น.1ยันคดีลูกกระทิงแดง พบพิรุธไม่สั่งฟ้องขับรถเร็วอ้าง'เมาหลังขับ' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

น.1ยันคดีลูกกระทิงแดง พบพิรุธไม่สั่งฟ้องขับรถเร็วอ้าง'เมาหลังขับ'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2559 06:15
13,953 ครั้ง


“ศานิตย์ มหถาวร” รรท.ผบช.น. ระบุ ดุลยพินิจของตำรวจที่รับผิดชอบสำนวนคดีทายาท “กระทิงแดง” ขับเฟอร์รารี่ชนตำรวจดับไม่ปกติมีปัญหา มีความเห็นไม่สั่งฟ้องในคดีขับรถเร็วปล่อยให้หมดอายุความ รวมทั้งคดีเมาแล้วขับ ให้เหตุผลเมาหลังขับเพราะผู้ต้องหากลุ้มใจในเหตุที่เกิด บอกไม่อยากก้าวล่วง การค้าสำนวนเป็นไปไม่ได้หากตำรวจทำเพียงลำพัง ย้ำกฎหมายต้องมีไว้สำหรับคุ้มครองคนดี จน-รวยทำผิด ต้องถูกดำเนินคดีเท่ากัน

กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมรายงานกลับ ในคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ขับรถเฟอร์รารีพุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ (ป.) สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 3 ก.ย.55 ภายหลังตำรวจรับผิดชอบคดีปล่อยให้ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดขาดอายุความ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้า ที่ บช.น. เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 มี.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า กรณีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การสอบสวนเป็นเรื่องข้อเท็จจริง อีกส่วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เรื่องของการสอบสวนพบมีลักษณะผิดปกติ ตนเป็นพนักงานสอบสวนมา 30 กว่าปี ผู้ก่อเหตุขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วหลบหนี โดยไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงาน เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เป็นเรื่องง่าย ทำไมถึงดำเนินการล่าช้า ตามกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.130 ให้เริ่มการสอบสวนโดยมิชักช้า ม.131 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อจะทราบข้อเท็จจริงตามพฤติการณ์ที่กล่าวหา ต้องรีบทำให้เร็วเพื่อจะได้รู้ตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

“ผู้ต้องหามอบตัวครั้งแรกพอสอบสวนกลับพบเป็นบุคคลอื่นมารับผิดแทน กรณีนี้ต้องสอบปากคำ บุคคลที่มารับผิดแทนด้วย อยู่ระหว่างติดตามหาสำนวนคดีดังกล่าว เพราะต้องสอบปากคำผู้ที่มารับผิดแทนว่าให้การเท็จอย่างไร มีใครใช้ให้มาและต้องดำเนินคดีกับผู้ใช้ด้วย เพราะมีโทษเสมือนตัวการ” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่ออีกว่า ขั้นตอนการสอบสวนเหตุใดไม่รีบดำเนินการ เหตุเกิดตั้งแต่ปี 55 เอาพยานบุคคลมาสอบปากคำตอนนี้แล้วใครจะมาให้การ ที่ผู้ต้องหารับสารภาพขับรถยนต์ไปที่ไหน ไปกับใคร ดื่มมากน้อยแค่ไหน ความเร็วเท่าใด ไม่ปรากฏในสำนวนเท่าที่ควร เมื่อผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกฎหมายใหม่ให้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเดียว ถ้าจะจับกุมหรือคุมขังต้องนำตัวไปให้ศาลออกหมายขัง กรณีนี้ดำเนินการหรือไม่ มีอย่างที่ไหนแจ้งข้อหา 4 ข้อหา คดีง่ายๆใช้เวลาถึง 6 เดือน คดีความผิดขับรถเร็ว อัตราโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ปรากฏว่าสอบไปสอบมากลายเป็นเชื่อพยานปากอื่นว่าขับไม่เร็ว ทั้งที่ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์ว่าเร็ว เลยสั่งไม่ฟ้องปล่อยให้คดีหมดอายุความ อย่างนี้ถือว่าทำสำนวนตรงไปตรงมาหรือไม่ ทำไมถึงให้เหตุผลแบบนั้น รวมทั้งกรณีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในข้อหาเมาแล้วขับ ตำรวจที่รับผิดชอบสำนวนให้เหตุผลเมาหลังขับ เพราะผู้ต้องหาดื่มเหล้าหลังเกิดเหตุเพราะกลุ้มใจ ถามว่าผิดหรือไม่เมาหลังขับ ลองพิจารณาว่าดุลยพินิจปกติหรือไม่ ส่วนคดีชนแล้วหนีอายุความ 5 ปี อัตราโทษ 6 เดือน จะหมดอายุความวันที่ 4 ก.ย.60 ต้องรอดูว่าจะมีความเห็นเป็นอย่างไร

พล.ต.ท.ศานิตย์ระบุด้วยว่า สำหรับพวกที่ชอบค้าสำนวน หากทำตามโครงการสั่งไม่ฟ้องเป็นศูนย์ที่ตนตั้งขึ้นมา จะไม่มีทางเป็นอย่างนี้ เพราะสั่งไม่ฟ้องไม่ได้ บิดเบือนข้อเท็จจริง ค้าสำนวนไม่ได้ โครงการนี้จะเป็นหลักประกัน ไม่อยากให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ เหมือนสาวไส้ให้กากิน กฎหมายต้องมีไว้สำหรับคุ้มครองคนดี คนจนหรือคนร่ำรวยทำผิด ต้องถูกดำเนินคดีเสมอภาคกัน บ้านเมืองจึงจะสงบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ ยังกล่าวถึงขบวนการสอบสวนว่า ตามกฎหมายเมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นให้ตำรวจผู้รับผิดชอบส่งสำนวนให้อัยการ ทำให้อำนาจการสอบสวนหมดลง ตำรวจส่งฟ้องไปอัยการเห็นชอบด้วยก็สั่งฟ้อง หากสำนวนยังบกพร่องอัยการมีสิทธิ์สั่งให้สอบปากคำเพิ่มหรือเรียกพยานมาซักถาม แต่เวลานี้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ไม่อยากก้าวล่วงการค้าสำนวนเป็นไปไม่ได้หากตำรวจทำงานฝ่ายเดียว ต้องร่วมมือกันทั้ง 2 ส่วน การตรวจสอบตำรวจที่ทำคดีถ้าจับได้ไล่ทันจะมีความผิดทางวินัยและอาญา หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทันต้องพิจารณาทางด้านการปกครองเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่าง ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมต่อตำรวจทุกนาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องนี้มาก มีอย่างที่ไหนกฎหมายใช้สำหรับคนจนเท่านั้นหรือ ต้องเท่าเทียมกัน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกัน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีนี้การสอบสวนดำเนินการอยู่ในกรอบ ตำรวจแจ้งข้อหากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา 4 ข้อหาและแจ้งข้อกล่าวหากับ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ ในข้อหาขับรถเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและมีบุคคลถึงแก่ความตาย แต่เนื่องเจ้าตัวถึงแก่ความตาย สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องร้องต้องระงับไป ตาม ป.วิอาญา ม. 39 อนุ 2 สำหรับข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ที่หมดอายุความไปแล้วเป็นเพียงข้อหาย่อย ไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดี เพราะการฟ้องร้องในข้อหาหลัก คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตำรวจสั่งฟ้องไปแล้ว ขั้นตอนอยู่ในชั้นอัยการ ส่วนกรณีนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องคดีที่ศาลเป็นหน้าที่ของตำรวจ คดีนี้มีอายุความถึง 15 ปี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.4%
  • ไม่ชอบ
    61.7%
  • สนุก
    4.2%
  • ประหลาดใจ
    13.2%
  • เสียใจ
    3.5%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement