'วันชัย'ดันต่อ ให้ส.ว.โหวตนายกฯ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'วันชัย'ดันต่อ ให้ส.ว.โหวตนายกฯ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มี.ค. 2559 06:15
3,304 ครั้ง


‘มีชัย’อวด รธน.ใหม่ ตอบโจทย์ ‘ทหาร’บุก เชิญวรชัย ปรับทัศนะ

กรธ.ปิดจ๊อบร่าง รธน.ฉบับเปลี่ยนผ่าน-สกัดนักการเมืองโกง โอ่ 279 มาตรา ตอบโจทย์ คสช.- รธน.ชั่วคราว แม่น้ำ 4 สาย จะสู้ศึกชิง ส.ส.ต้องลาออกภายใน 90 วัน “มีชัย” บอกพอใจแต่ไม่เต็มร้อย อ้าง 80 เปอร์เซ็นต์ แก้ตามคำขอของประชาชน ลั่นถ้าทุกคนทำตาม รธน. การปฏิวัติจะไม่เกิดขึ้น “วันชัย” ตื๊อไม่เลิกดิ้นชงคำถามประชามติให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ “กิตติศักดิ์” เผย สนช.สายท็อปบูตบ่นไม่เอาแล้วเก้าอี้ ส.ว.ไม่ใช่แนวถนัด “นิพิฏฐ์” เชื่อ รธน.ผ่านฉลุย เหตุคนหนีตายไปดาบหน้าดีกว่าอยู่กับรัฐบาลจากการยึดอำนาจ “จาตุรนต์” กัดติดเพิ่มอำนาจ ส.ว.สุดซอย ปูพรมรอเลือกนายกฯคนนอกทันทีหลังกาบัตร “จตุพร” เย้ยกติกาฉบับโรงเตี๊ยมตบตา ตอก “ซือแป๋มีชัย” โคตรวิชามาร ทหารคุม “วรชัย” ปรับทัศนคติ เซ่นบี้ “บิ๊กตู่” ไขก๊อกรับผิดชอบ รธน.ไม่ผ่านประชามติ ชาวเชียงใหม่ฮือฮา “แม้ว-ปู” แจกขันน้ำสีแดงฉลองสงกรานต์

หลังจากในที่สุดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยอมปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดว่าเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.จะส่งกลับไปให้คณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 มี.ค.นั้น อาจจะมีการปรับแก้ไขบางประเด็นที่อ่อนไหวเพิ่มขึ้นอีก

กรธ.ยัน 279 มาตราตอบโจทย์ คสช.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่โรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประชุมนอกสถานที่ มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเป็นวันสุดท้าย ต่อมาเวลา 13.00 น. นาย นรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า เราได้ข้อสรุปว่าร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น 16 หมวด 279 มาตรารวมบทเฉพาะกาลแล้ว สาเหตุที่ลงท้ายเลข 9 เพราะเป็นตัวเลขที่สวยดี ทั้งนี้ กรธ.สามารถร่างรัฐธรรมนูญตามโจทย์ที่ คสช. และรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดไว้และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเปลี่ยนผ่าน และเป็นการป้องกันผู้ทุจริตไม่ให้กลับสู่การเมือง ทั้งนี้ เราได้กำหนดหมวดปฏิรูปไว้ชัดเจนว่ามีด้านอะไรบ้าง มีการกำหนดระยะเวลาให้รัฐบาลใหม่เข้ามาต้องดำเนินการภายใน 1 ปี และต้องกำหนดผลสำเร็จในการปฏิรูปเป็นระยะเวลา 5 ปีโดยไม่มีสภาพบังคับหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ เว้นแต่เรื่องการปฏิรูปตำรวจ ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี หากทำไม่ได้ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นไปตามลำดับอาวุโส

ยันมีเลือกตั้งตามโรดแม็ป คสช.ชัวร์

นายนรชิตกล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.จะเกิดขึ้นภายใน 150 วัน ภายหลังที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับแล้ว คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแม็ปของ คสช.แน่นอน หาก สนช. สปท. ครม.และ คสช.จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ต้องลาออกจากตำแหน่งภายหลังรัฐธรรมนูญใช้ภายใน 90 วัน ส่วน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก 7 ฉบับต้องทำให้เสร็จภายใน 8 เดือน นับแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ในวันที่ 28 มี.ค. กรธ.จะประชุมเรียงเลขมาตรา ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนส่งมอบให้ ครม.วันที่ 29 มี.ค. และอธิบายชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญแก่ สนช.และ สปท.ที่รัฐสภาวันที่ 30 มี.ค.

“มีชัย” ยันเป็น ปชต.ถ้าทำตามไม่มีปฏิวัติ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างเสร็จแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ เหลือกลับเอาไปนอนอ่านอีก 2 คืน เผื่อไปเจอคำผิด เมื่อส่งร่างให้ ครม.แล้ว กรธ.จะทำสรุปสาระสำคัญเป็นเล่มเล็กๆให้ประชาชนอ่านได้สะดวกขึ้น เมื่อถามว่า มั่นใจแค่ไหนว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่นำไปสู่การรัฐประหารอีก นายมีชัยกล่าวว่า ถ้าทุกคนปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญการปฏิวัติจะไม่เกิดขึ้น เมื่อถามต่อว่า ข้อกังวลของนักวิชาการที่วิจารณ์เรื่องเนื้อหาของความเป็นประชาธิปไตยในร่างรัฐธรรมนูญตรงนี้จะอธิบายอย่างไร นายมีชัยกล่าวว่า คงไม่สามารถอธิบายได้ เพราะคนพูดคงไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร หากเขาบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหนเราอธิบายได้ และหากถามกลับว่าไม่ดีอย่างไร เขาก็ตอบไม่ได้ ตอบได้แค่ว่าไม่ชอบ

พอใจแต่ยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่า มองว่ารัฐธรรมนูญตอบโจทย์ คสช.หรือยัง นายมีชัยกล่าวว่า เราตอบโจทย์หมดทุกคน ทำเท่าที่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับคำขอ หากขอมาเราทำได้ก็ทำให้ หากไม่ได้ก็คือไม่ได้ และ 80 เปอร์เซ็นต์ ก็แก้ตามคำขอของประชาชน เมื่อถามว่า 279 มาตรา เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ กรธ.หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ยังอยู่ในเป้าหมายของเราที่พยายามจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการทุจริต การไม่มีวินัยและการศึกษา ในภาพรวมคงต้องบอกว่าพอใจ เพราะเราเป็นผู้ทำเอง แต่ถ้าถามว่าได้ตามที่อยากทำ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ก็คงไม่ใช่ หากใช้คนเดียวก็อาจเขียนอีกแบบหนึ่ง เราไม่ได้เขียนเพื่อใช้ในบ้านคนเดียว ต้องคำนึงถึงคนอื่นด้วย เมื่อถามว่า มีอะไรกับเลข 9 หรือถือฤกษ์อะไรหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า “ไม่ได้ถืออะไร คงลงล็อกของมันเองและบังเอิญมากกว่า ผมไหว้พระทุกคืนอยู่แล้วคงไม่ต้องไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนอีก”

“วันชัย” ชูมือเชียร์สกัดคนชั่วเข้าสภา

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ กรธ.เขียนห้ามผู้เคยกระทำผิดต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต คนที่มีประวัติ แม้ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แม้แต่การรอลงอาญา แม้ส่อว่าเข้ามาแสวงประโยชน์แก่ตน ควรตัดสิทธิตลอดชีวิต ถือเป็นการปฏิรูป ต่อไปนี้ นักการเมืองต้องมือสะอาด เป็นรัฐธรรมนูญขจัดนักการเมืองชั่วร้าย ปราบโกง ใครมีประวัติส่อไปในทางไม่ซื่อสัตย์ด่างพร้อย ถือเป็นเสนียดไม่ควรให้มาเหยียบบันไดสภา ห้ามให้เจ้าพ่อเจ้าแม่ใช้การเมืองฟอกตัว ไม่ควรให้คนชั่วมาออกกฎหมายหรือปกครองคนอื่นเด็ดขาด

ตื๊อชงถามให้ ส.ว.โหวตเฟ้นนายกฯ

นายวันชัยกล่าวว่า ประเด็นที่มา ส.ว. 250 คน ควรสรรหาโดยกรรมการสรรหาเพียงพอแล้ว กรรมการสรรหาเป็นใครเขียนให้ชัด การสรรหาโปร่งใสดีกว่าวิธีของ กรธ. คนจะได้เห็นว่าไม่ใช่ ส.ว.ของ คสช. ส่วนอำนาจหน้าที่ ส.ว.ที่ให้ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่ไม่มีสิทธิโหวตนายกฯนั้น ถือว่าได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามี ส.ว.มานั่งดู แต่ไม่มีอำนาจช่วย ส.ส.โหวตรัฐบาลชั่วออกได้ เหมือนสักแต่ว่ามี รปภ.ในระยะเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 เม.ย. ตนจะอภิปรายเสนอเป็นคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติ ในที่ประชุมใหญ่ สปท.ว่าในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เห็นควรให้รัฐสภามีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ และลงมติไม่ไว้วางใจได้ด้วยหรือไม่ มีการขยายแนวคิดนี้ไปใน สปท.บ้างแล้ว หลายคนเห็นด้วย โดยเฉพาะ สปท.กลุ่มการเมือง

“ครูหยุย”ขวางเลือกอ้อม ส.ว.ยุ่งยาก

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า ในส่วนบทเฉพาะกาลนั้น กรธ.ไม่ได้ ต้องการให้มีกลไกที่เป็นอำนาจพิเศษเข้ามาควบคุมการทำงานของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง กลไก ส.ว.สรรหา 250 คนที่ตั้งขึ้น มีอำนาจหลักอยู่เพียงแค่การควบคุมติดตามเรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นหลักเท่านั้น เห็นได้จากการที่ กรธ.ให้รัฐบาลต้องรายงานเรื่องการปฏิรูปประเทศต่อ ส.ว.ทุก 3 เดือน ส่วนตัวมองว่า ที่มา ส.ว.ทั้ง 250 คน ควรมีที่มาแบบเดียวคือ มาจากการสรรหาของ คสช.ตามกลุ่มต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา โดยให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องมีการสรรหาจากเลือกตั้งทางอ้อมเข้ามา ทำให้ยุ่งยากและสับสน

สนช.ท็อปบูตทำเป็นถอดใจไม่อยู่ต่อ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. กล่าวว่า ภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ตอบโจทย์ของแม่น้ำ 4 สายได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ครบ 100% ตามที่ คสช.ต้องการ แต่ถือว่าเพียงพอแล้ว ถ้ามีมากเกินไป อาจถูกประชาชนสงสัยได้ว่าจะมาสืบทอดอำนาจหรือไม่ เท่าที่ได้คุยกับสมาชิก สนช.ที่เป็นทหารหลายคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เอาแล้วหากจะให้กลับมาเป็น ส.ว.ครั้งต่อไป เพราะไม่ใช่แนวทางถนัดของทหาร และไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ส่วนตัวมองว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี บ้านเมืองคงเป็นประชาธิปไตยเต็มใบไม่ได้ ต้องมีกติกาพิเศษมาควบคุมจนกว่าประเทศจะสงบ ถ้าปล่อยให้ใช้กลไกเลือกตั้งปกติ ปัญหาเดิมๆจะกลับมาอีก ดังนั้น การมี ส.ว.สรรหา 250 คน จึงมีความจำเป็นในช่วงนี้ การทำงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าทำงานดี ได้รับความน่าเชื่อถือ ระบบ ส.ว.สรรหาจะยังอยู่ต่อไป แต่ถ้าทำงานไม่ดี ในอนาคตคงต้องเปลี่ยนกติกาใหม่ ให้มี ส.ว.มาจากการผสมผสานเหมือนเดิม

“นิพิฏฐ์” ชี้คนหนีตายดาบหน้าดัน รธน.ผ่าน

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญโค้งสุดท้ายก่อนประกาศให้สังคมทราบเพื่อทำประชามติว่า หาก กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญออกมาตามที่ คสช.ขอสัดส่วน 70% ตามที่ กรธ.ระบุ ส่วนตัวคิดว่าผ่าน เพราะเวลานี้สังคมมองข้ามรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไม่ว่าหน้าตาจะออกมาอย่างไร เวลานี้คนไม่สนใจเนื้อหาสาระ ขอให้มีการเลือกตั้งมีรัฐบาล เพราะเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจครัวเรือน ดูแลเขาได้ดีกว่ารัฐบาลที่ยึดอำนาจ คือไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ยิ่ง กรธ.บัญญัติรัฐธรรมนูญนี้ให้แก้ไขได้ยาก ยิ่งสร้างวิกฤติให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น ปัญหาต่างๆจะถาโถมใส่ ที่สุดประชาชนจะโทษว่ารัฐบาลจากเลือกตั้งบริหารไม่ดีอีก จะเรียกร้องให้การยึดอำนาจกลับมาอีก จึงบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้มีปัญหา เพราะ คสช.วางระบบเพื่อป้องกันด้านเดียวคือ ด้านความมั่นคง ทั้งที่ปัญหาของชาติหลักๆคือ ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคง แต่ คสช.เน้นความมั่นคงเท่านั้น รัฐธรรมนูญจึงเน้นการสานอำนาจด้านความมั่นคง ละเลยด้านเศรษฐกิจ สังคมให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาแก้ไข ไม่ได้มองปัญหาองค์รวม แต่แก้บางเรื่อง ยิ่งสร้างปัญหาอื่นเพิ่มมากระทบ เมื่อออกแบบระบบพิกลพิการเช่นนี้ คนที่จะมาเป็นรัฐบาลหน้าต้องรับภาระหนักมาก ยกเว้นจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ที่มีการจัดสรรอำนาจลงตัว แต่ก็จะเกิดปัญหาอื่นตามมาเช่นกัน

กระตุกผู้มีอำนาจอย่าชะล่าใจ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นห่วงว่าสุดท้ายแล้วร่างรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ผ่านประชามติของประชาชน เพราะ ส.ว.ทั้งหมดล้วนแต่ คสช.ตั้งมาทั้งสิ้น เหตุใดจึงตัดสิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ของประชาชนทั้งประเทศทิ้งไป การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า ประชาชนต้องรับผิดชอบถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ไม่ยุติธรรมต่อประชาชน เพราะไม่มีส่วนเสนอความคิดเห็นหรือมีส่วนการร่างรัฐธรรมนูญนี้เลย แม้แต่ข้อเสนอของอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน ที่ขอให้บัญญัติคุณสมบัติของ ส.ส.หรือรัฐมนตรี ห้ามเจ้ามือบ่อนการพนัน คนค้ายาเสพติด แต่กลับไม่ห้ามคนบุกรุกที่ดินรัฐ ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดิน สปก. หรือนายทุนตัดไม้ทำลายป่าทรัพยากรของรัฐด้วย การที่นายมีชัยเขียนรัฐธรรมนูญตามใบสั่ง คสช. ทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ตึงเกินไป ผู้มีอำนาจอย่าชะล่าใจว่า ร่างกฎหมายออกมาอย่างไร ประชาชนจะยอมรับต้องเกรงใจประชาชนด้วย อย่าเชื่อคนบางจำพวกว่าจะผ่านประชามติ ส่วนอดีตนักการเมืองที่ต้องการไปร่วมรัฐบาลกับทหาร ฝันเช้าเย็น อยากเป็นรัฐมนตรี แต่นักการเมืองที่มีจุดยืนคำนึงถึงสิทธิเสียงของประชาชน ขอให้ กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

“อ๋อย” จับตาเพิ่มอำนาจ ส.ว.สุดซอย

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ที่ปรับแก้ตามข้อเสนอของ คสช.ว่า ขณะนี้วิจารณ์อะไรได้ไม่มาก ต้องรอทุกอย่าง ลงตัววันที่ 29 มี.ค. และต้องรอดูแม่น้ำ 4 สาย จะมีความเห็นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ตอนนี้ร่างที่ กรธ.ชี้แจงมาถือว่ายังไปไม่สุดในความต้องการของผู้มีอำนาจ เพราะที่ต้องการจริงๆ คือให้คนนอกมาเป็นนายกฯทันทีหลังการเลือกตั้ง แต่ร่างที่ กรธ.ชี้แจงมายังเป็นทันทีไม่ได้ ต้องให้เกิดปัญหาสภาฯไม่สามารถเลือกนายกฯได้ตามเกณฑ์ก่อน หรือเป็นรัฐบาลไปก่อนแล้วทำอะไรไม่ได้ ถูกล้มไปตอนหลัง ต้องรอดูอำนาจของ ส.ว.ที่ยังไม่เปิดเผยว่าจะมีอำนาจด้วยวิธีใดที่จะได้นายกฯคนนอกทันที ตามด้วยได้รัฐบาลที่องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญไม่มาขัดขวาง

ยกนิทานขโมยร้องจับขโมยโต้ ปธ.กรธ.

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ กรธ. เชื่อว่าหากชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดแล้วประชาชนจะชอบ แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้านทานวิชามารของบางฝ่ายได้หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า วิชามารน่าจะอยู่ฝ่ายที่ต้องการให้ผ่านมากกว่า เพราะว่าสามารถใช้กลไกได้สารพัด ทั้งการห้ามชุมนุม ห้ามแสดงความเห็น แล้วยังมี พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ปิดกั้นการแสดงความเห็นได้สนิท ดังนั้นที่บอกว่ากลัววิชามาร สำหรับตนกลับนึกถึงนิทานขโมยร้องจับขโมยมากกว่า

“ตู่” ตอก “ซือแป๋มีชัย” โคตรวิชามาร

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุถึงการชี้แจงทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน ไม่รู้จะสู้วิชามารของคนบางกลุ่มได้หรือไม่ว่า ข้อเสนอของ คสช. 3 ข้อ เป็นการเสนอให้กินทุเรียนทั้งเปลือก แต่นายมีชัยขอให้ปอกทุเรียนก่อนแล้วใส่จานให้ คสช.กิน ถือว่าให้มากกว่าที่ คสช.ขอ รู้ทุกซอกมุม เนื่องจากเป็นผู้วางแผนทั้งหมดตั้งแต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวจนถึงร่างรัฐธรรมนูญนี้ ใครที่คิดว่านายมีชัยไม่ตอบสนอง คสช.จึงไม่จริง ไม่ใช่การหักหน้า คสช. เพราะยกหูคุยกันตลอด ทั้งหมดเป็นเรื่องของคนบ้านเดียวกันหรือฉบับโรงเตี๊ยม จึงไม่มีทางที่นายมีชัยจะร่างรัฐธรรมนูญให้หักกับ คสช. เพียงแต่แบ่งบทกันเล่น ดังนั้นที่นายมีชัยบอกว่าไม่รู้จะสู้วิชามารได้หรือไม่นั้น วิชามารด้านร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ประเทศไทยตั้งมา ไม่มีใครสู้นายมีชัยได้ เพราะนายมีชัยโคตรวิชามาร หากร่างรัฐธรรมนูญไปถึงขั้นตอนลงประชามติ กกต.ต้องยกเลิกระบบการนับคะแนนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จะทำให้การนับคะแนนไม่โปร่งใส เพราะตั้งโปรแกรมตามใจชอบได้ ไม่ต้องซื้อเสียงเสียเงินจำนวนมาก ซื้อตัวโปรแกรมเมอร์อย่างเดียวจบ บรรยากาศการทำประชามติครั้งนี้ ฝ่ายต้องการลงมติไม่รับร่างไม่มีทางสู้ได้ เพราะไม่สามารถรณรงค์ได้ เหมือนกับการปิดประตูตีแมว ไม่เป็นผลดีเพราะคนไทยไม่ชอบการบังคับ

ให้สิทธิไม่เท่าเทียมพาชาติถอยหลัง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในมาตรา 2 ที่ กรธ.กำหนดไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงน่าเชื่อถือว่าเป็นหลักการพื้นฐาน ซึ่งนานาประเทศยึดถือ แต่การยินยอมให้ คสช.เพียงไม่กี่คนตั้ง ส.ว. 250 คน ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ 50 ล้านคน กลับเลือก ส.ส.ได้เพียง 500 คน สิทธิที่แตกต่างกันเช่นนี้ ขัดหลักการว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหรือไม่ และที่ กรธ.ต้องการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูป จึงต้องดีกว่าของเก่าที่เคยมีมา การทำให้ประชาชนมีสิทธิไม่เท่าเทียมกันในการเลือกสมาชิกรัฐสภาเช่นนี้ ถือเป็นการก้าวถอยหลัง ทำให้ประเทศชาติเสียหายในระยะยาว

“องอาจ” จี้ คสช.ปลดล็อกการเมือง

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนา “ถกแถลงปัญหาประชามติ” โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้งสถาบันสร้างอนาคตไทย และเครือข่ายเว็บไซต์ประชามติ โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้ กกต. จัดเวทีแสดงความคิดเห็นการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญหน่วยงานเดียว ควรให้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย คสช.ควรทบทวนการห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำประชามติเป็นเรื่องการเมือง อะไรทำได้หรือไม่ได้ควรบอกให้ชัดเจน และ คสช.ต้องไม่ใช้กลไกอำนาจรัฐ และบุคคลในเครื่องแบบ ไปชี้นำการออกเสียงประชามติ เพราะจะส่งผลต่อการยอมรับรัฐธรรมนูญในอนาคต

“พงศ์เทพ” บี้ชี้ทางออกประชามติล่ม

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำประชามติเป็นเพียงพิธีกรรม เวทีของ กกต.หาคนฟังยาก ส่วนใหญ่คนจะสนใจฟังเวทีของพรรคการเมืองที่เขาสนับสนุน ครั้งนี้จึงยากยิ่งกว่าเดิม กกต.จะมีปัญญาจัดเวทีได้อย่างไร จะมีใครกล้าแสดงความคิดที่แตกต่างบ้าง อยากให้สถาบันการศึกษาทำเหมือนตอนยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 หยิบประเด็นความเห็นต่างมาถกเถียงให้ได้ความคิดเห็นที่หลากหลาย จะนำไปสู่ประชามติที่แท้จริง อีกทั้งในร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 วรรค 2 ที่ระบุว่า ผู้ใดเผยแพร่ในสื่อ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หรือลักษณะอื่นใดโดยมุ่งหวังไม่ให้ไปออกสิทธิออกเสียง ถือว่าก่อความวุ่นวาย จะทำให้แสดงความคิดเห็นได้ยากจึงควรตัดออก หากประชามติไม่ผ่านควรบอกให้ชัดเจนว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้หรือถามพ่วงการทำประชามติว่าควรให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหลังการเลือกตั้งโดยประชาชน ให้ได้รัฐธรรมนูญที่ยอมรับหรือไม่

“บิ๊กบัง” ติง คสช.ละเลยหลอมรวมคนไทย

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวว่า ยอมรับว่าการทำประชามติปี 2550 คนอ่านร่างรัฐธรรมนูญน้อย คราวนี้หากประชาชนไม่มีความเข้าใจ จะกลับมาวัฏจักรเดิม อยากให้ประชาชนมีความเข้าใจจริง ฝ่ายการเมืองต้องเข้าใจชัดเจน และมองว่าสิ่งหนึ่งที่ คสช.ยังไม่ได้ทำคือทำให้คนไทยรวมเป็นฝ่ายเดียวกัน นายนิกร จํานง สมาชิก สปท.กล่าวว่า ควรจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมของบุคคลทุกฝ่าย ให้วิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์ของรัฐ จัดสรรเวลาออกอากาศตามที่ กกต.กำหนด

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การทำประชามติจะกลายเป็นพิธีกรรม เพราะประชาชนไม่อ่านรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ ฉะนั้นต้องเปิดกว้างในการถกแถลง สร้างความเข้าใจตัดข้อจำกัดออกไป ถ้ายังอยู่ในบรรยากาศที่สิทธิเสรีภาพถูกจำกัด การแสดงความคิดเห็นจะเกิดยาก

นายโคทม อารียา อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นควรจัดเป็นหมวดว่าใครอยากแสดงความคิดเห็นเรื่องอะไร แล้ววางไว้ที่ กกต.จะได้เชิญไปแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้นๆ และการแสดงความคิดเห็นแต่ละเวทีควรมีตัวแทนจากภาคการเมือง อดีต ส.ว.และภาคประชาสังคม

ถึงคิว “วรชัย” ถูกคุมตัวปรับทัศนคติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สมุทรปราการ ว่า เมื่อเวลา 10.40 น.ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.อาทิตย์ ดีประเสริฐ เสนาธิการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 555/340 หมู่บ้านเลอร์นีโอ 2 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ของนายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. โดย พ.อ.อาทิตย์นำกำลังทหาร 3 นาย เข้าไปเชิญนายวรชัยไปปรับทัศนคติ นำตัวขึ้นรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน กข 4878 ปราจีนบุรี ก่อนขึ้นรถนายวรชัยได้หันหน้ามาโบกมือทักทายกับสื่อมวลชน ไม่มีท่าทีเคร่งเครียด ก่อนที่ขบวนรถนำโดยฟอร์จูนเนอร์สีขาวหมายเลขทะเบียน 2กณ 8032 กรุงเทพมหานคร เดินทางออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ระบุว่าจะเดินทางไปที่ใด ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.นายวรชัยได้ให้ความเห็นเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ

ยันพูดเรื่องจริง ปัดให้ร้าย “ประยุทธ์”

ก่อนหน้านี้นายวรชัยให้สัมภาษณ์ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทหารมาเชิญตัวว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาให้ร้ายนายกฯ สิ่งที่ตนพูดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจริง ถ้ามีปัญหาแบบนี้ต่อไปหลังเลือกตั้งจะมีปัญหาความขัดแย้งตามมาอีก หรือฝ่ายการเมืองชนะก็บริหารประเทศไม่ได้ เมื่อพรรคการเมืองไหนไม่สามารถถือเสียงข้างมากได้ จะไปรวมกับหลายพรรค จะมีโควตา ทุกคนไปเอา ส.ส.มาอยู่ในแก๊งมีการจ่ายเงิน ขอตำแหน่งกัน เป็นต้น เหตุการคอร์รัปชัน จึงมองว่าถ้าหากเราร่างรัฐธรรมนูญให้ดีเลย ไม่ต้องมีกับดักเหมือนที่ผ่านมาไม่ดีกว่าหรือประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ หากท่านร่างรัฐธรรมนูญให้ดีและมาลงเลือกตั้งเอง เชื่อว่าประชาชนจะยกนิ้วให้ยกย่องให้เป็นฮีโร่

“ท่านอาจมองคำพูดผมในมุมของนักการทหาร แต่วันนี้ท่านเป็นนักการเมือง เราเห็นว่าอนาคตมีกับดักก็ต้องบอกไป ต้องฟังผมบ้าง เพื่อเป็นกระจกสองด้าน อาจจะเอาไปแก้ปัญหาได้ วันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องบอกผ่านสื่อ เพื่อเป็นสื่อกลางนำไปบอกรัฐบาล วันนี้นายทหารจะมารับตัวผมเพื่อไปปรับทัศนคติ ที่นายกฯ พูดว่าทำไมไม่พูดเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง ไม่พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองกับเศรษฐกิจเป็นเรื่องคู่กัน ถ้าการเมืองสงบได้รัฐบาลเข้มแข็ง การเมืองดีเศรษฐกิจก็ดีตามมา ผมต้องการให้การเมืองเข้มแข็งเป็นประชาธิปไตยจริงๆ สัก 80 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี นี่คือความรู้สึกและความต้องการของหัวใจผม ไม่ได้ต้องการให้ร้ายใคร” นายวรชัยกล่าว

ป้อง “วรชัย” พูดผิดเวลาแสลงหูผู้นำ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ส่วนกรณี คสช.เชิญตัวนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ไปปรับทัศนคติหลังจากระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ลาออกจากตำแหน่ง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติว่า คำพูดของนายวรชัยไม่เห็นจะมีปัญหาหรือความรุนแรง ไม่มีเนื้อหาดูถูกเหยียดหยามเป็นเพียงการพูดถึงมิติของความรับผิดชอบเท่านั้น เพียงแต่นายวรชัยพูดผิดเวลา หากพูดขณะผู้นำอารมณ์ดีคงไม่เกิดปัญหา

คสช.แจงลบคมปากพูดไม่สร้างสรรค์

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.)จำเป็นต้องเชิญนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาพบเนื่องจากการให้ความเห็นที่ผ่านมาส่วนใหญ่ดูไม่สร้างสรรค์มีการใช้คำเสียดสีดูแคลนบุคคลอื่นๆในลักษณะกล่าวหา โดยขาดข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอยู่บ่อยครั้ง ภาพรวมของการแสดงออกของนายวรชัย อาจไปมีผลทำให้สังคมเข้าใจผิดในตัวบุคคลองค์กรที่ถูกพาดพิง อาจทำให้สังคมสับสนและเกิดความขัดแย้งได้ พฤติกรรมโดยรวมดูไม่เป็นไปตามแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อย และไม่สอดคล้องกับบรรยากาศการเดินหน้าประเทศ ถ้าเป็นไปตามแนวทางเดิมคงจะตักเตือนทำความเข้าใจควบคู่ไปกับขอความร่วมมือเป็นลำดับแรก

เชียงใหม่คึก “แม้ว–ปู” แจกขันน้ำสีแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงใหม่ ว่า ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ที่จะมีการจัดงานประหยัดน้ำเล่นสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ พบว่าชาวเชียงใหม่ต่างฮือฮาคึกคัก เนื่องจากพบว่าตามชุมชนหลายแห่งต่างได้รับแจกขันน้ำสีแดง พร้อมภาพถ่ายของนายทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ในท่ายกมือไหว้ พร้อมคำอวยพร และข้อความใต้ภาพว่า “สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559 สงกรานต์ปีนี้รู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน รักและคิดถึง” สำหรับข้อความติดขันน้ำสีแดง มีข้อความว่า “แม้สถานการณ์จะร้อนขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและห่วงใย สุขสันต์วันสงกรานต์” ทั้งนี้ มีชาวบ้านซึ่งขอสงวนนาม นำขันน้ำที่ได้รับแจกมาให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าดีใจที่นายทักษิณยังไม่ลืมชาวเชียงใหม่ ส่งขันน้ำและคำอวยพรมาให้ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ เพื่อสื่อให้ชาวเชียงใหม่เล่นน้ำอย่างประหยัดและรักษาประเพณีไว้ นอกจากนี้ ยังมีผู้นำขันสีแดงมาโพสต์ต่อกันไปในโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย

หวั่น กศจ.กลายพันธุ์เป็นมาเฟียครู

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่ง คสช.ที่ 10/2559 และ 11/2559 เพื่อปฏิรูปการศึกษาว่า ทราบว่ารัฐบาลพยายามเต็มที่แก้ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพของการจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาค และกำจัดเหลือบในวงการศึกษา ที่แฝงหากินกับ อ.ก.ค.ศ. แต่การรวบอำนาจไว้ที่กรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ในระยะยาวจะมีปัญหามาเฟียแอบหาผลประโยชน์กับเพื่อนครูเกิดขึ้นได้อีก จึงควรเทน้ำหนักการปฏิรูปเพื่อคุณภาพการศึกษามาที่โรงเรียน ไม่ใช่ที่ศึกษาธิการจังหวัด โดยเพิ่มอำนาจ และงบประมาณลงตรงไปที่โรงเรียน ผอ.โรงเรียนเป็นเจ้าภาพ ภารกิจเพื่อคุณภาพการศึกษา ส่วนศึกษาธิการจังหวัดทำหน้าที่สนับสนุน กำกับ ติดตาม ประเมินผล และอำนวยความสะดวก ถ้า ผอ.ไร้ฝีมือ ประเมินไม่ผ่านก็เปลี่ยน ผอ. เริ่มนำร่องในโรงเรียนที่พร้อมก่อน

ปลัด กต.มะกันจี้ไทยคืนประชาธิปไตย

วันเดียวกัน ที่ตึก 17 มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา ดร.ซาราห์ ชูวัล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการความมั่นคงของพลเมืองประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน บรรยายพิเศษหัวข้อ “การสร้างสันติภาพและการมีส่วนร่วมประชาชน โดยมีอาจารย์และนักศึกษาเข้าฟังจำนวนมาก โดย ดร.ซาราห์ได้กล่าวตอนหนึ่ง นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันมาตลอดว่า ปัญหาการก่อการร้ายของไอเอส เป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติทั้งโลก สหรัฐฯมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะต้องขจัดภัยคุกคามจากไอเอส ทั้งในเอเชียและที่อื่นๆ โดยในเอเชียได้ติดตามความเคลื่อนไหวของไอเอสเป็นพิเศษ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศในด้านการข่าวและการป้องกัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯเห็นว่ารัฐบาลไทยจะต้องเร่งคืนประชาธิปไตยให้กับชาวไทยโดยเร็ว เพื่อจะเป็นการแก้ปัญหาทั้งในเรื่องประชาธิปไตยและเรื่องของสิทธิมนุษยชน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    26.3%
  • ไม่ชอบ
    33.6%
  • สนุก
    36.1%
  • ประหลาดใจ
    1.3%
  • เสียใจ
    1.5%
  • ให้กำลังใจ
    1.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement