น้องสาวแท้ๆแทงพี่ชายดับ! เผยถูกไล่ตบ-ตี จนมุม ทนไม่ไหวมีดจ้วงสวน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

น้องสาวแท้ๆแทงพี่ชายดับ! เผยถูกไล่ตบ-ตี จนมุม ทนไม่ไหวมีดจ้วงสวน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2559 02:25
11,787 ครั้ง


ศึกสายเลือด! น้องสาวผัวไม่พอใจพี่สะใภ้ เหตุชอบพูดจาเสียงดัง ส่วนผัวแค้นแทนเมีย ไม่พอใจน้องสาวแท้ๆ หาเรื่องทะเลาะด่าทอน้องสาวเป็นประจำ ล่าสุดเมาหนักมาก ไล่ตบตีจนบานปลาย น้องสาวโดนไล่จนมุมทนไม่ไหว หยิบมีดได้จ้วงแทงพี่ชายแท้ๆ ดับ 

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 มี.ค.59 ร.ต.ท.ธีรพล หงษ์ศรี รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ถูกแทงด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณอพาร์ตเมนต์ 20 มิถุนา เลขที่ 17 ซอย 20 มิถุนา แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์สูง 3 ชั้น บริเวณหน้าหอพักพบร่างนายชวน ทองเมืองหลวง อายุ 47 ปี อาชีพขับวินจักรยานยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 17 ซ.มิถุนา แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณหน้าอกและท้อง มีเลือดนองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่นายชวนทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุสามารถจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นางสุวรรณา ทองเมืองหลวง อายุ 40 ปี น้องสาวของผู้ตายนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องเลขที่ 111 จากการตรวจสอบภายในห้องพัก น.ส.ลัดดา พบมีดปลายแหลม ด้ามสีขาวยาว 8 นิ้ว มีการล้างคราบเลือด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวน น.ส.ลัดดา ทิมลอย อายุ 36 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิตอุ้มลูกสาวอายุ 8 เดือน ให้การด้วยน้ำตาที่นองหน้าว่า ตนอาศัยอยู่ห้องเลขที่ 103 พร้อมกับสามีและลูก เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมากำลังนั่งกินเหล้าอยู่ในห้อง และตนก็พูดให้สามีฟังเรื่องน้องสาวของสามีชอบบ่นเรื่องที่ไม่ชอบให้ใครทำเสียงดัง ด้วยความเมาสุรา สามีจึงโมโหและลุกพรวดพราดออกไปที่ห้อง น.ส.สุวรรณา ที่ห้องเลขที่ 111 ที่อยู่เยื้องๆ กัน และเคาะประตูห้องเสียงดัง แต่ไม่สามารถเปิดห้องได้

"ดิฉันเกรงว่าจะมีเรื่อง จึงไปปรามให้สามีสงบสติอารมณ์ที่บ้านพัก จ.นนทบุรี ขณะที่สามีขับรถจักรยานยนต์พร้อมดิฉันและลูกออกไปจนถึงปากซอย สามีนึกได้ว่าลืมกระเป๋าสตางค์ จึงได้วนรถกลับมาเอากระเป๋าสตางค์ โดยที่สามีได้ยืนรออยู่นอกห้อง แต่ขณะที่ดิฉันกำลังหากระเป๋าสตางค์อยู่นั้น จู่ๆ ได้ยินเสียงดังโวยวายดังไปทั่วทั้งชั้น จากนั้นได้ยินเสียงแม่สามีตะโกนห้ามปรามและแยกสามีออกมาสงบสติบริเวณหน้าหอพัก" น.ส.ลัดดา กล่าว 

น.ส.ลัดดา กล่าวต่อว่า เมื่อตนออกมาดูหน้าห้อง พบสามียืนอยู่ภายนอกประตูกระจกของอาคาร จากนั้นสามีได้เอามือแปะที่กระจกพร้อมรอยเลือด ก่อนจะทิ้งตัวลงไปทันที ตนจึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ทันการณ์ สามีเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา

ด้าน น.ส.สุวรรณา กล่าวว่าตนเองมักมีเรื่องทะเลาะกับพี่ชายอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยไปว่าอะไรแฟนพี่ชายเลย เพราะเป็นคนไม่คุยกันอยู่แล้ว ซึ่งพี่ชายของตนมักจะดื่มสุรา และก่อเหตุทะเลาะวิวาทเสมอ ก่อนเกิดเหตุพี่ชายมีเรื่องทะเลาะกับตนและเดินมาตบหน้าตน 1 ครั้ง ก่อนจะมีคนมาห้าม กระทั่งตนต้องเข้ามาหลบอยู่ภายในห้อง หลังจากนั้นพี่ชายก็ขับรถออกไปก่อนจะขับรถกลับเข้ามาอีกครั้ง

"คราวนี้พี่ชายดิฉันไล่ตบตีตั้งแต่หน้าอพาร์ตเมนต์ จนเข้าไปต่อสู้กันภายในห้องของดิฉัน ก่อนที่ดิฉันจะคว้ามีดทำครัวที่วางไว้อยู่หน้าทีวีแทงไปที่นายชวนหลายครั้งจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว" น.ส.สุวรรณา กล่าว 

ด้าน พล.ต.ต.เจริญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้คุมตัว น.ส.สุวรรณาไปสอบสวนที่ สน.สุทธิสาร เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย" ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งนางสุวรรณาและนายชวนผู้ตาย เคยมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องเมียผู้ตายเป็นคนพูดเสียงดัง และ น.ส.สุวรรณา ชอบพูดเหน็บแนมหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยถึงกับขั้นลงไม้ลงมือ จนมาเกิดเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้นำศพให้ญาติมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.1%
  • ไม่ชอบ
    40.4%
  • สนุก
    7.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    14.0%
  • ให้กำลังใจ
    10.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement