สสจ.โคราช คุมเข้มไข้เลือดออก แนะมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

สสจ.โคราช คุมเข้มไข้เลือดออก แนะมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2559 00:35
435 ครั้ง


สสจ.โคราช คาดจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกปี 59 สูงถึง 160,000-170,000 คน เผย ชุมชนเมืองพบไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้ คว้าโอกาสทองช่วงฤดูร้อนเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างเข้มข้น ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค 

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.59 นายแพทย์สุผล ตติยนันทพร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย ถึงสถานการณ์แนวโน้มโรคไข้เลือดออกที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในชุมชนเขตเมือง สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในขณะนี้มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่อยู่ในช่วงฤดูการระบาด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทำให้ลูกน้ำยุงเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้เร็ว ข้อมูลจากสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง ตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 มี.ค.59 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 11,616 คน สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 58 ที่พบ 5,971 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่าชุมชนเขตเมืองยังมีอัตราป่วยสูง

ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชน ชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน รอบบริเวณบ้าน และชุมชนของตนเอง ไม่ให้มีภาชนะขังน้ำที่มีลูกน้ำยุงลาย ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค โดย 3 เก็บ คือ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง เพื่อไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บขยะ เศษอาหารไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เก็บน้ำปิดฝาภาชนะให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำไม่ให้ยุงลายวางไข่ ทำต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคที่มาจากยุงลาย 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

ทั้งนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้กำชับให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ เป็นประธานในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับอำเภอ โดยขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ช่วยกระตุ้นประชาชนในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และสำรวจลูกน้ำยุงลาย ตลอดฤดูร้อนไปจนถึงกลางเดือน เม.ย.ก่อนจะเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงโอกาสทองในการควบคุมป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง หากไม่ได้รับการควบคุมป้องกันโรคที่เข้มข้น เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปี 2559 สูงประมาณ 160,000-170,000 คน

นายแพทย์สุผล กล่าวอีกว่า โรคไข้เลือดออก เป็นได้ในทุกกลุ่มอายุ พบมากในช่วงอายุ 5-24 ปี อาการส่วนใหญ่มักจะมีไข้สูง ไข้ไม่ลดหรือไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา อาจมีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้องร่วมด้วย ต้องสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังไม่มียารักษาเฉพาะ รักษาตามอาการ ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อยๆ เช็ดตัวช่วยลดไข้เป็นระยะๆ ให้กินอาหารอ่อน กินยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามกินยาแอสไพรินหรือไอบรูโปรเฟน เพราะเสี่ยงเกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร และติดตามเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ประคับประคองให้ผู้ป่วยผ่านระยะช็อกหลังไข้ลด ซึ่งเป็นระยะวิกฤติของโรค หากผู้ป่วยฟื้นไข้สดชื่นขึ้นแสดงว่าจะหายเป็นปกติ แต่หากเข้าสู่ภาวะช็อก อาจมีอาการต่อไปนี้ เช่น ซึม อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบา เร็ว ปวดท้องกะทันหัน กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อยลง มีเลือดกําเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีดํา ให้ผู้ป่วยรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการเสียชีวิต

"วิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยขอให้ระวังยุงลายที่ชอบอาศัยอยู่ในบ้านตามกองเสื้อผ้า ผ้าม่าน หรือในมุมมืดมุมอับในบ้าน ขอให้จัดบ้านบริเวณรอบบ้านให้โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ไม่อยู่ในบริเวณที่อับลมหรือมุมมืด มีแสงสว่างน้อย นอนกางมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด หมั่นอาบน้ำให้ร่างกายสะอาด เพราะกลิ่นเหงื่อไคลจะดึงดูดยุงให้เข้ากัดมากขึ้น และใช้ยาทากันยุงผลิตภัณฑ์ตะไคร้หอมกันยุงซึ่งปลอดภัย ไม่มีสารเคมี โปรดระลึกว่า ร่วมมือกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก" นายแพทย์ สุผล กล่าว 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement