พระพุทธะอิสระ โต้กลับ คณะสงฆ์ภาคใต้ รับคำท้าดีเบต หากผิดพร้อมสึก! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พระพุทธะอิสระ โต้กลับ คณะสงฆ์ภาคใต้ รับคำท้าดีเบต หากผิดพร้อมสึก!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 22:45
7,117 ครั้ง


พระพุทธะอิสระ โต้กลับ คณะสงฆ์ภาคใต้ ที่รวมตัวขับไล่ รับคำท้าดีเบต แต่ต้องถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ยันหากผิด พร้อมสึกจากการเป็นพระ ยุติต่อต้านแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช   

วันที่ 29 มี.ค. พระพุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม แห่งวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ออกมาตอบโต้กรณีที่ องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาภาคใต้ ประกาศเตรียมทำพิธีลง 'อุกเขปนียกรรม' เพื่อขับออกจากหมู่สงฆ์ เนื่องจากมองว่า พระพุทธะอิสระ ได้มีการเคลื่อนไหว ทำลายพระพุทธศาสนา หลายกรณี รวมถึงการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า พิธีลง 'อุกเขปนียกรรม' คือ การวางเฉย ไม่พูดไม่จา ไม่กินไม่นอน ด้วยกัน ถามว่า ทำไม่ถูกหลักธรรมวินัย พระผู้มีพระภาคเจ้าได้สอนว่า ให้ลงอุกเขปนียกรรม แก่ผู้ว่ายาก สอนยาก ผู้ไม่เชื่อฟัง ผู้ไม่อยู่ในโอวาทของอุปัชฌาย์ อาจารย์ ถึงจะมีการเรียกประชุม และมีการเรียกทั้งโจทก์ และจำเลย มาเพื่อรับฟังและสอบสวน ก่อนมีการให้ลงอุกเขปนียกรรม แต่องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาภาคใต้ ได้มีการลงเฟซบุ๊ก ว่า จะมีการลงอุกเขปนียกรรม เพื่อขับไล่พระพุทธะอิสระ ออกจากหมู่สงฆ์ ในการขับไล่ต้องใช้คำว่า ปัพ-พาชนียกรรม กรรมที่ขับออกจากหมู่คณะ คือ ผู้ที่ต้องอาบัติร้ายแรง หรือ ผู้ที่ไม่ยอมรับอาบัตินั้น อย่างเช่น กรณีของ ธัมมชโย หรือไม่ก็สมเด็จช่วง ในการครอบครองรถหรู ต้องลง ปัพ-พาชนียกรรม ในการกระทำดังกล่าว คือ การทำไม่เป็น ไม่รู้หลักธรรมวินัย อยากฝากถึงหมู่สงฆ์ ที่ภาคใต้ หรือ จังหวัดต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหว ว่าให้เตรียมหาเงิน มาเสียค่าปรับในศาลอุทธรณ์ด้วย โทษฐานที่ทำให้เราเสียหาย อยากเรียกร้องให้รีบๆ ทำ พระพุทธะอิสระ ไม่ได้หวั่นเกรงใดๆ ในขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการฟ้องร้อง องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาภาคใต้ และคณะสงฆ์ ต้องรอความผิดสำเร็จ โดยจะต้องคอยดูว่า เริ่มเมื่อไหร่ โดยจะต้องอ้างชื่อที่อยู่คณะสงฆ์ อย่างชัดเจน ไม่ใช่กล่าวอ้างโดยใช้คำว่า คณะสงฆ์ พร้อมจะนำหนังสือไปมอบให้นายกรัฐมนตรี นั่นถือว่าผิด เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พระไม่มีข้อเกี่ยวข้อง กับ พระภิกษุ ที่จะลงทัณฑ์ต่อพระภิกษุ ต้องทำกรรมนั้นด้วยตนเอง เค้าเรียกว่า ญัตติจตุตถกรรมวาจา ในสังฆมณฑล ต้องทำในพระอุโบสถ ไม่ใช่ทำข้างถนน หรือ ทำผ่านเฟซบุ๊ก

อยากแถมอีกเรื่องที่ นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาท้าดีเบตดวลไมค์ กับ พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งฉันเป็นคนริเริ่ม เรียกร้องให้ พระเมธีธรรมาจารย์" (ประสาร จนฺทสาโร) หรือ เจ้าคุณประสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องธรรมวินัย ว่า อะไรถูกอะไรผิด ฉันยินดี

โดยมีประเด็นที่ตั้งขึ้นมา 4 ประเด็น ว่าด้วยเรื่อง พระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช การทุจริตเงินงบประมาณที่รัฐอุดหนุนให้กับ สำนักพุทธ และมหาเถรสมาคม ปีละ 5,000 ล้านบาท 2 เรื่องนี้ดีเบต ไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว จะทำให้เสียรูปคดีความ ส่วนอีก 2 เรื่องที่อ้างว่า จะดีเบต เรื่องการปฏิรูปคณะสงฆ์ และเรื่องแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช อย่างนี้ดีเบตได้ เพราะไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม กติกา คือ นายเมธาพันธ์ ต้องทำหนังสือสัญญา ต้องดีเบตในที่สาธารณะ และออกถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ต้องมีการนำ พระไตรปิฎกมาวาง เปิดกันหน้าต่อหน้า และเชิญบุคคลผู้เป็นกลางมานั่งเป็นประธาน ทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีคำกล่าวพูดเท็จ หรือ บิดเบือน จากหลักธรรม คำสั่งสอน ของพระธรรมวินัย ถ้าฉันพูดผิด และบิดเบือนคำสอน ไม่ตรงอุดมการณ์ต่อพระพุทธศาสนา ฉันยินยอมสึก และยอมยุติการคัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

แต่ถ้า นายเมธาพันธ์ บิดเบือน และพูดไม่ตรงต่อหลักพระธรรมวินัย ต้องลาออกจากกระบวนการศึกษาของสงฆ์ใน 2 มหาวิทยาลัย ในทุกตำแหน่ง แล้วต้องทำหนังสือสัญญาว่า จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการศึกษาของชาติและการศึกษาของสงฆ์ ไปชั่วชีวิต ถ้าทำอย่างนี้แล้วไม่ยอมทำตาม หนังสือสัญญาจะกลายเป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องต่อศาล ในฐานะที่คุณหลอกลวง เอาไหมชัดๆ พระพุทธะอิสระไม่หวั่น แต่ขอให้กล้าๆ หน่อย เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

สรุปคือ คนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพระพุทธะอิสระ เค้าได้รับการอุดหนุน จากธรรมกาย มหาเถระ คณะสงฆ์ ที่อุปการคุณต่อกัน แม้กระทั่ง ธรรมทูตสายต่างประเทศ ธรรมกายก็อุดหนุนเงินอยู่ประจำปี ธรรมทูตฝ่ายในประเทศ ธรรมกายก็เป็นนายทุนใหญ่ให้ และหัวหน้าธรรมทูต ก็คือ สมเด็จช่วง คือ อุปัชฌาย์ธัมมชโย มันก็คือ ปลาร้าไหเดียวกัน ไม่มีใครปฏิเสธว่า ธรรมกายไม่รับรู้และไม่ได้หนุนหลัง เพราะคนที่มาพูดมาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ ที่ออกมาต่อต้านฉัน ล้วนเป็นพวกพ้องของธรรมกายทั้งสิ้น ไม่มีใครเลยที่ไม่ได้รับการอุปถัมภ์ อุดหนุนจากธรรมกาย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    63.0%
  • ไม่ชอบ
    22.6%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    10.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement