes Benz ใช้เป็นสเตชั่นหลักของการขับทดสอบในครั้งนี้

ฝนหยุดตกในช่วงบ่าย แต่ผิวถนนยังคงเจิ่งนองไปด้วยน้ำ คุณแอม พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา รับหน้าที่ขับเป็นคนแรก โดยมีผมนั่งตีหน้ามึนๆ อยู่ในเบาะผู้โดยสารของ E400 4Matic AMG Line กำลัง 333 แรงม้า เพื่อจับอาการของเจ้าซาลูนลำใหม่จากค่ายตราดาว ว่าจะเจ๋งจริงอย่างที่คนของ Benz คุยเอาไว้หรือเปล่า สัมผัสแรกใน New E-Class รุ่นสูงสุดที่มีแรงบิดเยอะมากถึง 480 นิวตันเมตร ทำให้ผมรู้สึกชอบ ทั้งๆ ที่ในใจเคยมีแต่ BMW Series-5 F10 เริ่มจากทรงของตัวถังที่มี DNA ของ New S-Class และ New C-Class เจือปน จนแทบจะแยกกันไม่ออก หากไม่เอารถทั้งสามโมเดลมาจอดประกบกันแบบจะจะ

Mercedes Benz ใช้รูปทรงที่ประสบความสำเร็จในด้านอากาศพลศาสตร์ของ New C-Class โดยนำมาขัดเกลาจนกลายเป็นซาลูนไซส์กลางที่สวยงามลงตัว New E-Class แม้จะตัวโตขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ห้องโดยสารของรุ่น E400 ตกแต่งมาเป็นอย่างดีเพื่อการขับ หรือการนั่งของผู้บริหารระดับสูง ในเรื่องของความหรูนั้นไม่ต้องพูดถึง ไล่เรียงจากกุญแจรีโมตที่ดูดีมีราคา ไปจนถึงแผงประตูและคอนโซลที่เชื่อมโยงมาตรวัดกับจอแสดงผลกลางได้อย่างลงตัว

แผงแดชบอร์ดมีรูปทรงที่เหมือนกับ S-Class จากขนาดอันใหญ่โตกินพื้นที่ค่อนข้างมากของแผงแดชบอร์ด แผงประตูหุ้มหนังตกแต่งด้วยวัสดุผิวมันเงาที่ทำออกมาคล้ายกับแผงคาร์บอนไฟเบอร์แต่มีความละเอียดละออมากกว่า สวิตช์ปรับเบาะหน้าตาคุ้นๆ กับกรวยลำโพงสุดอลังการของ Burmester มาตรวัดและจอภาพ TFT Thin film transistor แบบพาโนรามาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจในด้านของความคมชัด และฟังก์ชั่นของการปรับตั้ง Classic/Sport และ Progressive ภายในของ New E-Class ใช้วัสดุคุณภาพสูงลิบในการตกแต่งเพื่อทำให้มันสามารถแซงขึ้นหน้ารถคู่ต่อสู้อย่าง BMW Series-5 ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว New E-Class ก็ทำให้รถซาลูนสมรรถนะสูง Series-5 F10 / Lexus GS / Audi A6 / Jaguar XF ตกเป็นรองทันทีที่เจ้า New E-Class โผล่ออกมา

หน้าจอสี TFT Thin film transistor ที่คุณสามารถเช็กทุกสิ่งทุกอย่างใน New E-Class (ในประเทศไทย หน้าจอ TFT มีเฉพาะ E220d รุ่น AMG Dynamic ราคา 4.7 ล้านบาท ส่วน E220d รุ่น Exclusive Line ราคา 3.9 ล้านบาท ใช้มาตรวัดมาตรฐานแบบอนาล็อก) ทำให้ผมเพลิดเพลินเจริญใจ ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดยิบ ฟังก์ชั่นปรับแต่งเครื่องเสียง การปรับตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ฟังก์ชั่นปรับแต่งไดนามิกของตัวรถที่คุณสามารถเลือกปรับได้ถึง 5 โหมดขับเคลื่อน เช่น ECO / Comfort / Sport / Sport+ / Individual เจ้า E400 4Matic รุ่นที่ไม่มีขายในไทยยังยัดระบบกันสะเทือนแบบ Air-Matic มาให้ ทำให้การนั่งโดยสารนุ่มนิ่มสบายก้นเกินบรรยาย ระบบโช๊กอัพแบบถุงลม Air Suspension หรือ Air-Matic มีราคาแพงลิบ และไม่ค่อยจะเหมาะกับสภาพผิวถนนในประเทศไทย แต่เหมาะมากกับสภาพผิวทางในเมืองลิสบอน เนื่องจากบางช่วงบางตอนผิวถนนในลิสบอนใช้หินก้อนโตนำมาปูเรียงราย ทำให้โช๊กอัพแบบถุงลมต้องรับหน้าที่อย่างหนักในการซับแรงสะเทือน AIR BODY CONTROL ใน E400 4Matic ให้อารมณ์ที่หนึบ และนิ่มนวลมากกว่าโช๊กอัพและสปริงแบบปกติอย่างชัดเจนขณะขับผ่านถนนหิน ไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดไหนมันก็นิ่มทั้งนั้น แต่ราคาที่แพงแสบตับของออปชั่นช่วงล่างแบบ Air-Matic บวกกับสภาพผิวถนนของไทย ทำให้ Mercedes Benz Thailand ตัดสินใจไม่ยัดใส่มาให้

New E-Class ให้ความรู้สึกล้ำยุคไปไกลมาก ในตลาดรถหรูหราราคาแพงของประเทศไทยและทั่วโลกนั้น เทคโนโลยีและออปชั่นแบบจัดเต็มคือสิ่งที่ลูกค้าปรารถนา เทคโนโลยีใหม่สร้างจุดขายและทำให้เกิดความขลัง แถมยังกลายเป็นอุปกรณ์ที่ค่ายรถอย่าง BMW และ Mercedes Benz พยายามจะเอาชนะคะคานกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดผลดีกับลูกค้าระดับบนในด้านตัวเลือกใหม่ๆ นอกจากเทคโนโลยีล้ำอนาคตแล้ว การตกแต่งที่งดงาม และการขับขี่ที่ดีก็มีส่วนช่วยทำให้รถรุ่นนั้นสามารถขายได้ ระยะทาง 47 กิโลเมตร โดยเฉพาะในช่วงไฮเวย์สาย A5 ที่คุณแอมสามารถใช้ความเร็วได้ ทำให้ประสิทธิภาพของเจ้า New E-Class เริ่มโผล่ออกมาให้สัมผัสกันอย่างจะแจ้ง เครื่องยนต์เบนซินความจุ 3.0 ลิตร แบบ V6 เทอร์โบคู่ อัพเรี่ยวแรงมาจากโรงงานมากถึง 333 แรงม้า กับแรงบิด 480 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบ 9 สปีด 9G-Tronic กับระบบขับ 4 ล้อ 4Matic ทำให้เจ้า E400 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.9 วินาที แรงเอาเรื่องเลยทีเดียว ล้ออัลลอยด์ AMG ขอบ 19 นิ้วยัดยางหน้าเล็กหลังใหญ่แม้จะขับเคลื่อน 4 ล้อก็ยังไม่ทิ้งแนวทางเดิมๆ ของรถขับ หลังบ่งบอกถึงบุคลิกเฉพาะตัวของรุ่น AMG Dynamic ไม่ว่าจะวิ่งด้วยความเร็วต่ำ หรือห้อเต็มเหนี่ยวบนไฮเวย์ เจ้า New E-Class ก็เต็มไปด้วยความมาดมั่นสุดๆ กฎหมายจราจรของโปรตุเกสที่ค่อนข้างเข้มงวดนั้น จำกัดความเร็วบนไฮเวย์เอาไว้ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ผมและคุณแอมไม่มีโอกาสได้ลองปล่อยม้ากันแบบครบๆ การที่มีเรือนร่างคล้าย New S-Class แต่กะทัดรัดมากกว่านิดๆ ทำให้ผู้คนในเมืองลิสบอนจับจ้องเจ้า New E-Class มากเป็นพิเศษ สีเทาด้าน Selenitr grey ของ E400 คันทดสอบคล้ายกับสีของ New C-Coupe รุ่นล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ในประเทศไทย

15.30 น. ที่สนามแข่งรถเก่าแก่ของเมืองลิสบอน Circuito Estoril เป็นสเตชั่นทดสอบระบบ Drive Pilot และระบบ Active Brakeing Assist รวมถึงระบบจอดอัตโนมัติ Remote Parking Pilot ซึ่งไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในรถ E220d รุ่นที่ขายในประเทศ การสาธิตระบบ Active Brakeing Assist ในสนามแข่ง Circuito Estoril รวมถึงการโชว์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีช่วยขับในระบบ Drive Pilot กระทำกันบนไฮเวย์สาย A5 ที่อุดมไปด้วยรถร่วมทาง เจ้าหน้าที่ของ Mercedes แสดงการควบคุมรถ New E-Class ด้วยตัวของมันเองล้วนๆ โดยปราศจากการบังคับควบคุมด้วยมือของมนุษย์ ระบบ Drive Pilot จะเข้ามาแทรกแซงทันทีที่ตรวจพบว่าผู้ขับไม่มีสมาธิในการควบคุม หรือละมือจากพวงมาลัยเมื่อหลับใน หรือไม่มีสมาธิในการควบคุม ระบบขับอัตโนมัติของ E-Class จะเข้ามาควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง เบรก และทิศทางของรถด้วยตัวของมันเองทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าพวงมาลัยไม่มีการตอบสนองของคนขับ ระบบจะเข้ามาควบคุมรถแบบอัตโนมัติด้วยตัวของมันเองไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 นาที ในการรักษาช่องทาง ความเร็วและการเบรกแบบอัตโนมัติ พร้อมสัญญาณเสียงแจ้งเตือน หากยังไม่มีการตอบสนองใดๆ ของคนขับ ระบบขับอัตโนมัติ Drive Pilot จะสแกนหาพื้นที่ว่าง โดยหาช่องทางว่างหรือไหล่ทางที่ปลอดภัย แล้วจอด ระบบ Drive Pilot ทำหน้าที่เหมือนกับโรบอตคาร์ในการควบคุมรถยนต์แบบอัตโนมัติ ช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการหลับใน หรือขาดสมาธิในการควบคุม ระบบ Drive Pilot ใน New E-Class มีใช้เฉพาะบางประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี ส่วนประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ยังไม่มีระบบนี้ใช้งานบนถนน เนื่องจากสาเหตุหลักในด้านกฎหมายการประกันภัย และสภาพแวดล้อมบนถนนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับถนนในยุโรป

สถานีต่อไปเป็นการสาธิตระบบถอยจอดอัตโนมัติ Parking Pilot ควบคุมการถอยด้วยแอฟบนมือถือของ Mercedes Benz ผู้ใช้งานรถยนต์ E-Class ในเยอรมนี และบางประเทศในยุโรปต้องดาวน์โหลดแอพฯ ลงมือถือ จากนั้นก็ขับโดยกดใช้งานระบบ Parking Pilot ซึ่งผู้ขับจำเป็นต้องหาช่องว่างสำหรับจอด ระบบจอดอัตโนมัติจะเริ่มต้นการทำงาน โดยสแกนช่องว่างพร้อมส่งสัญญาณว่าได้สแกนช่องว่างสำหรับจอดเสร็จเรียบร้อย คนขับก็ลงจากรถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอพฯ ซึ่งรองรับทั้ง Android และ IOS การจอดอัตโนมัติสามารถเดินหน้าและถอยหลัง หรือจอดแบบขนาน ระบบ Parking Pilot ทำงานร่วมกับระบบ Keyless go และเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เมื่อออกจากรถแล้วเปิดแอพพลิเคชั่น ก็ใช้เพียงแค่นิ้วชี้ทำการหมุนแป้นจำลองบนมือถือ แป้นวงกลมควบคุมได้ง่ายคล้ายการเล่นเกม การหมุนไม่ขึ้นตรงกับความเร็วหรือการหมุนพวงมาลัย แต่เป็นการควบคุมความคืบหน้าในการเข้าจอด หากหยุดหมุนนิ้ว รถก็จะหยุดตาม แต่เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบวัตถุกีดขวางมันจะหยุดเองโดยอัตโนมัติ เช่น รถจักรยาน หรือกระถางต้นไม้ รวมถึงวัตถุใดๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ระบบจอดอัตโนมัติใน New E-Class จะทำงานในระยะไม่เกิน 3 เมตร ซึ่งเป็นระยะห่างที่มีความปลอดภัย Parking Pilot ใน New E-Class ซึ่งเป็นออปชั่นพิเศษมีใช้เฉพาะบางประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี ส่วนประเทศไทยและสหรัฐอเมริกายังไม่มีระบบนี้ใช้งานอีกเช่นกัน

16.05 น. เวลาที่เหลือก่อนจะขับกลับโรงแรมที่พักในเมืองลิสบอน ผมและคุณแอมใช้ความว่องไวจัดการหยิบลูกกุญแจรีโมตของ Mercedes Benz New E-Class รุ่น E220d Exclusive Line สีน้ำเงิน Cavansite Blue ออกจากสนามแข่งมุ่งหน้าไปตามระบบนำทางบนจอภาพ เพื่อขับลัดเลาะเรียบชายฝั่งทะเลที่งดงามของเมืองลิสบอน ระยะทางเกือบๆ 50 กิโลเมตร วนรอบหุบเขาเรียบชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก อุดมไปด้วยวิวทิวทัศน์ที่แปลกตา ทั้งหน้าผาที่สูงชัน ระลอกคลื่นลูกโตสาดซัดเข้าหาชายฝั่ง และแนวของหาดที่กว้างไกลสุดสายตากับน้ำทะเลสีครามเข้มของมหาสมุทรแอตแลนติก นับเป็นโลเคชั่นที่เหมาะสำหรับการบันทึกภาพรถทดสอบเป็นอย่างยิ่ง

ผมเข้ามารับหน้าที่ขับต่อจากคุณแอม บนเส้นทางเล็กๆ แบบสองเลนสวนกันที่ค่อนข้างคับแคบ ต้องระวังทั้งนักปั่นจักรยาน และรถเจ้าถิ่นที่ใจร้อนพอฟัดพอเหวี่ยงกับนักขับในประเทศไทย ใน New E-Class E220d ท่านั่งที่เหมาะเจาะเกิดขึ้นจากเบาะคู่หน้าแบบใหม่ล่าสุดที่ให้ความรู้สึกพอดิบพอดีราวกับสูทที่ตัดเย็บมาแบบเฉพาะตัว พวงมาลัยไฟฟ้าปรับได้ถึง 4 ทิศทางครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับ ตำแหน่งของแป้นคันเร่งและเบรก จัดวางมาเพื่อการตอบสนองต่อการขับขี่ การเก็บเสียงใน E220d ก็ทำได้ดีเหมือนรถรุ่นพี่ทุกประการ แม้จะเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดังมากกว่าเครื่องเบนซิน แต่มาตรการในการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกด้วยการปิดผลึกห้องโดยสารด้วยวัสดุแบบใหม่ ทำให้เกิดความเงียบงันในเกณฑ์ดี เครื่องยนต์ดีเซลตัวใหม่รหัส OM654 เป็นแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาว์ล อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน กำลัง 194 แรงม้า มีแรงบิดแจ่มๆ ที่ 400 นิวตันเมตร และมาในรอบที่ต่ำมากแค่ 1,250 รอบต่อนาที ผนวกการทำงานในด้านการทดกำลังด้วยเกียร์ลูกใหม่แบบ 9 สปีด หรือ 9G-Tronic ทำให้การเคลื่อนตัวไปบนทางอันคับแคบมีความกระฉับกระเฉง ราวกับเครื่องตัวโตๆ เจ้า OM654 ยังมีการทำงานในรอบเดินเบาเงียบขึ้นจากการปรับแต่งในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนาอีกด้วย

E220d ให้ความรู้สึกในด้านของการควบคุม และการตอบสนองไวกว่า E200 เวอร์ชั่นที่แล้วอยู่เล็กน้อย พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดขับเคลื่อน มีความเที่ยงตรงเป็นสรณะ น้ำหนักที่ดีผ่องถ่ายทั้งความแม่นยำแน่นอน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและทำให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย แม้จะวิ่งอยู่บนเส้นทางภูเขาที่คับแคบแสนสาหัส New E-Class เป็นรถซาลูนขนาดกลางที่เล็กกว่า S-Class นิดหน่อย แต่ก็ใหญ่กว่า C-Class ไม่มากนัก พอได้ลองขับจริงๆ จังๆ E220d กลับให้ความรู้สึกคล่องตัวไม่ต่างจาก E-Class ที่วางเครื่องตัวโตอย่าง E400 4Matic ทัศนวิสัยบวกกับตำแหน่งของการนั่งขับ ทำให้สามารถมองเห็นด้านหน้าได้อย่างโปร่งโล่ง ขับไปได้ไม่ไกลผมก็รับรู้ว่ามันไม่ใช่รถที่อุ้ยอ้าย แม้จะวางเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด ช่วงล่างแบบปกติไม่ใช่ระบบ AIR BODY CONTROL เหมือน E400 ให้การตอบสนองต่อสภาพผิวถนนได้ดีเหมือนรถ E-Class รุ่นพี่ทุกประการ ไม่จำเป็นต้องคาอยู่ในโหมดสปอร์ต แต่โหมด ECO คุณก็สามารถผลักดันเจ้านี่ให้โลดแล่นไปตามทางโค้งได้ดั่งใจนึก ช่วงล่างแบบไดนามิกคือตัวตนที่ชัดเจนของ Mercedes ยุคใหม่ทุกคัน มันสามารถลอกเลียนแบบความหนึบแน่นของ BMW และสลัดคราบของความย้วยในอดีตได้อย่างสิ้นเชิง Mercedes Benz ปรับแต่งพวงมาลัยและช่วงล่างให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของรถแต่ละรุ่นได้คล้ายกับคู่แข่งอย่าง BMW แถมยังยัดความหรูหราที่เกินหน้าเกินตารถคู่แข่งไปไกล ทำให้รถขนาดกลางอย่าง New E-Class มีความน่าใช้ น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น เปรียบมวยกันแบบจะแจ้ง New E-Class มีพวงมาลัยที่ดี ซึ่งให้ทั้งความคมและการตอบสนองอย่างว่องไวต่อการหักเลี้ยว แต่ BMW Series-5 ก็เป็นรถที่วางบาลานซ์มาอย่างเหมาะเจาะเหมาะเหม็ง และยากที่ Mercedes จะเอาชนะได้ในจุดนี้ ทั้งคู่มีดีและมีด้อยปะปนกันไปคนละแบบ คนละแนว อยู่ที่ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนเป็นหลัก ว่าคุณชอบแบบไหน

18.30 น. ดวงอาทิตย์ในโปรตุเกสยังคงส่งแสงแรงกล้าราวกับเพิ่งจะ 4 โมงเย็น อุณหภูมิหล่นจาก 16 องศาในช่วงเที่ยงลงมาเหลือแค่ 11 องศาในช่วงใกล้ค่ำ ผมและคุณแอมเปลี่ยนรถทดสอบมาขับ E300 Designo Hyacinth red metallic สีแดง โดยขับออกจากสนามแข่ง Circuito Estoril มุ่งหน้ากลับสู่โรงแรมที่พักในเมืองลิสบอนในช่วงที่คนท้องถิ่นกำลังเลิกงานพอดิบพอดี เจ้า E300 AMG Dynamic วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาว์ล อัดอากาศด้วยเทอร์โบ กำลัง 241 แรงม้ากับแรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์ออโตแจ่มๆ ที่มีอัตราทดมากถึง 9 สปีด กำลังในรูปของแรงบิดจาก E300 ที่อ่อนด้อยกว่า E220d เล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับสร้างความรู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อได้ลองขับทดสอบสั้นๆ แค่ 47 กิโลเมตรในช่วงขากลับ

ชุดกันสะเทือนแบบมาตรฐานไม่สามารถปรับตั้งได้เหมือน E400 ให้ความรู้สึกคล้ายๆ E220d และออกมาในแบบไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดไหนมันก็ให้ความสบายอยู่วันยังค่ำ จอภาพ Panorama ขนาด 12.3 นิ้ว และไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Lighting Led มอบความตื่นตาตื่นใจด้วยสีฟ้า หรือเฉดสีที่คุณสามารถเลือกเองได้นับสิบสี LEDs technology ช่วยดันบรรยากาศยามค่ำคืนใน New E-Class ให้มีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น เมื่อบวกเข้ากับเครื่องเสียงระดับ Hi-End อย่าง Burmester 3D surround sound system ซึ่งมีติดตั้งอยู่ใน E300 AMG Dynamic ทำให้อารมณ์ของการฟังเพลงภายในห้องโดยสารอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ทั้งมิติของเสียงที่ขับผ่านลำโพงคุณภาพสูงปรี๊ด ความคมชัดและความกระจ่างของเสียงเพลงไม่ว่าจะเล่นผ่านอุปกรณ์อะไรก็ตามคือสิ่งที่ลูกค้า New E-Class ใฝ่ฝัน สภาพการจราจรในช่วงเย็นย่ำค่ำของเมืองลิสบอนไม่ต่างไปจากเมืองใหญ่ทั่วโลก จำนวนรถทั้งขาเข้าเมืองและขาออกจากเมืองหนาแน่นติดขัดในช่วงเย็นเหมือนกับกรุงเทพมหานครยังไงยังงั้น ผมและคุณแอมเลี้ยวเจ้า E300 AMG วกกลับมาจอดหน้าโรงแรมเกือบๆ 2 ทุ่ม หลังจากนั้นก็เป็นงานเลี้ยงต้อนรับสื่อมวลชนก่อนที่จะขับทดสอบกันต่อไปในเช้าของวันที่สอง

7.30 น. เช้าวันรุ่งขึ้น อุณหภูมิในเมืองลิสบอนดิ่งลง เหลือแค่ 8 องศาพร้อมกระแสลมแรง ผมกับคุณแอมยังคงจับคู่กันเหมือนเดิม โดยในเช้าวันสุดท้ายของการทดสอบเป็นการขับกลับไปยังสนามแข่ง Circuito Estoril เพื่อลงไปขับทดสอบในสนามในย่านความเร็วสูง ผมเลือก E350e PLUG in HYBRID สีขาว Diamond White Bright ซึ่งเป็น New E-Class ที่คาดว่าจะเข้ามาทำตลาดต่อยอดจาก E220d ผมขับออกจากโรงแรมในช่วงเช้าด้วยยานยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 2987 ซีซี กำลัง 258 แรงม้า มากเกินพอสำหรับถนนทุกสายบนโลกใบนี้ แรงบิดของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อทำงานพร้อมๆ กันจะมีตัวเลขมากถึง 620 นิวตันเมตร ระบบประสานพลังงานในรูปแบบ parallel hybrid ของ Mercedes ทำให้เจ้า E350e วิ่งในโหมด ECO โดยมีอัตราสิ้นเปลืองที่ 28-30 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนแรงบิดล้นๆ ในโหมด Sport+ เมื่อพลังงานถูกปล่อยลงพื้นเต็มที่ มันจะสร้างแรงดึงตื้อในการพุ่งทะยานราวกับรถสปอร์ต

ตัวเลขอัตราเร่งของ E350e เมื่ออัดจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า E350e ที่มีน้ำหนักตัว 1.8 ตัน ทำได้ในเวลาเพียงแค่ 5.9 วินาที เป็นความเร็วในระดับสปอร์ตคาร์ มันให้ความรู้สึกได้ถึงแรงดึงหนักต่อเนื่องยาวนาน เกียร์ 9 สปีด 9G-Tronic ไหลลื่นไร้รอยต่อ เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นบนไฮเวย์ คุณจะรู้ทันทีว่า E350e เป็นรถที่มีทั้งความประหยัดและความสนุก โช๊กอัพกับกันสะเทือนหน้ายุบตัวด้วยค่าและมุมที่เหมาะสม เช่นเดียวกับชุดบังคับเลี้ยวที่ขึ้นตรงต่อโหมดของการขับเคลื่อน โหมดสูงสุด Individual มีน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันที่หน่วงมือ ทำให้มั่นใจในการทะยานผ่านทางโค้งยาวๆ บนไฮเวย์ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ four-link fornt axle coil springe gas-pressure shock absorbers, stabiliser มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการทำให้ล้อหน้าเกาะติดหนึบอยู่กับพื้นถนน ระยะทาง 47 กิโลเมตรกลายเป็นเส้นทางที่สั้นกุด เมื่อขับให้เร็วขึ้นก็มาถึงสนามได้เร็วก่อนใครเพื่อน

สนามแข่ง Circuito Estoril หรือ Autódromo do Estoril ในอดีตถูกใช้เป็นสนามแข่งรถฟอร์มูลาร์วัน มีความยาวรวม 4.182 กิโลเมตร หรือ 2.599 ไมล์ ประกอบด้วยทางตรงยาว โค้งยูเทิรน์และโค้งความเร็วต่ำที่มีความท้าทายสูง Autódromo do Estoril ยังเป็นหนึ่งในสนามแข่งกีฬามอเตอร์สปอร์ตของประเทศโปรตุเกส เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลิสบอน ไม่ถึง 50 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าใกล้มาก Estoril ถูกใช้แข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งในรายการโปรตุเกสแกรนด์กรังปรีซ์ เมื่อปี ค.ศ. 1984 ต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ. 1996 ความจุของสนาม Estoril อยู่ที่ 45,000 คน เป็นสนามแข่ง FIA เกรด 1 สนาม Estoril กลายเป็นสถานที่แห่งการสร้างประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เช่น ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในปี ค.ศ. 1984 ของนิกิ เลาดา และการคว้าแชมป์รถสูตรหนึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตของ ไอรตัน เซนน่า ยอดนักแข่งผู้ล่วงลับ ตามด้วยเหตุการณ์อันฉาวโฉ่ของ ไนเจล แมนเซลล์ และการปะทะกันในสนามของ ฌาค วินเนิฟ และ ไมเคิล ชูมัคเกอร์ ในโค้งสุดท้ายของ Circuito Estoril เมื่อปี ค.ศ. 1996 สนาม Estoril ถูกทิ้งร้างจากปฏิทิน F1 ในช่วงฤดูกาลแข่งปี 1997 หลังจากนั้น ผังสนามถูกหั่นความยาวลงเหลือเพียงแค่ 4.182 กิโลเมตร และเน้นไปที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์เป็นหลัก

หลังจากเรียนรู้ผังสนาม และจุดอันตรายจาก instructor ซึ่งเป็นอดีตนักแข่งของ Mercedes AMG แล้ว ผมโดดลงไปนั่งในรถ E400 4Matic เพื่อขับทดสอบในสนามจำนวน 3 รอบสั้นๆ เป็นการทดสอบช่วงล่าง เบรก พวงมาลัย และการตอบสนองของเครื่องยนต์กับชุดส่งกำลัง Mercedes Benz E400 4Matic วางเครื่องยนต์เบนซินความจุ 3.0 ลิตร แบบ V6 เทอร์โบคู่ อัพเรี่ยวแรงมาจากโรงงานมากถึง 333 แรงม้า กับแรงบิด 480 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบ 9 สปีด 9G-Tronic กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic เครื่อง V6 ทวินเทอร์โบ ที่มีแรงบิดมากเกือบๆ 500 นิวตันเมตร ทำให้เจ้า E400 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียงแค่ 4.9 วินาที แรงสุดกู่หากไม่นับตัวแสบอย่าง E63 AMG ที่ยังไม่โผล่ออกมาให้เห็นแต่ก็ไม่น่าจะนานเกินรอ 3 รอบสนามใน Autódromo do Estoril เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง หรือแรงจีที่เกิดจากการเร่ง เลี้ยวและเบรกของ New E-Class E400 สร้างความตื่นเต้นให้กับสื่อมวลชนนานาชาติ รวมถึงตัวผมเอง เมื่อได้ลงไปลองใช้ความเร็วสูงในการขับทดสอบซึ่งไม่อาจกระทำได้บนถนนปกติ โค้ง 3 และโค้ง 4 ซึ่งเป็นโค้งความเร็วต่ำและเต็มไปด้วยอันตราย ทำให้ผมต้องใช้ความระวังมากเป็นพิเศษ ในช่วงทางตรงยาวผ่านแกรนสแตน เจ้า E400 4Matic สามารถทำความเร็วได้ถึง 208 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะเบรกเต็มเหนี่ยว แล้วประคองพวงมาลัยให้ถูกไลน์ทะยานผ่านโค้ง 1 ซึ่งเป็นโค้งหักศอกขวา ความเร็วที่ผ่านเข้าไปในโค้ง 3 และโค้ง 4 ซึ่งเป็นโค้งยูเทิร์นไม่สูงมากจนทำให้ส่วนท้ายของเจ้า E400 ออกอาการ

การทดกำลังไปที่ล้อหน้า 30%และล้อหลัง 70% ของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic ทำให้เจ้าซาลูนบ้าพลังคันนี้เกาะหนึบราวกับตีนตุ๊กแก ตัวถังสไตล์ซาลูนกับสัดส่วนความสูง 1,470 มิลลิเมตร ออกอาการเหวี่ยงๆอยู่เหมือนกันเมื่อใส่มาแบบเต็มข้อ โดยภาพรวม Air Matic และระบบช่วยทรงตัวพร้อมโหมด Individual ที่คุณสามารถดอดเข้าไปวุ่นวายกับการปรับตั้งน้ำหนักของพวงมาลัย และการทำงานของช่วงล่างได้ ทำให้ E400 เป็นซาลูนมากความสามารถคันหนึ่งของวงการรถหรูไซส์กลาง มันพยายามทำตัวให้เป็นรถที่น่าขับมากสุด และทำได้แบบนั้นจริงๆ ในสนาม Autódromo do Estoril มันเหมาะกับพวกขาแรงที่ชอบจัดเต็มแต่ไม่มีเงินมากพอที่จะสอย E63AMG เจ้า E400 รุ่นที่จำหน่ายในยุโรปมีมาให้ครบทุกระบบที่จะทำให้คุณมีทั้งความสบาย และความปลอดภัย ที่ชอบมากคือเบาะนั่งแบบ Active ที่บีบครีบด้านข้างทันทีที่เซนเซอร์ตรวจพบว่า แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง หรือแรงจีเพิ่มขึ้นจากการขับเร็วๆ ในโค้ง เข็มขัดนิรภัยที่ฉลาดปราดเปรื่องพยายามหด และรั้งตัวเองทุกครั้งที่มันพบว่าคุณกำลังห้อเต็มเหนี่ยวในโหมดสูงสุด การรั้งตัวเองแบบอัตโนมัติจะเกิดขึ้นทันที เมื่อเซนเซอร์ (อีกแล้ว) ตรวจพบว่าคุณเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากเกินไป การจัดการที่ดีในด้านของการเตรียมความพร้อมของระบบความปลอดภัย และระบบช่วยทรงตัว เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับใช้ความเร็วทำให้ E400 4Matic เป็นจักรกลทดสอบที่เจ๋งที่สุดของงาน

13.30 น. ผม และเพื่อนๆ สื่อมวลชนจากประเทศไทยก็เสร็จสิ้นการทดสอบรถยนต์ Mercedes Benz New E-Class หลังจากนั้นเป็นการขับรถกลับเข้าเมืองเพื่อส่งคืนรถทดสอบ ก่อนที่จะบินกลับไทยในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยภาพรวม ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมหลังจากที่ได้ลองทดสอบขับทั้งในและนอกเมือง แถมด้วยการขับเร็วในสนามแข่ง F1 อีก 3 รอบ เจ้า New E-Class โดยเฉพาะรุ่นที่กำลังทำตลาดในไทย อย่าง Mercedes Benz E220d Exclusive Line ราคา 3,990,000 บาท และ Mercedes Benz E220d AMG Dynamic ราคา 4,790,000 บาท หากไม่สนใจจอภาพ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ของ E220d AMG Dynamic หรือไม่สนใจชุดแต่ง AMG ก็ให้หันไปคบกับ E220d Exclusive Line ซึ่งมีราคาถูกกว่าพอสมควร แต่ถ้าชอบจอภาพแหล่มๆ พร้อมอุปกรณ์แบบจัดเต็มก็ให้เล็งไปที่ E220d AMG Dynamic ได้เลย

ทั้งคู่วางเครื่องดีเซลตัวเล็กกระทัดรัดรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพมากพอในการขับใช้งาน เกียร์ 9 สปีดมากและเยอะจนสับเองไม่ทัน อัตราทดของเกียร์ 8-9 ทำให้อัตราสิ้นเปลืองของ E220d เจิดสุดในกลุ่มซาลูนไซส์กลาง ไม่ต้องบ่นเรื่องออปชั่นที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นที่ขายในยุโรป เพราะไม่มีใครมาบังคับให้คุณซื้อ ด้วยเหตุผลของการทำราคา บางแง่มุมในด้านของกฎหมายการประกันภัย บวกกับสภาพแวดล้อมบนท้องถนนของประเทศไทย ที่มีความอันตรายและอัตราความเสี่ยงสูงติดอันดับโลก ทำให้ออปชั่นขับอัตโนมัติและออปชั่นจอดอัตโนมัติไม่ได้มีติดตั้งอยู่ในรถ New E-Class รุ่นที่จำหน่ายในประเทศ กราบเรียนกันตามตรงว่าออปชั่น และอุปกรณ์ที่ให้มานั้น ไม่มีวันที่คุณจะได้ใช้งานมันจนครบหมดทุกสิ่งทุกอุปกรณ์ ทั้ง E220d Exclusive Line และ E220d AMG Dynamic เหมาะสุดแล้วกับผู้บริหารที่กำลังเล็งๆ พาหนะคันใหม่ ในเมื่อ New Series-5 ยังไม่โผล่ออกมา ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาทองของ New E-Class ในการที่จะกอบโกยยอดขายก่อนหน้ารถคู่แข่ง มันเป็นรถไซส์กลางระดับพรีเมียมที่เข้ามาสานต่อความสามารถของรุ่นที่แล้ว ด้วยการเติมเต็มเทคโนโลยีและความหรูขึ้นไปอีกขั้น หากความหรูหราและความสามารถของ New E-Class ยังไม่สาแก่ใจพระเดชพระคุณท่าน ก็ควรจะมุ่งไปที่ S-Class S500 PLUG in HYBRID จะได้เลิกบ่นเลิกด่าเรื่องออปชั่นกันเสียที.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    84.2%
  • ไม่ชอบ
    10.5%
  • สนุก
    5.3%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement