วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้รถหลวงโทษจำ5ปี คุกอดีตคณบดีไปงานแต่งลูกรอลงอาญา2ปี

ศาลพิพากษาจำคุก นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาลฯ 5 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หลังเอาทรัพย์สินพร้อมรถยนต์ 4 คัน ไปใช้ในงานแต่งบุตรสาวทั้งที่บ้านพักและโรงแรม เจ้าตัวรับสารภาพไม่สู้คดีรวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายคืนรัฐ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โดยรอลงอาญา 2 ปี

ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หมายเลขดำ อ.2117/58 คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และอดีตกรรมการ แพทยสภา เป็นจำเลยในความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเอารถหลวงและทรัพย์สินไปใช้ส่วนตัว

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 58 ระบุความผิดสรุปว่า ระหว่างต้นเดือน ม.ค.-16 ม.ค. 54 ขณะจำเลยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต สั่งให้เจ้าหน้าที่นำเก้าอี้ 100 ตัว พร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ เครื่องถ่ายวีดิโอ 2 เครื่อง เครื่องเล่นวีดิโอ กล้องถ่ายรูป ผ้าเต็นท์หลายผืน รวมทั้งรถยนต์ส่วนกลางอีก 4 คัน นำไปใช้ในงานวิวาห์บุตรสาว เพื่อใช้รับส่งผู้เข้าร่วมพิธีและขนย้ายอุปกรณ์ ทั้งที่บ้านพักและที่โรงแรม ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของราชการ ต่อมาวันที่ 10 ก.ย.56 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดการกระทำของจำเลยเป็นการใช้อำนาจโดยทุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนตัว สร้างความเสียหายแก่รัฐและคณะแพทยศาสตร์ฯ ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิด เบื้องต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาให้การรับสารภาพไม่สู้คดี

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานโจทก์ เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่จริง พิพากษาจำคุก 5 ปี ปรับ 20,000 บาท คำให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยไว้ 2 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยสำนึกผิด ชดใช้ค่าเสียหายคืนให้รัฐทันที ประกอบกับเป็นแพทย์ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอลงอาญามีกำหนด 2 ปี หลังฟังคำพิพากษา นพ.ชัยวัน รีบเดินขึ้นรถออกไปทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว