ปภ.เผย ยืดเวลามีน้ำใช้พอเพียง อีก 1 เดือน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปภ.เผย ยืดเวลามีน้ำใช้พอเพียง อีก 1 เดือน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 20:55
361 ครั้ง


ปภ.รณรงค์ทุกครัวเรือน ลดการใช้น้ำลงร้อยละ 20 เชื่อ ยืดเวลาให้มีน้ำเพียงพอได้อีก 1 เดือน เผยประกาศเขตภัยพิบัติแล้งแล้ว 22 จังหวัด

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ระยะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 22 จังหวัด 97 อำเภอ 421 ตำบล แยกเป็นจังหวัดที่มีปัญหาด้านน้ำอุปโภคบริโภค 7 จังหวัด ได้แก่ น่าน สุรินทร์ ชัยนาท ชลบุรี ขอนแก่น สระบุรี และพิจิตร จังหวัดที่มีปัญหาด้านน้ำเพื่อการเกษตร 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พะเยา สุโขทัย นครพนม มหาสารคาม บุรีรัมย์ กาญจนบุรี สระแก้ว และจันทบุรี และจังหวัดที่มีปัญหาด้านน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร 6 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ เพชรบุรี อุตรดิตถ์ สตูล นครราชสีมา และตราด โดย ปภ.บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยบริหารจัดการน้ำที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปรับแผนการจัดสรรน้ำ พร้อมจัดลำดับกิจกรรมการใช้น้ำตามความสำคัญ ดังนี้ น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม รวมถึงจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้าสู่แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาและน้ำเพื่อการเกษตร

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอความร่วมมือภาคครัวเรือนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ลดการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 จะช่วยยืดระยะเวลาให้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอต่อไปได้อย่างน้อย 1 เดือน สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนคลองสียัด เขื่อนบางพระ เขื่อนกระเสียว เขื่อนลำปาว เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนลำพระเพลิง ได้ประสานให้จังหวัดที่รับการสนับสนุนน้ำจาก 10 เขื่อนดังกล่าว เพิ่มความเข้มข้นในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบสถานการณ์น้ำ ความจำเป็นในการลดการจัดสรรน้ำ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรในพื้นที่ ไม่ให้จัดทำคันกั้นน้ำ และลักลอบสูบน้ำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    100.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement