ปชป.แนะจับตารธน.สอดไส้ กรธ.ยันถ้าไม่วิกฤติไม่แก้อีก 29 มี.ค.ส่งให้รบ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ปชป.แนะจับตารธน.สอดไส้ กรธ.ยันถ้าไม่วิกฤติไม่แก้อีก 29 มี.ค.ส่งให้รบ.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มี.ค. 2559 05:30
2,896 ครั้ง


กรธ.แจงไทม์ไลน์ร่าง รธน. 29 มี.ค. ส่งมอบรัฐบาล พร้อมแถลงข่าวสรุปโดย “ซือแป๋มีชัย” 30 มี.ค. เปิดฟลอร์สาธยายสาระสำคัญต่อ สนช.-สปท.-หัวหน้าส่วนราชการ ก่อนแบ่งทีมเดินสายชี้แจงประชาชน พร้อมเร่งทำไฟล์ให้ดาวน์โหลด “อมร” ย้ำตลอด 6 เดือน ทำงานสบายใจไร้กังวล ไม่มีใบสั่งหรือแรงกดดัน ยันไม่แก้ไขอีกแล้ว แม้ยังมีเวลาพอทำได้ ปชป.จับตาจนวินาทีสุดท้าย หวั่นมีสอดไส้ให้ ส.ว.เลือกนายกฯ-ซักฟอก “นิพิฏฐ์” หวั่นใจ รธน.เป็นเพียงประติมากรรมน้ำลาย เต็มไปด้วยวาทกรรมแต่ไร้ผลเชิงปฏิบัติ ฉะ “วันชัย” ความอยากไม่มีสิ้นสุด พท.ดาหน้าอัดประชามติหน้าเดียว คนเห็นต่างถูกลากสู่มุมอับ เสี่ยงโดนคดีจับปรับทัศนคติ ออกแถลงการณ์จี้ปล่อยตัว “วรชัย” ชี้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ข้องใจผิด ก.ม.ข้อไหน “สวนดุสิตโพล” ชี้ก้ำกึ่งคนเหลื่อมไม่เอา ส.ว.ลากตั้ง

การยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ใกล้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อมตีพิมพ์เผยแพร่สู่สายตาประชาชนแล้ว หลังจากเดินทางไปทบทวนร่างครั้งสุดท้ายที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 23-26 มี.ค. ล่าสุด กรธ.เผยไทม์ไลน์ที่จะส่งมอบร่างให้แก่ ครม. พร้อมทั้งการแถลงข่าวและชี้แจงต่อภาคส่วนต่างๆ และจะมีการเดินสายทำความเข้าใจกับประชาชน ก่อนถึงขั้นตอนการทำประชามติ

“มีชัย” แถลงสรุปร่าง รธน.29 มี.ค.

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงภาพรวมของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญว่า การประชุมวันที่ 28 มี.ค. กรธ.จะตรวจสอบความถูกต้องของร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้อยคำและเลขมาตราก่อนตีพิมพ์เป็นรูปเล่มและส่งมอบให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 มี.ค. ตามกรอบระยะเวลา 180 วันที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้ และในวันเดียวกันนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จะแถลงสรุปภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญต่อสื่อมวลชน จากนั้นวันที่ 30 มี.ค. กรธ.จะอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน

กรธ.ลุยเดินสายชี้แจงประชาชน

นายอมรกล่าวว่า หลังจาก กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ ครม.เพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดทำประชามติแล้ว กรธ.ต้องประสานหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดทำคำอธิบายสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้ง่าย รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ กรธ.ต้องส่งให้ กกต.ภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันที่แจ้ง ครม. และหลังจากนี้ไป กรธ.จะแบ่งกันเดินสายไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อชี้แจงและอธิบายให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง

ยันไร้ใบสั่ง-ไม่มีแรงกดดัน

นายอมรกล่าวอีกว่า ยืนยันว่าข้อเสนอที่แม่น้ำทั้ง 4 สายส่งมาในช่วงท้ายของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เป็นใบสั่ง เพราะหากเป็นใบสั่ง กรธ.คงต้องทำตามทุกเรื่องแล้ว ข้อเสนอใดมีเหตุผลรับฟังได้เราก็ปรับแก้ แต่หากเรื่องใดที่แก้แล้วอาจเกิดปัญหาหรือขัดต่อเจตนารมณ์ที่ กรธ.ออกแบบไว้ เราก็ไม่ได้แก้ไข

“ระยะเวลา 6 เดือนของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวผมพอใจ เพราะ กรธ.ทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ตลอดการทำงานไม่มีสิ่งใดมากดดัน การพิจารณาอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ทุกคนสมประโยชน์โดยเฉพาะภาคประชาชนและประเทศชาติ” โฆษก กรธ.กล่าว

เร่งส่งร่าง รธน.ถึงมือประชาชน

นายอมรยังกล่าวถึงการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนว่า ในวันที่ 29 มี.ค. ที่ กรธ.จะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายแก่ ครม. จะมีร่างรัฐธรรมนูญประมาณ 200 เล่ม แจกให้สื่อมวลชนเพื่อช่วย กรธ.เผยแพร่อีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันเว็บไซต์ของ กรธ. หากทำไฟล์เพื่อให้ดาวน์โหลดเสร็จก็พร้อมที่จะเปิดให้ทุกคนได้ดาวน์โหลดทันที แต่ในส่วนที่เป็นเล่มฉบับสมบูรณ์ที่จะส่งให้ประชาชนอ่านก่อนลงประชามตินั้น กรธ.ต้องปรึกษากับ กกต.ถึงขั้นตอนการพิมพ์ก่อนว่าจะทำอย่างไร
ยันไม่แก้อีกแล้วแม้ยังทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่า กรธ.ยังมีเวลาไว้ให้ขยับจนถึงวันที่ 1 เม.ย. หาก คสช.ส่งข้อเสนอให้ปรับแก้อีกจะปรับแก้ได้หรือไม่ นายอมรตอบว่า จริงๆรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดกรอบให้ กรธ.ทำงาน 180 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 1 เม.ย. ยังมีเวลาให้หายใจได้อีก 3 วัน ตามกฎหมายแล้ว กรธ.สามารถแก้ไขได้ แต่คงไม่ทำเพราะเราได้ส่งร่างสุดท้ายให้ ครม.และชี้แจงแก่ สนช. สปท.และส่วนราชการในวันที่ 29-30 มี.ค.ไปแล้ว หากไม่เกิดเหตุวิกฤติหรือฉุกเฉินมากจริงๆ กรธ.คงไม่แก้อะไรแล้ว

สปท.ขึงขังเตรียมซัก กรธ.30 มี.ค.

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวว่า เห็นด้วยที่ กรธ.ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้กลับมาสู่กรอบเวลาตามโรดแม็ป 6-4-6-4 ของแม่น้ำ 5 สาย และจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 อย่างแน่นอน ทำให้นานาประเทศเกิดความเชื่อมั่น การที่ กรธ.บรรจุบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเป็นการเฉพาะ

ถือเป็นประโยชน์ต่ออนาคตประเทศที่ต้องการ

การปฏิรูปต่อเนื่อง เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของไทยที่มีการบัญญัติเช่นนี้ สำหรับการประชุมชี้แจงของ กรธ.ในวันที่ 30 มี.ค. ได้หารือกับสมาชิก สปท.หลายคน จะซักถาม กรธ.เรื่องระบบการเลือกตั้ง การถ่วงดุลตรวจสอบในระบบรัฐสภา การบริหารราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น การจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่จำเป็นต่อการปฏิรูป และอาจมีประเด็นเกี่ยวกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติด้วย

เย้ย พท.อยากเลือกตั้งรณรงค์กั๊กๆ

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า ขณะนี้สังคมพุ่งความสนใจไปที่ประเด็นการออกแบบอำนาจในช่วงเปลี่ยนผ่านและสถานการณ์พิเศษจนบดบังเนื้อหาสาระสำคัญในส่วนอื่นๆ มีความเป็นไปได้ที่ประเด็นกลไกพิเศษในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังมีจุดอ่อนเรื่องความชอบธรรมจะถูกขยายความเป็นปัจจัยชี้ขาดและมีผลต่อการลงประชามติ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องสืบทอดอำนาจ อาจถูกบางกลุ่มยกเป็นประเด็นรณรงค์เพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ หรือทำให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรมน้อยที่สุด ฉะนั้นเป็นหน้าที่โดยตรงของ กรธ.ต้องเร่งเผยแพร่จุดเด่นให้ประชาชนฟัง ส่วนตัวเชื่อว่านักการเมืองส่วนใหญ่คงฟรีโหวตไม่เป็นเอกภาพในการลงประชามติ เพราะอยากลงเลือกตั้งกันเต็มแก่แล้ว หลายคนคงกลัวว่าหากประชามติไม่ผ่านอาจได้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ที่เนื้อหาเข้มข้นและรุนแรงกว่านี้ แม้แต่พรรคเพื่อไทยที่ประกาศไม่รับร่างก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็คงเป็นแค่จุดยืนทางการเมือง แต่คงไม่รณรงค์เอาจริงเอาจังอะไร

ปชป.จับตาสอดไส้วินาทีสุดท้าย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ.เตรียมส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญที่แล้วเสร็จให้รัฐบาลวันที่ 29 มี.ค.ว่า หวังว่าจะไม่มีใบสั่งส่งมาวันสุดท้ายก่อน กรธ.จะส่งฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาล คงต้องติดตามดูบทเฉพาะกาลที่ยังมีสมาชิก สปท.บางท่านต้องการให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ ส.ว.มีสิทธิลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และบางส่วนอยากให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ ทั้งนี้มี 5 ประเด็นที่อยากให้ติดตามคือ 1.สิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2.ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ 3.การออกแบบกลไกป้องกันการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ 4.การสร้างดุลยภาพของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ และศาล 5.การวางรากฐานการปฏิรูป ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนติดตามด้วยว่า การปรับแก้เนื้อหาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือเพื่อคณะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไว้ประกอบการตัดสินใจออกเสียงประชามติ อยากให้ทุกฝ่ายใช้เหตุผล เราไม่ควรมีผู้แพ้ หรือผู้ชนะจากการออกเสียงประชามติ คนไทยควรเป็นผู้ชนะร่วมกัน

ห่วง รธน.ประติมากรรมน้ำลาย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 279 มาตราของ กรธ.ตอบโจทย์ประชาชนได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่เป็นตามคาดหวังมากเท่าไหร่ เวลาปฏิบัติจริงจะไม่มีประสิทธิภาพ การออกกฎหมายห้ามฆ่าคน ไม่ได้ทำให้การฆ่าหมดไป เช่นเดียวกับการออกกฎหมายว่า ต้องปฏิรูปป้องกันทุจริต ไม่ได้แปลว่าการทุจริตจะหมดไป ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะได้ผล คำปราบโกงเป็นวาทกรรมโฆษณาว่าเป็นจุดแข็งรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นว่าจะมีการปราบโกงได้อย่างไร ส่วนใหญ่มีมานานแล้ว แต่เราไม่นำกฎหมายนั้นมาโฆษณา คราวนี้ดังขึ้นมาเพราะประชาสัมพันธ์ฝ่ายเดียว สื่ออยู่ในมือ กรธ.กับรัฐจะพูดอย่างไรก็ได้ กลัวอย่างเดียวคือเมื่อเลือกตั้งแล้วปัญหาต่างๆจะกลับคืนมา พอเกิดมาแล้วไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญนี้เกือบแก้ไม่ได้เลย

ซัด “วันชัย” ความอยากไม่มีสิ้นสุด

นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท.เตรียมเสนอคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติในที่ประชุมใหญ่ สปท. ให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯได้ว่า คนพวกนี้ต้องการได้อำนาจมาฟรีๆ เป็นความอยากไม่มีสิ้นสุด ได้แล้วต้องได้อีก เขาเข้าทางประตูกัน แต่คนเหล่านี้ปีนหน้าต่างเข้ามา แต่กลับอยากได้อำนาจมากกว่าคนที่มาทางประตู ทำลายความน่าเชื่อถือระบอบประชาธิปไตย เอาแต่ด่าคนในบ้าน แต่ตนเองกลับปีนหลังคาเข้ามา เขาเขียนให้คุณเป็นยามนั่งเฝ้าประตูด้านนอกก็เยอะมากแล้ว จะเป็นตำรวจจับโจรจะต้องลงสมัครแข่งขันเข้ามา แน่นอนถ้าถามพ่วงไปด้วยกระทบประชามติแน่ และถามว่า ที่พ่วงคำถามนี้ไปประชาชนได้อะไร นอกจากพวก ส.ว.ที่ได้ประโยชน์ต้องการมีอำนาจเพิ่ม

พท.รังเกียจประชามติคลุมถุงชน

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะเผยโฉมหน้าในวันที่ 29 มี.ค.นี้ แต่รัฐบาล คสช. สนช. และ กรธ. กลับยังไม่มีความชัดเจนว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไรต่อไป จะเอารัฐธรรมนูญฉบับใดประกาศใช้ หรือจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างใหม่ ทำให้บรรยากาศ อึมครึมไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ต้องจมอยู่กับความไม่แน่นอน การให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติโดยไม่บอกให้รู้ล่วงหน้าว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะต้องเผชิญชะตากรรมอย่างไร ถือว่าไม่เป็นธรรม เรียกว่าเป็นการมัดมือชกหรือคลุมถุงชน เป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจที่ผู้นำหรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองไม่สมควรกระทำต่อประชาชนเจ้าของประเทศ

เหมือนเล่นเกมปิดตาตีหม้อ

“ความมืดบอดดังกล่าวเปรียบเหมือนกับเกมปิดตาตีหม้อ จึงขอเสนอให้ถามประชาชนในการออก เสียงประชามติว่าจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. หรือจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาประกาศใช้ โดยมีบทเฉพาะกาลให้เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ ส่วน ครม. สนช. และ คสช. ก็อยู่ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาชุดใหม่หลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่ เชื่อว่าจะเป็นที่ยอมรับทั้งประชาชนในชาติและประชาคมนานาชาติ” นายคณินกล่าว

คนไม่เห็นด้วยเสี่ยงโดนคดี

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการขัดขวางการลงประชามติ ด้วยบท ลงโทษที่รุนแรง คงไม่มีใครว่าอะไร แต่ขอให้เอาจริงกับผู้ที่ขัดขวางการลงประชามติ อย่าทำเหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่มี กกต.บางคนให้ท้ายการขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าปัญหาของกฎหมายประชามติ อยู่ที่การจัดเอาผู้ที่เห็นต่างเข้าไปอยู่เป็นพวกเดียวกับผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง โดยใช้คำว่า “บิดเบือน” ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแค่ไหนจึงถือว่าบิดเบือน หลายคนเกรงว่าจะมีการตีความวุ่นวาย จนไม่มีใครอยากเสี่ยง สุดท้ายการแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ อาจกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายร้ายแรง

ล็อกผลไว้แล้ว–พูดมากเจอคุมตัว

นายจาตุรนต์กล่าวว่า บรรยากาศของการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการลงประชามติ ถูกทำให้ชัดด้วยการควบคุมตัวผู้เห็นต่าง โดยข้ออ้างปรับทัศนคติ ล่าสุด คือกรณีนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรค เพื่อไทย ที่มักแสดงความเห็นในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ หากติดตามจะเห็นว่าความเห็นของนายวรชัยตรงไปตรงมา ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยต่อส่วนรวม เป็นเรื่องที่สังคมไทยโดยเฉพาะผู้มีอำนาจน่าจะต้องรับฟัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการคุมตัวไปไว้ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ ด้วยเหตุพูดไม่สร้างสรรค์ สิ่งที่เป็นห่วงคือการควบคุมตัวในลักษณะข่มขู่คุกคามต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเช่นนี้ จะทำให้ผู้คนทั้งหลายรู้สึกได้ว่าการลงประชามติเป็นเรื่องไร้สาระไม่มีประโยชน์ เพราะการลงประชามติที่ไม่เสรีและไม่เป็นธรรมให้ฝ่ายสนับสนุนพูดได้ข้างเดียว ประชาชนจะไม่ได้ตัดสินอะไร เพราะผลที่จะออกมาได้ถูกกำหนดไว้เสียแล้ว

ร้องทวงเงินเลือกตั้งคืนจาก กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ศึกษากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและ กปปส. ชดใช้ค่าเสียหายจากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 เป็นเงิน 2,400 ล้านบาท พบว่า ในการรายงานประจำปี 2557 ที่ กกต.เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุชัดเจนว่า อำนาจในการจัดการเลือกตั้งเป็นของ กกต. สาเหตุที่เลือกตั้งไม่ได้ เพราะ กปปส.ขัดขวาง ดังนั้นผู้ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจึงควรเป็น กกต. และ กปปส. ขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเพียงอำนาจในการยุบสภาเท่านั้น นอกจากนี้ ในรายงานดังกล่าวยังพบว่า งบประมาณที่ กกต.ได้รับการอุดหนุนเพื่อจัดการเลือกตั้ง มีจำนวน 3,163 ล้านบาท ใช้ไป 2,037 ล้านบาท ฉะนั้นค่าเสียหายที่เรียกมาจึงสูงกว่าความเป็นจริง 363 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กกต.มีเงินเหลือจากการเลือกตั้งที่ต้องส่งคืนแผ่นดิน 1,126 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ผ่านการตรวจของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทั้งที่เลยเวลามานานแล้ว จึงอาจทำให้เข้าใจได้ว่างบบัญชีปี 2557 ของ กกต.มีปัญหาหรือไม่ กกต.อาจนำเงินส่วนนี้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ดังนั้น ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ จะนำเรื่องไปร้องต่อนายกฯให้พิจารณา และเรียกคืนเงินจาก กกต.ต่อไป

ฉะจับ “วรชัย” ละเมิดสิทธิร้ายแรง

ส่วนกรณีการควบคุมตัวนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ไปปรับทัศนคติ วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์กรณีการควบคุมตัวนายวรชัยขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงว่า ด้วยปรากฏว่าเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เวลา 10.40 น. ได้มีกำลังทหารเข้าควบคุมตัวนายวรชัย ที่บ้านเลขที่ 555/340 หมู่บ้านเลอร์นีโอ 2 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พ.อ.อาทิตย์ ดีประเสริฐ เสนาธิการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังทหารเข้าควบคุมตัวนายวรชัยขึ้นรถตู้สีขาวหมายเลขทะเบียน กข 4878 ปราจีนบุรี เดินทางออกจากบ้าน โดยไม่ทราบจุดหมาย พรรคเพื่อไทยได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด กังวลอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเห็นว่าการใช้กำลังทหารที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐบาลควบคุมตัวนายวรชัยขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

จี้รัฐบาล–คสช.ปล่อยตัวทันที

แถลงการณ์ระบุว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ขอให้ปล่อยตัวนายวรชัยทันที หากนายวรชัยกระทำผิดกฎหมายใด ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย มิใช่เข้าจับกุมโดยไร้ซึ่งข้อกล่าวหา ไร้ความชัดเจนเช่นนี้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเข้าจับกุมตามอำเภอใจของรัฐบาลและ คสช. อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง อีกทั้งยังขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 2.ขอให้รัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 3.พรรคเพื่อไทยได้ติดตามการให้ความเห็นของนายวรชัยเห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต มิได้ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองแต่ประการใด และการสัมภาษณ์ในวันที่ 24 มี.ค. ที่เรียกร้องให้นายก– รัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นับเป็นสิ่งที่ชอบตามมารยาททางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่เห็นเหตุผลว่าจะเป็นความผิดได้อย่างไร

ขอฟังเหตุผลทำผิด ก.ม.ข้อไหน

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยขอประณาม การคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชนในทุกรูปแบบ เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายวรชัยในทันที รัฐบาลและคสช.ต้องเปิดเผยเหตุผลการเข้าจับกุมนายวรชัยให้สังคมทราบโดยเร็ว โดยระบุรายละเอียดว่า นายวรชัย ได้กระทำการซึ่งขัดต่อกฎหมายใดและลักษณะใด การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการกระทำของรัฐบาลเช่นนี้จะส่งผลต่อภาพพจน์ของรัฐบาลและประเทศไทยในสายตานานาชาติโดยหลีกเลี่ยงมิได้

เชื่อปากไม่ดีพูดไม่ถูกใจผู้นำ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ความผิดฐานใหม่” ว่า นายวรชัยถูกทหารควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ เนื่องจากแสดงความเห็นให้ท่านผู้นำแสดงความรับผิดชอบหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ความจริงแล้วนายวรชัยกำลังให้เกียรติท่านผู้นำ จึงเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามแบบผู้เป็นอารยะ แต่ความเห็นดังกล่าวกลับไม่ถูกใจท่านผู้นำจึงถูกดำเนินคดีในข้อหาปากไม่ดี ขณะนี้ยังไม่ทราบข่าวว่าถูกปล่อยตัวกลับบ้านหรือยัง ส่วนตัวไม่เคยเรียกร้องให้ท่านผู้นำหรือ คสช. แสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเคยอ่านค่านิยม 12 ประการที่ไม่มีข้อใดพูดถึงความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังเห็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หรือฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่มีบทบัญญัติล้างผิดให้กับ คสช. แม่น้ำ 5 สาย ทำให้ทราบว่าการเรียกร้อง ให้ผู้คนเหล่านี้แสดงความรับผิดชอบ ถือเป็นการกระทำที่เปลืองเรี่ยวแรงโดยเปล่าประโยชน์

จี้บอกที่คุมตัวให้ครอบครัวพบ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นให้นายกฯรับผิดชอบหากประชามติไม่ผ่านของนายวรชัย เป็นการแสดงความเห็นอย่างจริงใจ ไม่ใช่การสร้างความปั่นป่วน ไม่ใช่เรื่องที่จะนำไปปรับทัศนคติ คสช.ต้องบอกต่อสาธารณะว่าควบคุมตัวนายวรชัยไว้ที่ไหน ด้วยอำนาจอะไร และควรอนุญาตให้ครอบครัว ทนาย ไปเยี่ยมได้ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

เซ็งคนเห็นต่างคือสร้างขัดแย้ง

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากบรรยากาศเป็นแบบนี้ เรื่อยไปจนถึงวันลงประชามติ ก็คงไม่คาดหวังอะไร เพราะคนเห็นต่างจากรัฐบาลหรือ กรธ.กลายเป็นคนที่สร้างความขัดแย้ง นายวรชัยถูกเรียกปรับทัศนคติทั้งที่เป็นความเห็นโดยเปิดเผย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปกลุ่มใดที่คิดจะได้อะไรดังใจก็สมปรารถนา ส่วนประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงมองกันออก

กักตัว “วรชัย” ยังไร้ร่องรอย

บ่ายวันเดียวกัน เวลา 15.30 น. คนใกล้ชิดนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้นายวรชัยยังไม่กลับบ้าน ทหารไม่ได้บอกว่าจะปล่อยตัวเมื่อไหร่ ขณะที่ภรรยาและลูกของนายวรชัยก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อไหร่ ได้รับการชี้แจงจากทหารที่เป็นคนมารับตัวนายวรชัยเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เพียงแค่ว่า ไม่ต้องห่วง นายวรชัยกินอิ่ม นอนหลับสบายดี และไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ครั้นพอถามว่าจะกักตัวนายวรชัยไว้กี่วัน ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน และเมื่อถามว่าเอาตัวนายวรชัยไปไว้ที่ไหน ก็บอกมาว่าไม่ทราบอีก จึงทำให้ทางครอบครัวเป็นห่วงนายวรชัยมาก

“วัฒนา” หวิดโดนอีกทหารบุก

ขณะที่ช่วงเย็น นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มีทหารยกกำลังมาที่บ้านย่านประเวศสองคันรถ กดออดเรียกแต่ตนไม่อยู่บ้าน พอแม่บ้านแจ้งไปว่าตนไม่อยู่ แต่ทหารไม่เชื่อ สั่งให้เปิดบ้าน ไม่เช่นนั้นจะใช้มาตรา 44 จับทุกคน
ในบ้าน แต่แม่บ้านก็ไม่ยอมเปิด ทหารจึงตรึงกำลังล้อมบ้านอยู่

ขอไปพบเองเจอกันที่ มทบ.11

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ทหารยกกำลังมาบ้านผมอีกแล้ว” เวลาประมาณ 17.30 น. มีทหารยกกำลังมาที่หน้าบ้าน สั่งให้เปิดประตูไม่เช่นนั้นจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 จับไปทั้งบ้าน แต่ภรรยาไม่เปิดบ้านให้ แจ้งไปว่าตนออกไปข้างนอกแต่ทหารไม่เชื่อ อ้างว่าจะมาขอควบคุมตนไปตามมาตรา 44 เนื่องจากโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ทั้งที่แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต หากเป็นความผิดก็ควรแจ้งความดำเนินคดีไม่ใช่ใช้กำลังมาอุ้มแบบนี้ ตนได้รับการปฏิบัติที่พิเศษกว่าทุกคน เพราะถูกเชิญแบบยกกำลังมาหรือที่เรียกว่ามาอุ้มไป ในขณะที่ท่านอื่นจะมีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมาเชิญตัว บางรายก็แจ้งให้ไปพบเจ้าหน้าที่ ตนเพิ่งได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากหัวหน้าชุด ยศ ร.ท.แจ้งว่าได้รับคำสั่งให้มาเชิญตัวไปแบบคราวที่แล้ว จึงบอกไปว่าวันนี้มืดแล้วอยู่นอกบ้านไม่สะดวก ขอเป็นวันที่ 28 มี.ค.จะไปพบเอง เจ้าหน้าที่บอกให้ไปที่ มทบ.11 จึงรับปากว่าจะไปพบเจ้าหน้าที่ที่ มทบ.11 เวลา 11.00 น. อาจจะหายไปก็อย่าว่ากัน แต่จิตใจยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง เต็มที่ก็เอาตัวไปได้แค่ 7 วัน เจอกันเมื่อได้ออกมา

โพลเหลื่อมไม่เอา ส.ว.ลากตั้ง

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,326 คน ระหว่างวันที่ 22-26 มี.ค. เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อถามข้อดีกรณี กรธ.ปรับปรุงเนื้อหาบท เฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญหลังจากได้รับข้อเสนอจาก คสช. ร้อยละ 74.91 ระบุว่า จะได้คนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ร้อยละ 72.77 ได้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน ร้อยละ 62.51 ทำงานคล่องตัวเป็นอิสระตรวจสอบการทำงานได้ง่าย และร้อยละ 54.81 สานต่องานหรือนโยบายต่างๆที่กำหนดไว้ ต่อข้อถามถึงผลเสียในประเด็นเดียวกัน พบว่า ร้อยละ 77.29 ระบุประชาชนไม่มี ส่วนร่วมในการเลือก ส.ว.ไม่เป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 74.06 มีการทุจริตคอร์รัปชัน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ร้อยละ 69.47 อาจเกิดความขัดแย้งในการทำงานภายหลัง และร้อยละ 63.10 ส.ว.ไม่มีสิทธิอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบเท่าที่ควร

เชียร์ กรธ.เปิดชื่อว่าที่นายกฯ

ส่วนการยืนยันให้ใช้ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งเพียงหนึ่งใบ กลุ่มตัวอย่างมองข้อดีคือ ประหยัด งบประมาณ กาบัตรสะดวก เข้าใจง่าย นับคะแนนรวดเร็ว ส่วนข้อเสีย คือ จำกัดสิทธิประชาชนความชื่นชอบพรรคกับบุคคลอาจไม่เหมือนกัน เกิดการแข่งขันรุนแรง ทุจริตซื้อเสียง และโอกาสของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเลือกมีน้อย ต่อข้อถามถึงหลักการเลือกนายกฯที่ กรธ.ยังคงยืนยันให้พรรค การเมืองต้องเสนอชื่อว่าที่นายกฯ 3 คน ตามเดิม แต่หากเกิดกรณีไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จะใช้มติ 2 ใน 3 ของรัฐสภา เพื่องดเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายกฯจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง กลุ่มตัวอย่างมองข้อดีว่า ประชาชนได้รู้ล่วงหน้าว่าแต่ละพรรคส่งใครเป็นนายกฯบ้าง เปิดโอกาสให้คนนอกหรือคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ได้เข้ามาเป็นนายกฯ ส่วนผลเสีย คือ คนที่ไม่เห็นด้วยจะออกมาคัดค้านสร้างความวุ่นวายในสังคม คสช.ถูกมองว่าเผด็จการ สืบทอดอำนาจ และหากที่มาของนายกฯไม่โปร่งใสเป็นธรรม ต่างชาติอาจไม่ยอมรับ

ชี้วัดรัฐบาลพัฒนาระดับกลาง

วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยรังสิต นายชาญชัย จิตรเหล่าอาพร ผอ.หลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ พร้อมนายวันวิชิต บุญโปร่ง รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ร่วมแถลงข่าวผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “บทบาทการพัฒนาประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในรอบ 1 ปี 6 เดือน” จากการสุ่มตัวอย่างประชากรทั่วประเทศใน 5 ภูมิภาค ภาคละ 5 จังหวัด

นายวันวิชิตกล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อบทบาทการพัฒนาประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ภาพรวมค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.36 จาก 10 เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า มีบทบาทพัฒนาด้านการเมืองและความมั่นคงเป็นอันดับแรก 7.13 รองลงมาได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ 6.38 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.22 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6.03 และน้อยที่สุดคือด้านสังคม 5.97 ส่วนคะแนนของคณะรัฐมนตรีชุดนี้พบว่า ได้ 6.19 ถือว่าผลการพัฒนาประเทศและภาพรวมรัฐบาลนี้อยู่ในระดับกลาง ส่วนคนที่มีบทบาทมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 8.15 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 8.08 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ 8.02 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 8.00 และ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 7.65 สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบทำนับจากนี้ คือ การแก้ไขวิกฤติภัยแล้ง ปัญหาปากท้อง การค้าการลงทุน

ป.ป.ช.คุ้ยแหลกสอบคดีราชภักดิ์

นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีแสวงหาข้อเท็จจริงโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังไม่ได้ส่งข้อมูลมาให้ ป.ป.ช. แต่มีการรับปากแล้วว่าจะส่งให้ ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้ายังไม่ส่งมาภายใน 1 สัปดาห์ จะไปทวงด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทุกรายตามที่ถูกร้องเรียน หากเป็นคนที่กำลังหลบหนีก็ต้องดูว่าจะติดตามมาให้ถ้อยคำได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้ข้อเท็จจริงจากเอกสาร หรือพยานหลักฐานที่พาดพิงถึง แต่เท่าที่ฟัง สตง.แถลงเหมือนทหารไม่เกี่ยวข้อง ป.ป.ช.คงต้องดูสำนวนที่จะส่งมาอีกครั้ง ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ตั้งข้อสังเกตเรื่องเซียนอุ๊เป็น นายกฯ อบต. แล้วมีการรับเงินนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้ามีตำแหน่งจริงต้องตรวจสอบเรื่องการรับเงินว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 หรือไม่ รวมทั้งดูประเด็นที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย พูดถึงสเปกที่ไม่สมบูรณ์ขององค์พระรูป หากได้ข้อมูลมาแล้วต้องตรวจสอบว่ากรรมการตรวจรับเป็นของมูลนิธิ หรือกรรมการภาครัฐ หากใครมีข้อมูลขอให้ส่งมา เพราะ ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ต้องทำคดีอาญา เพื่อกำหนดประเด็นในการตั้งอนุกรรมการไต่สวน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    10.3%
  • ไม่ชอบ
    61.1%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    11.4%
  • เสียใจ
    13.1%
  • ให้กำลังใจ
    2.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement