ยุโรปกำลังเผชิญกลุ่มคลั่งศาสนาหรือพวกกระหายความรุนแรง? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ยุโรปกำลังเผชิญกลุ่มคลั่งศาสนาหรือพวกกระหายความรุนแรง?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มี.ค. 2559 05:05
3,314 ครั้ง


(ภาพ: AFP)

ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเชื่อว่า ชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่ไปเข้าร่วมกับกล่มไอซิส หรือก่อความรุนแรง ไม่ได้เข้าใจในศาสนาอิสลามอย่างถ่องแท้ เพียงแค่มีความกระหายในการใช้ความรุนแรงเท่านั้น...

เมื่อ 28 มีนาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานโดยอ้างคำพูดของผู้เชี่ยวชาญหลายคนซึ่งออกมาตั้งคำถามว่า ใครคือบรรดานักรบมุสลิมหัวรุนแรงที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นพวกคลั่งศาสนาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน หรือเพียงไม่กี่สัปดาห์?

นาย ปีเตอร์ ฮาร์ลิ่ง ผู้เชี่ยวชาญของ "กลุ่มวิกฤติระหว่างประเทศ" (International crisis Group - ICG) เชื่อว่าไม่ใช่ศาสนามุสลิมที่เป็นจุดดึงดูดวัยรุ่นเหล่านี้ แต่แท้ที่จริงแล้วคือ "ความกดดันจากภายในและความกระหายความรุนแรง" (une révolte intime et une soif de violence) คนพวกนี้เพิ่งจะเข้ามาร่วมกลุ่มได้ไม่นาน พูดอาหรับได้ไม่ดีหรือพูดไม่ได้เลย เข้าร่วมกลุ่มกับนักรบไอซิสที่มีแนวความคิดที่ตนเองเข้าใจเพียงเล็กน้อยหรือ ไม่เข้าใจเลย แต่พวกเขาถูกกระชากเข้ามาร่วมกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอซิส ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติ ทำให้ความต้องการที่จะเป็นมุสลิมหัวรุนแรงก่อตัวขึ้นอย่างง่ายดาย

คืนเกิดเหตุกราดยิงและระเบิดฆ่าตัวตายในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน (ภาพ: AFP)

นายฮาริ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า "ความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามของวัยรุ่นพวกนี้แค่ระดับพื้นฐานหรือไม่รู้ เรื่องเลย" "ทั้งนี้ พวกที่รู้เรื่องเกี่ยวกับศาสนาอิสลามอย่างแข็งแกร่งแล้ว น้อยนักที่จะเดินทางไปเข้าร่วมรบกับพวกไอเอส"

จากการให้สัมภาษณ์ใน รายการ "ฆ่าคนอื่น คือการฆ่าตนเอง" (Tuer les autres, se tuer soi-même) เขาประเมินว่า "ปรากฎการณ์ที่น่าหนักใจที่สุดแบบการสังหารหมู่ที่กรุงปารีส คือ การแสดงออกของความความรุนแรงที่อยู่ภายในตนเอง กลุ่มรัฐอิสลาม ให้ช่องทางที่เป็นรูปธรรมสำหรับความรุนแรงได้แสดงออก ทำตามสิ่งที่ตนโหยหา ได้แสดงความก้าวร้าว และแสดงออกถึงพลังอำนาจ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่วัยรุ่นมุสลิมหัวรุนแรงจากยุโรปจะเป็นตัวการหลัก พวกนี้ปราศจากความรู้ด้านการทหารและความรู้ด้านศาสนา และส่วนใหญ่มีความรู้ด้านภาษาที่ดี ซึ่งเป็นจุดเด่นของการนิยมใช้ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมคล้ายกับภาพยนต์ เรื่อง "อะ คล็อกเวิร์ก ออเรนจ์" (A Clockwork Orange) ของสแตนลีย์ คูบิค ที่ใช้ความรุนแรงแบบซาดิสม์ มีการนำสัญชาติญาณการสื่อสารสมัยใหม่ในยุคเฟซบุ๊กมาประยุกต์ใช้"

ขณะที่ศาสตราจารย์ ราฟาเอล ลิโอเจีย ผู้อำนวยการสำนักสังเกตุการณ์เกี่ยวกับศาสนา (l'Observatoire du religieux) จากสถาบันศึกษาการเมือง (Instituts d'études politiques - IEP หรือ Institutes of Political Studies) ที่มีชื่อเสียงที่เมืองเอ็กซ์อองโพรวองซ์ ในฝรั่งเศส ได้ทำการศึกษาประวัติของชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสกว่าสิบคน "ไม่มีสักคนเลยที่ได้ทำการศึกษาด้านศาสนาอย่างลึกซึ้ง หรือได้รับการฝึกฝนทางศาสนาที่ละเล็กทีละน้อยจนมีความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนายโมฮัมเหม็ด เมราห์ (ผู้ก่อเหตุกราดยิงโรงเรียนยิวที่เมืองตูลูส) หรือผู้ก่อเหตุศุกร์ 13 ก็ตาม"

โมฮัมเหม็ด เมราห์ ผู้ก่อเหตุกราดยิงโรงเรียนยิวที่เมืองตูลูส (ภาพ: AFP)

เขากล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีว่า "พวกนี้จะมีประวัติก่อคดีหรือเหตุรุนแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเนื่องจากอิสลามได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นสัญญลักษณ์ของความรุนแรงต่อต้านสังคม พวกนี้ก็มีความต้องการที่จะแสดงออกในแนวทางต่อต้านสังคมด้วย และทำท่าทางว่าเป็นพวกคลั่งศาสนา แต่ก็เป็นเพียงท่าทางเท่านั้น" เขากล่าวต่อ "พวกนี้จะเข้าไปในสุเหร่า สวดมนต์น้อยกว่าคนอื่น แต่สร้างภาพที่ผมเรียกว่า 'พวกนีโออัฟกัน' (néo-afghan) แสวงหาสายพันธุ์ของ 'นักรบนีโอโรแมนติก' (romantisme néo-guerrier)"

ศาสตราจารย์ ลิโอเจีย กล่าวต่อว่า "พวกนี้มีเชื้อชาติเป็นแขกขาว มักจะถูกมองว่าเป็นพวกมุสลิมซึ่งมีภาพพจน์ที่ไม่ดีนัก พวกนี้อาจเคยเป็นพวกพังค์หรือเข้าร่วมกลุ่มหัวรุนแรงขวาจัดหรือซ้ายจัดมาแล้ว" เขาเน้นอีกว่า "พวกนี้จะเข้าร่วมกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงทันที พวกเขามีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ มีประวัติก่อคดีร้ายแรง เคยมีปัญหาในวัยเด็ก และต้องการที่สถาปนาตนเองขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง"

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ เชี่ยวชาญคดีมุสลิมหัวรุนแรงบอกกับนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาได้รับคำตอบในการสอบปากคำวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเข้ากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงว่า "สำหรับผม คัมภีร์อัลกุรอานมีไว้เพื่อลูบคลำเท่านั้น สิ่งที่ผมสนใจคือ ญิฮาด" แนวความคิดในเรื่องดังกล่าวได้รับการยืนยันจากนายโอลิเวียร์ รัวย์ ผู้เชี่ยวชาญศาสนาอิสลามที่ระบุว่า "ไอซิสสามารถสร้างเครือข่ายในหมู่วัยรุ่นมุสลิมหัวรุนแรงในประเทศฝรั่งเศสได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตะวันออกกลาง ก็จะพยายามเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทั้ง เป็นสาเหตุ เป็นสัญญลักษณ์ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต เพื่อประทับตราสำหรับก่อเหตุรุนแรงเพื่อการแก้แค้นส่วนตัว"

3 ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม (ภาพ: AFP)

เขากล่าว เสริมว่า "ปัญหาของประเทศฝรั่งเศสจึงไม่ใช่มาจากพวกมุสลิมหัวรุนแรงจากทะเลทรายซีเรีย ที่กำลังเป็นปัญหาเหมือนภาพลวงตาที่กลายมาเป็นฝันร้าย แต่ปัญหาคือ ปฏิกริยาต่อต้านจากบรรดาวัยรุ่นเหล่านี้" "ไม่ใช่พวกมุสลิมหัวรุนแรง แต่เป็นพวกหัวรุนแรงมุสลิม" หัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลามที่เคยเป็นหัวหน้าตำรวจลับในยุคซัดดัม ฮุสเซน เข้าใจดีถึงวิธีการใช้ช่องทางดังกล่าวในการก่อการร้าย" นายปีเตอร์ ฮาริ่ง เสริมว่า "พวกนี้เป็นขบวนการที่มีความยืดหยุ่นมาก ที่สามารถรับใครก็ได้มาร่วมกลุ่ม" "เกิดจากฐานอุดมการณ์ที่หนักแน่น และสามารถทำการที่หลากหลายโดยคนจากหลากหลายกลุ่มเช่นกัน"

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.9%
  • ไม่ชอบ
    40.7%
  • สนุก
    13.0%
  • ประหลาดใจ
    1.9%
  • เสียใจ
    5.6%
  • ให้กำลังใจ
    13.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement