เปิดคำฟ้องปมน้ำพริกเผา แม่ประนอมเคยถอนฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เปิดคำฟ้องปมน้ำพริกเผา แม่ประนอมเคยถอนฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 11:01
14,686 ครั้ง


สรุปคำฟ้องอาญา ที่แม่ประนอม เป็นโจทก์ฟ้องลูกสาวคนโตและลูกเขย ปลอมลายมือ-เอกสารโอนที่ดินกองมรดก 9 แปลง ส่วนคดีแพ่งฟ้องเรียกคืนทรัพย์ และเรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์ กว่า 560 ล้าน พบเคยถอนฟ้องแล้วทั้ง 2 คดี...

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. มีรายงานสรุปคำฟ้องคดีอาญา ที่มีนางประนอม แดงสุภา (แม่ประนอม) อายุ 78 ปี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต, นายสุชาติ ภาษาประเทศ สามีของนางศิริพร และนายกำธร ประยูรสตางค์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลจังหวัดนครปฐม ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร, ฉ้อโกง และความผิดต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 267, 268, 137, 341 ประกอบมาตรา 83

โจทก์ฟ้องสรุปว่า ระหว่างวันที่ 1-26 ธ.ค.57 จำเลยทั้งที่ 1-3 ร่วมกันปลอมลายมือชื่อโจทก์และหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายศิริชัย สามี ว่ามอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 โอนที่ดิน 9 แปลงให้กับจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 3 ได้ไปแจ้งกับเจ้าพนักงานที่ดินจนหลงเชื่อ และดำเนินการโอนที่ดิน 9 แปลง ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ให้จำเลยที่ 1 ซึ่งการกระทำนั้นทำให้โจทก์และกองมรดกของนายศิริชัย สามี ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษตามกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ภายหลังมีการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว ศาลจังหวัดนครปฐม จึงได้มีคำสั่งวันที่ 16 ก.ย.58 ให้ประทับรับฟ้องเฉพาะนางศิริพร บุตรสาวคนโตจำเลยที่ 1 และ นายกำธร จำเลยที่ 3 เฉพาะความผิดฐานผู้ใดทำเอกสารปลอมหรือแก้ไขตัดทอนหรือประทับตราปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน มาตรา 264, ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มาตรา 265, ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารปลอม มาตรา 268 และผู้ใดทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง มาตรา 341 แต่ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 และความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ความผิดทั้งสอง รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยทั้งสาม ในความผิดทั้งสองฐานนี้ได้ จึงให้ประทับรับฟ้องเฉพาะมาตรา 264, 265, 268 และ 341

ส่วน นายสุชาติ จำเลยที่ 2 ทางไต่สวนของโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และ 3 กระทำผิดตามฟ้องจึงให้ยกฟ้อง

แต่ภายหลัง นางประนอม โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ซึ่งเบื้องต้นศาลวินิจฉัยเห็นว่าโจทก์ได้มอบอำนาจจึงอนุญาตให้ถอนฟ้อง แต่ต่อมานางประนอม โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลใหม่ว่า ไม่ได้ถอนฟ้องโดยสมัครใจ ศาลจึงนัดไต่สวนกรณีดังกล่าวในวันที่ 4 เม.ย.นี้

นอกจากนี้ ยังมีคดีแพ่ง ที่ นางประนอม แดงสุภา อายุ 78 ปี และนางสาว ศิริวัลย์ แดงสุภา อายุ 53 ปี บุตรสาวคนที่ 2 ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางศิริพร อายุ 55 ปี บุตรสาวคนโต และนายสุชาติ อายุ 62 ปี สามีของนางศิริพร เป็นจำเลยที่ 1-2 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ความผิดเรื่องเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์แทนโดยคืนทรัพย์ และเรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์รวม 561,950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 31 มี.ค. 58 ซึ่งถัดจากวันฟ้องคดี รวมทั้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน ตำบลหลักสอง อ.ภาษีเจริญ กทม. ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานบริษัทพิบูลย์ชัย น้ำพริกเผาแม่ประนอม จำกัด ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของนางประนอมและนายศิริชัย สามี และให้จำเลยทั้งที่ 1-2 โอนหุ้นบริษัทพิบูลย์ชัย น้ำพริกเผาแม่ประนอม จำกัด คืนกับโจทก์ที่ 1-2 และกองมรดกของนายศิริชัย สามี ด้วย

ทั้งนี้ โจทก์ ยื่นฟ้องระบุว่า ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นางประนอม โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายศิริชัย สามี กระทั่งเมื่อเดือน มี.ค.58 โจทก์ที่ 1 ไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของจำเลย ที่ส่อในทางจะฉ้อโกงจึงให้ทนายตรวจสอบทรัพย์กองมรดกทั้งหมด ต่อมาพบว่าจำเลยทั้งสอง ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือมอบอำนาจโจทก์เพื่อโอนที่ดิน 11 แปลงในจังหวัดนครปฐม และที่ดินเขตภาษีเจริญ กทม. ที่เป็นทรัพย์กองมรดกไปเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองและผู้เกี่ยวข้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม ซึ่งโจทก์ไม่มีเจตนาจะโอนที่ดินให้จำเลยที่ 1 แต่อย่างใด เพราะจะแบ่งทรัพย์สินให้กับทายาทกองมรดกทุกคน และยังพบว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการบริษัทพิบูลย์ชัย น้ำพริกเผาแม่ประนอม ยังได้เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งหมด โดยตัดชื่อ นายศิริชัย แดงสุภา สามีโจทก์ที่ 1 และชื่อของโจทก์ทั้งสองออกจากผู้ถือหุ้น แล้วใส่ชื่อจำเลยที่ 2 กับบุตรของจำเลยทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นแทน ทั้งที่โจทก์ทั้งสองและนายศิริชัย ไม่เคยโอนหุ้นบริษัทให้กับจำเลยที่ 2 และบุตร

ดังนั้น จำเลยทั้งสอง จึงมีหน้าที่โอนหุ้นคืนให้กองมรดก และโจทก์ทั้งสอง รวม 38,550 หุ้น โดยศาลจังหวัดตลิ่งชัน รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 558/2558 ซึ่งคดีมีการนัดไต่สวนคำร้องที่นางประนอม โจทก์ที่ 1 ได้ขอเพิกถอนการถอนฟ้องคดีนี้เนื่องจากอ้างว่า ไม่ได้ถอนฟ้องโดยสมัครใจ ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 11 เม.ย.นี้.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.6%
  • ไม่ชอบ
    5.9%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    15.3%
  • เสียใจ
    0.8%
  • ให้กำลังใจ
    62.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement