บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมปิ๊ง คอร์สสั้นคุมปรับทัศนคติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมปิ๊ง คอร์สสั้นคุมปรับทัศนคติ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2559 07:01
3,692 ครั้ง


อบรมเข้ม 3-7 วันคนที่เห็นต่าง ‘วัฒนา’ รายงานตัวศาล-มทบ.11 เผยทหารบุกบ้านโลกมองไม่ดี

“วัฒนา” มาตามนัดเข้ารายงานตัวศาลอาญา-มทบ.11 ยันแสดงความเห็นสุจริต ส่งทหารบุกบ้านภาพลักษณ์ชาติ มีแต่เสีย โพสต์สุดท้าย “ผมทำอะไรผิดช่วยบอกที” เดินหน้าลุยวิจารณ์ต่อ พท.จี้ถาม “วัฒนา-วรชัย” ผิดอะไร “บิ๊กป้อม” ปัดตอบคุมตัวไว้กี่วัน ปิ๊งไอเดียเปิดคอร์สปรับทัศนคติ 3-7 วัน โวยคนแอบอ้างชื่อหาประโยชน์ บอกกำลังล่าตัวอยู่ “บิ๊กตู่” กำชับจับอบรมพวกเห็นต่างเข้มข้น เปิดตัว “เมสซีเจ-สิงโต” ร่วมแคมเปญต้านโกง สั่งเร่งสางคดีทุจริตข้ามปี ฮือฮา 2 เบนซ์หรูกันกระสุนรถประจำตำแหน่งนายกฯใหม่ ด้าน “มีชัย” ย้ำสภาสูงโหวตเลือกนายกฯไม่ได้ ฉุน สนช.ตัดบทบาท กรธ.ชี้แจงร่าง รธน. ประชดถ้าไม่ชอบให้มาร่างเอง สนช.ต้องถอยหลัง “ซือแป๋” ของขึ้น “ประวิตร” บอกไม่ติดใจ แต่อะไรที่รับไม่ได้ขอเก็บไว้ในใจ ปชป.ขอให้ทำตามโรดแม็ปจริงตามที่พูด พท.ผุดภาพผู้นำ “ฮิตเลอร์-มุสโสลินี”

หลังจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ส่งทหารไปบ้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ เพื่อนำตัวไปปรับทัศนคติ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ประสานเสียงให้เปิดหลักสูตรอบรมพวกเห็นต่างอย่างเข้มข้น

“วัฒนา” รายงานตัวคดี พ.ร.บ.คอมฯ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เดินทางเข้ารายงานตัวกับศาลตามเงื่อนไขการให้ประกันตัว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 3 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.-7 เม.ย. เนื่องจากยังดำเนินการสอบสวนพยานไม่แล้วเสร็จ เหลือพยานอีก 1 ปาก จำเป็นต้องยื่นฝากขังครั้งที่ 3 ทั้งนี้ ศาลนัดให้นายวัฒนามารายงานตัวอีกครั้งวันที่ 8 เม.ย.

ขอให้ทหารถอนกำลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ มาร่วมให้กำลังใจ ขณะที่กลุ่มประชาชนนำดอกกุหลาบแดงมามอบให้ โดยนายวัฒนากล่าวหลังรายงานตัวว่า ขอความกรุณาให้ถอนกำลังทหารทั้ง 4 คันรถออกจากหมู่บ้านด้วย เพราะชาวบ้านเดือดร้อนเนื่องจากทหารไม่ให้เข้า-ออก ตรวจบัตรเฝ้าทั้งคืน ขอให้หยุดการกระทำ

เข้ารายงานตัว มทบ.11 ตามลำดับ

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายวัฒนาเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังมีเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.บุกไปที่บ้านพักส่วนตัว เมื่อวันที่ 27 มี.ค. แต่นายวัฒนาไม่อยู่ นายวัฒนาให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะพูดคุยเรื่องใด ทราบเพียงว่าทหารให้มาพบที่ มทบ.11 แค่นั้น ยังไม่รู้ว่าเข้าไปใน มทบ. 11 แล้วจะมีอะไรบ้าง ส่วนจะควบคุมตัวกี่วันไม่มีความเห็น ไม่ได้อยู่ในอำนาจตน

รับกังวลท้าผิดจัดการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้าพบทหารครั้งนี้กังวลหรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า มนุษย์ทุกคนย่อมมีความกังวล แต่มันไม่มีทางเลือก ประเทศไทยเป็นสังคมนิติรัฐ ถ้าคิดว่าการกระทำใดไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ให้ดำเนินคดี ไม่มีข้อยกเว้นทั้งสิ้น โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความเป็นเท็จตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินคดี แต่การใช้กำลังทหารบุกไปบ้านพักส่วนตัวและข่มขู่ ในสายตาประชาคมโลกมองไม่ดี ทำให้ประเทศเสียหาย คิดว่าแสดงความคิดเห็นไปตามปกติและสุจริต ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย แสดงความคิดเห็นตามครรลอง หากย้อนกลับไปดูไม่เห็นว่ามีข้อความใดทำให้ใครเสียหาย สังคมต้องฟังความคิดเห็นต่างให้ได้ วันนี้เราพูดถึงเรื่องปฏิรูปที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกด้าน การไม่ฟังความเห็นแล้วมันจะปฏิรูปได้อย่างไร

ฝากผู้มีอำนาจเปิดใจรับฟังเห็นต่าง

นายวัฒนากล่าวอีกว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการรับฟังความคิดเห็นกัน สังคมประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ เรากำลังอยู่ระหว่างคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งไม่ใช่หรือ การไม่เปิดโอกาสให้คนพูด ถามว่า บรรยากาศแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นกติกาของประเทศ จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ หรือจมปลักในความขัดแย้ง ก็มาจากเรื่องรัฐธรรมนูญ อยากบอกผู้มีอำนาจว่ารัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทุกคน จะนำมาใช้กับคนไทยเป็นกติกาของประเทศ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น ทำไมไม่ฟังอีกฝ่ายหนึ่งพูดบ้าง ผลการตัดสินออกมาอย่างไรจะได้เป็นที่ยอมรับ มากกว่าไม่ให้อีกฝ่ายแสดงความคิดเห็น ร่างรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับอยู่ที่ประชาชน ตนเพียงเสียงเดียวจะไปกำหนดไม่ได้

พท.จี้ถาม “วัฒนา-วรชัย” ผิดอะไร

ขณะที่นายภูมิธรรมกล่าวว่า หากคิดว่านาย วัฒนาผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เหมือนกับที่แจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีท่าทีชัดเจนว่า อยากให้ชี้แจงว่า นายวัฒนาและนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย มีความผิดตรงไหนและอย่างไร รายละเอียดคงต้องถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพราะที่ผ่านมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ยังไม่ตอบอะไรที่ชัดเจน เพียงแต่ตอบลอยๆ

“โพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่าย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางเข้ารายงานตัว นายวัฒนา เมืองสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “โพสต์สุดท้ายก่อนเข้าค่าย” จากกรณีมีทหารยกกำลังไปที่บ้านเพื่อควบคุมตัวเมื่อวันที่ 27 มี.ค. เนื่องจากแสดงความเห็นกรณีนายวรชัย เหมะ ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ บังเอิญตนไม่อยู่บ้าน แต่ทหารยังคงล้อมบ้าน และลาดตระเวนในหมู่บ้านทั้งคืน ทำให้เข้าบ้านไม่ได้ ต้องไปนอนบ้านเพื่อน ผู้คนในหมู่บ้านเดือดร้อน และผมต้องไปศาลในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่ใส่วันก่อน ถ้าใครอ่านบทความเรื่อง “ความผิดฐานใหม่” จะเห็นว่าแสดงความคิดเห็นโดยอิงข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ “ผมมีสิทธิรณรงค์ให้ประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่ คสช.มีสิทธิจะรณรงค์ให้คนเห็นด้วย แต่ไม่เคยเรียกร้องให้ประชาชนออกมาก่อความวุ่นวาย ใช้สิทธิตามกฎหมาย ผมทำอะไรผิดช่วยบอกที”

ยังขอเดินหน้าลุยวิจารณ์ต่อ

นายวัฒนาระบุอีกว่า ข้อกล่าวหาที่อ้างในการยกกำลังมา คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ข้อหาเดียวกับที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โพสต์เรื่องการแต่งตั้งตำรวจ แต่คดีของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินคดีและออกหมายเรียกตามขั้นตอน ส่วนของตนใช้วิธียกกำลังมาอุ้ม แบบนี้คือการเลือกปฏิบัติ แต่ไม่ได้เกรงกลัว เพียงแต่ต้องการให้ใช้อำนาจตามครรลองของกฎหมาย และยังคงวิพากษ์ วิจารณ์ต่อไป เพราะท่านเป็นนักการเมือง หวังให้ท่านทำดีสามารถแก้ไขปัญหาให้ชาติ หากทุกอย่างดีขึ้นตนย่อมได้รับประโยชน์ด้วย ใครก็ตามที่ใช้อำนาจรัฐ และกินเงินเดือนจากภาษีอากร ย่อมถูกวิจารณ์ได้เสมอ

“บิ๊กป้อม” ผุดหลักสูตรปรับทัศนคติ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ และนายวัฒนา เมืองสุข ว่า ทั้ง 2 คนต้องรู้อยู่แล้วว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ คสช.บริหารประเทศอยู่ ต้องรู้ว่าสมควรหรือไม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเวลานี้ อยากขอเวลา อีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาพูดคุย แต่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง คงต้องจัดทำเป็นหลักสูตรเพื่ออบรมระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน จะให้ คสช.เป็นผู้ดำเนินการ สำหรับการควบคุมตัวทั้ง 2 คนนั้น ยืนยันว่าเราไม่ได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน อยากให้ดูที่เจตนาว่าเป็นอย่างไร ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญใกล้จะเสร็จแล้ว อีกไม่นานจะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ เมื่อถามว่า คสช.จะควบคุมตัวนายวรชัย และนายวัฒนาไว้กี่วัน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ คสช.เป็นผู้ดำเนินการ

โวยคนแอบอ้างชื่อหาประโยชน์

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงความเป็นห่วงกรณีมีคนแอบอ้างชื่อไปแสวงผลประโยชน์ว่า ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ขณะนี้กำลังติดตามตัวผู้แอบอ้างชื่ออยู่ คนที่อ้างก็อ้างชื่อส่งเดชไปเรื่อย ที่สำคัญคนที่เชื่อก็อย่าไปเชื่อ ถ้ามีอะไรให้มาถามตน อย่าไปมโนกันเอาเอง เพราะคนทำงานก็ท้อแท้เหมือนกัน ตั้งแต่รับราชการยศร้อยตรีจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยังไม่มีเรื่องแบบนี้เลย อีกทั้งทางนายกฯก็มีความกังวลในเรื่องนี้มาก เพราะเกี่ยวข้องกับการทุจริต

“บิ๊กตู่” กำชับจับอบรมเข้มข้นขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 2/2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า ระหว่างที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ระหว่างปี 59-60 โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาล การปราบปรามคอร์รัปชัน จะเน้นให้เกิดความชัดเจนในคดีสำคัญ ให้เกิดความยุติธรรมและเท่าเทียม ส่วนการสร้างความปรองดอง การปรับทัศนคติที่ คสช.จะดำเนินการให้ชัดเจนขึ้น หากทำผิดกฎหมายหรือทำผิดคำสั่งที่ออกไว้ก็เรียกมา ไม่ได้ทำร้ายอะไร ถ้าต้องดำเนินคดีอาญาก็ส่งให้กระบวนการยุติธรรมต่อไป หรือจะให้ความรู้ การศึกษา จัดหลักสูตรอบรม ต้องดูแลคนเหล่านี้ และต่อไปต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งในอนาคต ประเด็นสำคัญคือ เขาอาจไม่ฟัง เราเป็นรัฐบาลก็ต้องชี้แจง ไม่ใช่ให้ใครมาว่า เพราะรับไม่ได้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อยู่แบบนี้ ต่อไปนี้การเรียกคนมาต้องมีการอบรมทำความเข้าใจ สอบถามพฤติกรรมต่างๆ ที่ทำในอดีตถูกผิดอย่างไร ถ้าเขาเป็นรัฐบาลจะทำอะไร สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่อยากถามกลับไปว่า เข้าใจหรือไม่ ถ้าคิดไม่เป็นก็ไม่ควรเป็นนักการเมืองต่อไป ไม่ต้องการอุ้มใครเพื่อให้เขาพอใจ

“เมสซีเจ-สิงโต” ร่วมรณรงค์ต้านโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวมีการเปิดตัวแคมเปญแอมบาสเดอร์ ต้านโกง โดยคัดเลือกผู้มีชื่อเสียง ทั้งนักกีฬา นางงาม ศิลปินนักร้องเป็นแบบอย่างให้เยาวชนและสังคมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน อาทิ นายนำโชค ทะนัดรัมย์ หรือสิงโต นำโชค นายสุชาติ แซ่เห้ง หรือสุชาติ เดอะว้อยซ์ น.ส.อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือน้องแนท มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปี 2558 และ ส.ต.ต.ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือเมสซีเจ นักฟุตบอลทีมชาติไทย โดย ส.ต.ต.ชนาธิปกล่าวว่า การต่อต้านการทุจริตต้องเริ่มจากพวกเรา ทุกคนต้องเป็นแบบอย่าง ตนไม่อยากเห็นคนโกงได้อยู่ในประเทศ ต่อไปนี้เราต้องร่วมมือกันไม่ให้เกิดการโกง

นายกฯสั่งเร่งสางคดีทุจริตข้ามปี

ขณะที่ พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ เลขานุการคตช. นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ร่วมแถลงข่าวหลังการประชุม โดยนายประยงค์กล่าวว่า การดำเนินการทางการปกครองและวินัย จากหนังสือร้องเรียนของแต่ละกระทรวงใน 35 หน่วยงานจำนวน 894 เรื่อง ดำเนินการแล้ว 71 เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ 755 เรื่อง และยังไม่ดำเนินการ 12 เรื่อง ทั้งนี้ นายกฯสั่งให้ ศอ.ตช.ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง หากพบข้อสงสัยให้แจ้งต้นสังกัดทันที ส่วนคดีทุจริตที่ค้างอยู่จำนวนมาก ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะคดีที่เจ้าหน้าที่ละเลยจนทำให้หมดอายุความ

หันจูบปากสหรัฐฯย้ำยึดโรดแม็ป

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นางซาร่าห์ ซีวอล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ด้านกิจการพลเมือง ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน เข้าพบและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 25-29 มี.ค. พล.ต.วีรชนกล่าวถึงการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนแนวคิดประเด็นการปกป้องสิทธิมนุษยชน การแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย (IUU) การสร้างเสถียรภาพ และรัฐธรรมนูญ โดยนายกฯกล่าวว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน ดำเนินการทุกอย่างบนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกภาคส่วน นายกฯยังยืนยันถึงการดำเนินการตามกรอบระยะเวลาโรดแม็ป และการจัดการเลือกตั้งในปี 2560 และขอบคุณนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ให้กำลังใจและอวยพรให้ไทยประสบความสำเร็จในการปฏิรูปประเทศ ยินดีหารือกับสหรัฐฯในทุกประเด็น

ด้านปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า สหรัฐฯพร้อมสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปเพื่อไปสู่ประชาธิปไตยของไทย และชื่นชมการจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย ในฐานะตัวแทนประธานาธิบดีสหรัฐฯพร้อมต้อนรับและพบหารือแลกเปลี่ยน ในโอกาสที่นายกฯจะเดินทางไปเข้าร่วมประชุม Nuclear Security Summit ที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-1 เม.ย.นี้

ถอยเบนซ์หรูกันกระสุนรถนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ทำสัญญาจัดซื้อรถเบนซ์ รุ่น S600 การ์ด ซีดาน ลอง (Guard sedan long) จำนวน 4 คัน จาก บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ จำกัด วงเงิน 78 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2558 ซึ่งเป็นรถกันกระสุน ราคาคันละ 19.5 ล้านบาท โดย 2 คัน ไว้ใช้รับรองแขกวีไอพีต่างประเทศ และอีก 2 คัน เป็นรถประจำตำแหน่งใหม่และสำรองให้กับนายกฯ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำพิธีรับมอบไปแล้ว 2 คัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯ และฝ่ายสำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย (สสร.) ทำเนียบรัฐบาล ได้รับมอบอีก 2 คัน ที่เหลือ โดยรถที่นายกฯใช้ เลขทะเบียน 4 กด 29 กรุงเทพมหานคร และ 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ใช้รถเบนซ์กันกระสุนส่วนตัวสีดำ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ส่วนรถประจำตำแหน่ง เป็นรถตู้โฟล์คกันกระสุนสีดำ ทะเบียน ฮภ 2923 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น เฉพาะเวลาที่นำรถเบนซ์ส่วนตัวเข้าตรวจสภาพ อย่างไรก็ตาม หลังมีภาพและข่าวปรากฏออกไป เจ้าหน้าที่รีบนำผ้ามาคลุมรถทันที และห้ามช่างภาพ ผู้สื่อข่าว บันทึกภาพที่โรงจอดรถ สสร. ส่วนที่บันทึกภาพไปแล้วขอให้ลบภาพทิ้ง โดยอ้างว่ามีคำสั่งห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด

“มีชัย” ย้ำสภาสูงโหวตนายกฯไม่ได้

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาทบทวนความถูกต้องครั้งสุดท้ายก่อนส่งให้ ครม. โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีท่าทีใดๆเกี่ยวร่างรัฐธรรมนูญมายัง กรธ.อีก แต่ยังพบหลายฝ่ายเข้าใจผิดว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี ให้รัฐสภาดำเนินการเลือก ความจริงไม่ใช่ ยังเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการให้รัฐสภาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เฉพาะการให้มีมติยกเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้สภาฯสามารถเลือกนายกฯจากบุคคลนอกบัญชีของพรรคการเมืองได้ มั่นใจว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ เพราะไม่เปิดช่องเรื่องนายกฯคนนอกตั้งแต่แรก

ฉุน สนช.ตัดบทบาท กรธ.ชี้แจงร่างฯ

นายมีชัยกล่าวต่อว่า สำหรับการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญช่วงการทำประชามติ ก่อนหน้านี้ กรธ.เสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้บัญญัติใน พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่าการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการทำความเข้าใจต่อประชาชน เป็นหน้าที่ของ กรธ. แต่ได้ข่าวว่าคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของ สนช. ตัดข้อเสนอดังกล่าวไป เพื่อไม่ให้ กรธ.ไปชี้แจง จากนี้ กรธ.คงต้องไปสอบถามทางรัฐบาล เพราะการไม่ให้ กรธ. ไปชี้แจงจะกระทบต่อการทำประชามติ ว่าถ้าเป็นแบบนี้จะให้ กรธ.ทำอย่างไร เราก็นั่งสงสัยว่า แล้วใครจะเป็นคนไปชี้แจง จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปชี้แจงก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่คนร่าง และเขาต้องระมัดระวัง จะบอกว่าดีหรือไม่ดีก็ไม่ได้ ฉะนั้นยังสงสัยอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ สนช. เมื่อถามว่าแสดงว่า สนช. ไม่ชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “ก็ให้เขามาร่างเอง จะให้ทำยังไง”

แถลงร่างสุดท้ายพร้อมแจงทุกปม

ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ.ไม่มีการปรับแก้หลักการสำคัญ มีปรับแก้เพิ่มเติม เช่น มาตรา 258 การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กำหนดระยะเวลา ขั้นตอนต่างๆในกระบวนการยุติธรรมให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาที่ให้ตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ที่ผ่านมาไม่มีความชัดเจน ทำให้หลายคดีไม่ทันสั่งฟ้อง ส่วนวันที่ 29 มี.ค. เวลา 13.39 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.จะแถลงร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนลงประชามติให้สื่อมวลชนรับทราบ พร้อมทั้งตอบข้อซักถาม จากนั้นวันที่ 30 มี.ค. ได้เชิญ สนช.สภา สปท. และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมเพื่อชี้แจงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญและตอบข้อซักถามด้วย

สนช.จ่อทบทวนหลัง กรธ.ของขึ้น

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวว่า กรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ท้วงติง กมธ.วิสามัญฯที่ไม่บัญญัติให้ กรธ.มีอำนาจเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเกรงจะขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่ระบุให้อำนาจ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เขียนล้อมาจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้ กกต.ทำหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ แต่สามารถมอบหมายให้บุคคล คณะบุคคล หน่วยราชการ รวมถึง กรธ.เผยแพร่ร่างฯได้ แต่ต้องทำงานภายใต้ร่มของ กกต. หาก กรธ.กังวล กมธ.วิสามัญฯจะไปดูรายละเอียดอีกครั้ง ว่าจะบัญญัติให้ กรธ.ทำหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนขึ้นได้หรือไม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า สนช. และ กรธ.ไม่มีความขัดแย้งกัน

ยันคำถามแทรกประชามติไร้ใบสั่ง

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า การประชุมร่วม สนช. สปท. และ กรธ. วันที่ 30 มี.ค. เพื่อรับฟังการชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. โดยเปิดให้สมาชิก สนช. และ สปท.อภิปรายซักถามได้ แต่ไม่สามารถเสนอให้แก้ไขปรับปรุงได้ สำหรับประเด็นคำถามพ่วงประชามตินั้น สนช.กำหนดให้ สปท.ส่งคำถามภายในวันที่ 1 เม.ย. จากนั้นจะจัดประเด็นหมวดหมู่คำถามก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช. วันที่ 7 เม.ย. โดย สนช. จะพิจารณาว่า ควรตั้งคำถามประชามติหรือไม่ หากที่ประชุมมีมติว่าควรให้ตั้งคำถามประชามติ สนช.จะพิจารณาให้เหลือคำถามเดียว จากที่ตนหารือกับสมาชิก สนช.นอกรอบส่วนใหญ่เห็นว่าควรตั้งคำถาม แต่คำถามยังมีความหลากหลาย เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าคำถาม สนช. จะไม่ใช่คำถามที่ทำตามใบสั่ง นายสุรชัยตอบกลับว่า ถามเช่นนี้เหมือนไม่มั่นใจ สนช. เชื่อว่าจะเป็นคำถามที่เกิดจากความคิดอิสระของแต่ละสภา

“ประวิตร” ไม่ติดใจขอเก็บไว้ในใจ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ติดใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ของ กรธ. เพราะสิ่งที่ตนคิดได้พูดไปหมดแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ กรธ.เป็นผู้ตัดสินใจ อะไรที่ดีที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ก็ทำไป ส่วนอะไรที่ไม่ดีจะทำให้ประชาติเสียหายก็อย่าไปทำ ถ้าสิ่งใดที่ทำให้เกิดการปรองดองก็ดำเนินการได้เลย เมื่อ กรธ.สรุปร่างรัฐธรรมนูญ ส่งให้รัฐบาล และ คสช.ตนจะดูเท่านั้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง กรธ. คงดำเนินการจบแล้ว และไม่มีใครกล้าไปแตะ แต่ต้องส่งให้ คสช.รับทราบ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้เดินไปข้างหน้าได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องให้ประชาชนตัดสินใจในการลงประชามติ เมื่อถามว่าส่วนตัวพอใจกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า “ในฐานะประชาชน อะไรที่รับได้ก็รับ อะไรที่รับไม่ได้ก็เก็บไว้ในใจ เป็นธรรมดาที่ต้องมีทั้งเรื่องเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วนภาพรวมคิดว่าน่าจะเดินต่อไปข้างหน้าได้”

ปฏิรูปกองทัพให้คุ้มภาษีประชาชน

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงการปฏิรูปกองทัพ ว่า ได้วางแผนไว้แล้ว 20 ปี โดยมีหน่วยงานที่จะเข้ามาชี้แจงว่ามีความคืบหน้าไปมากแค่ไหน กองทัพก็ต้องปฏิรูป ทั้งการทำงาน สวัสดิการ ทุกเรื่องจะทำให้กองทัพมีความกะทัดรัด เพื่อให้การปฏิบัติงานและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน กองทัพ และกระทรวงกลาโหมต้องใช้เงิน ไม่ใช่หน่วยงานที่หาเงิน เราจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์จากภาษีประชาชน ให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด

“องอาจ” ขอให้ทำตามโรดแม็ปจริง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คสช.และรัฐบาลพยายามยืนยันกับสังคมว่าจะเดินหน้าตามโรดแม็ป โดยจัดให้มีการเลือกตั้งกลางปี 2560 ได้แน่ แต่จะเป็นจริงหรือไม่ อยู่ที่ความจริงใจของผู้มีอำนาจทั้ง คสช. และรัฐบาล บนเงื่อนไข 4 ข้อ คือ 1.ร่างรัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับจากประชาชน 2.จัดออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม 3.จัดทำให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 4. สร้างสรรค์บรรยากาศของการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม การดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้ จึงไม่น่าเหลือบ่า กว่าแรงที่รัฐบาลจะผลักดันได้ จึงอยู่ที่ความจริงใจที่จะทำให้โรดแม็ปปรากฏเป็นจริง

พท.ผุดภาพผู้นำ “ฮิตเลอร์–มุสโสลินี”

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การบัญญัติให้ คสช.แต่งตั้ง ส.ว. 250 คน เมื่อบวก ส.ว.กับ ส.ส.อีกจำนวนกึ่งหนึ่งคือ 250 รวมเป็น 500 คน และมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนนอก จะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการสองหน้า คือ เป็นทั้งเผด็จการรัฐสภา สามารถควบคุมรัฐสภาและการบริหารราชการแผ่นดินได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเผด็จการนอกสภา เพราะได้รับการโอบอุ้มทั้งจากกองทัพ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ จึงเป็นการล่อแหลมและหมิ่นเหม่อย่างยิ่งที่จะมีผู้นำสไตล์ฮิตเลอร์หรือมุสโสลินี พาประเทศไทยเข้ารกเข้าพง ทำเศรษฐกิจประเทศพังทลาย โอกาสที่จะมีนายกฯ เป็น ส.ส.แทบเป็นไปไม่ได้ หรือถึงเป็นได้ก็อยู่รอดไม่ถึง 3 เดือน โอกาสที่จะเกิดการปะทะเกิดความรุนแรงจลาจลมีอยู่สูง หมิ่นเหม่ล่อแหลมที่จะนำประเทศไปสู่ความล่มสลาย

กกต.จับมือ 47 สถาบันประชามติ

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายประวิช รัตนเพียร กกต. เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏ 47 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวางแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในภารกิจการออกเสียงประชามติ โดยนายประวิชกล่าวว่า จะใช้นักศึกษาจากสถาบันราชภัฏ และราชมงคล เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะการทำประชามติ ทำหน้าที่เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง หลังจาก กรธ.จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ครม. และ ครม.แจ้ง กกต.ให้เริ่มกระบวนการทำประชามติ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการจัดพิมพ์ และทยอยเผยแพร่ กกต.มั่นใจว่าจะสามารถเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญได้ทั่วถึงครอบคลุมทุกหมู่บ้านในช่วงเวลา 4 เดือน ก่อนถึงวันออกเสียงประชามติ

ส่งเทียบเชิญ นปช.–กปปส.ถก รธน.

นายประวิชยังกล่าวถึงการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ ว่า จะไม่มีการจัดเวทีสด แต่ กกต.จะออกระเบียบให้มีการขึ้นทะเบียนของกลุ่มที่สนับสนุน และคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะให้ส่งผู้แทนมาแสดงความคิดเห็นผ่านวิธีการบันทึกเทป และนำไปเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ อยากเชิญผู้ที่เป็นแกนนำของทั้ง 2 ฝ่าย เช่น แกนนำ นปช. แกนนำ กปปส. สะท้อนความเห็นให้ประชาชนได้ฟังในสิ่งที่ถูกต้องอย่างมีเหตุมีผล เนื่องจากหากไปดำเนินการกันเอง สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้ และไม่จำเป็นต้องให้ คสช.ยกเลิกประกาศในเรื่องของการชุมนุม เพราะกรณีนี้เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่การชุมนุม

“เรืองไกร” มาตามนัดบี้ กกต.คืนงบฯ

อีกด้าน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งปี 2557 ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีการอาจนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งขอให้พิจารณาว่าคนที่ต้องรับผิดชอบการเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะนั้นคือ กกต. และ กปปส. โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ขอให้ กกต.คืนเงินงบประมาณที่เหลือจากการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว จำนวนกว่า 1,126 ล้านบาท รวมถึง สตง. ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ได้ตรวจสอบรับรองการใช้งบประมาณดังกล่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด สตง.จึงไม่เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณ หรือเพราะ สตง.มีปัญหาอะไรหรือไม่

ยังไม่เห็นข้อเสนอยืดอายุเกษียณ

พล.อ.ประวิตร รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยืดอายุข้าราชการเกษียณเป็นอายุ 65 ปี ว่า ยังไม่เห็นเรื่อง แต่จะมาใช้เลยคงเป็นไปไม่ได้ และคนที่ อายุ 59 ปีในปีนี้จะทำอย่างไร ต้องไล่เป็นขั้นตอนไป จะให้ขยับจาก 60 ปี เป็น 65 ปีเลยคงไม่ได้ เพราะ ผลกระทบมีเยอะ ต้องแก้ไขตัวบทกฎหมายอีกหลายเรื่อง ไม่ใช่เสนอมาแล้วทำได้เลย ต้องศึกษาในรายละเอียด

ต้องไม่ปิดกั้นโอกาส ขรก.ระดับล่าง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันระดับเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้เสนอมายังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ เรื่องจะชัดเจนเมื่อ ก.พ. นำเสนอ ครม. เรื่องนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ จะเสนอต่ออายุเกษียณราชการให้กับข้าราชการสายไหน ที่จะไม่เป็นการปิดกั้นข้าราชการระดับข้างล่างที่จะขึ้นมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ หัวหน้า คสช. คำนึงเรื่องนี้มาก

ไล่บี้ชาวบ้านรับขันแดงอดีตนายกฯ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวเชียงใหม่ได้รับแจกขันน้ำสีแดงพร้อมแผ่นภาพถ่ายของนายทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคำอวยพร “สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559” และข้อความ “แม้สถานการณ์จะร้อน ขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและห่วงใยสุขสันต์วันสงกรานต์” ซึ่งมีการแจกในชุมชนหลายแห่งใน จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.33 ได้ควบคุมตัวนางจีรวรรณ เจริญสุข อายุ 40 ปี ชาวบ้าน อ.สันกำแพง ที่ได้รับขันแดง มาสอบถามถึงที่มาของขันก่อนระบุว่าเป็นเรื่องความมั่นคง พร้อมกับส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ดำเนินการส่งตัวไปยังศาลทหารในวันที่ 29 มี.ค. เพื่อรับทราบข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    28.6%
  • ไม่ชอบ
    51.3%
  • สนุก
    16.7%
  • ประหลาดใจ
    1.2%
  • เสียใจ
    2.2%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement