'พีเอฟพี' ตั้งเป้าโต 15% ยอดขาย 5 พันล้าน ย้ำ IUU ไม่กระทบ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'พีเอฟพี' ตั้งเป้าโต 15% ยอดขาย 5 พันล้าน ย้ำ IUU ไม่กระทบ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2559 16:00
1,015 ครั้ง


"พีเอฟพี" พาสื่อชมโรงงานชูจุดเด่นเครื่องจักรทันสมัย วัตถุดิบสะอาดตรวจสอบย้อนกลับได้ ได้เครื่องหมายฮาลาล ตั้งเป้าปีนี้ เติบโต 15% ยอดขายแตะ 5 พันล้าน ลั่น IUU ไม่กระทบส่งออก... 

นายทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. (พีเอฟพี) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งรายใหญ่ กล่าวว่า พีเอฟพีได้เปิดโรงงานตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.สงขลา ให้สื่อมวลชนชมกระบวนการผลิตสินค้า เพื่อให้เห็นเครื่องจักรการผลิตทันสมัย วัตถุดิบคุณภาพ ได้เครื่องหมายฮาลาลและผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ทั้งในประเทศ และเกี่ยวกับการส่งออกทุกผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานทั้งคนไทยและต่างชาติคือ ลาวและกัมพูชา โดยไม่แบ่งแยก รวมทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมดูแลสังคมของโรงงาน ซึ่งมีระบบการบำบัดน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต และแก๊สชีวภาพตามแนวทางพระราชดำริ

ผลิตภัณฑ์พีเอฟพีตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ กระบวนการผลิตของพีเอฟพีแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ปูอัดและเต้าหู้ปลา แบ่งออกเป็น 2 โรงงาน ซึ่งโรงงานที่ 1 ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เต้าหู้ปลา เต้าหู้แผ่น ชิกูว่าและปลา-กุ้งทิพย์ รวมกำลังการผลิต 16 ตันต่อวัน ส่วนโรงงานที่ 2 ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ปูอัด IQF ปูอัด Vacuum Snow crab เต้าหู้ปลา ลูกชิ้น -ซาลาเปา ทอดมันกุ้ง-กลุ่มทอด ก้ามปู-กุ้งเทียมและอื่นๆ รวมกำลังการผลิต 81 ตันต่อวัน 

ประธานกรรมการบริหารกลุ่มพีเอฟพี กล่าวถึงกรณีสหภาพยุโรป (อียู) ให้ใบเหลืองเตือน กรณีมีปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) แก่ไทย ว่า เรือประมงเดือดร้อนและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเดือดร้อน แต่พีเอฟพีไม่ได้รับผลกระทบ เพราะวัตถุดิบของพีเอฟพีสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด ปฏิบัติตามหลักและมาตรฐานสากลตามที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากพีเอฟพีส่งออกสินค้าไปยังยุโรป อเมริกาและประเทศอื่นๆ มานานแล้ว 

สินค้าพีเอฟพีพร้อมถึงมือผู้บริโภค

นายธวัชชัย รัตนะพิสิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี.ฯ กล่าวว่า สินค้าหลักของพีเอฟพีมี 2 กลุ่มคือ ปูอัดและเต้าหู้ปลา ปี 2559 มีแผนขยายตลาดครอบคลุมทุกช่องทางการจัดจำหน่ายด้วยสัดส่วนการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ 60% และส่งออกต่างประเทศ 40% เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภคในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยการขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง ร้านอาหาร โรงแรมและการส่งออก

สำหรับตลาดในประเทศนั้น จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งตลาดสด โมเดิร์นเทรด รวมทั้งเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายทางคอนวีเนียนสโตร์ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการด้านอาหารมากยิ่งขึ้น ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น ได้ตั้งเป้าการเติบโตปีนี้อยู่ที่ 10% โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกา เนื่องจากมีกำลังการซื้อสูงและเน้นคุณภาพของสินค้า สอดคล้องกับการวางตำแหน่งสินค้าของพีเอฟพีที่เน้นเจาะตลาดลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ขณะที่ตลาดเอเชียเน้นการเติบโตไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของสินค้ากลุ่มปูอัด

กระบวนการผลิตปูอัดของพีเอฟพี

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนตลาดซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม จะเน้นขยายไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตและโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ในเมือง นอกจากนี้ ยังได้รุกตลาดใหม่ที่เป็นประเทศกลุ่มอิสลามอย่างอินโดนีเซีย เพื่อจะให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและสนับสนุนส่งออกสินค้าและบริการฮาลาลของไทยให้อยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของโลกภายใน 5 ปี

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ที่พีเอฟพีวางไว้เพื่อเป็นการรุกตลาดต่างประเทศในปีนี้ ได้แก่ 1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าและรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป 2. รักษาฐานลูกค้าเดิมและรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้คงอยู่ไม่ต่ำกว่า 10% 3. จะเพิ่มปริมาณการซื้อของลูกค้าเดิม 5-10% และ 4. แสวงหาลูกค้าใหม่ 

กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท พีเอฟพี กล่าวอีกว่า ตั้งเป้าปี 2559 เติบโตที่ 15% คิดเป็นยอดขายประมาณ 5,000 ล้านบาท จากยอดขายเมื่อปี 2558 โดยใช้งบด้านการตลาดประมาณ 30 ล้านบาท แยกเป็นใช้ในกิจกรรมแจกของรางวัลโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีในปีนี้ โดยให้ลูกค้าตัดชิ้นส่วนส่งลุ้นรางวัลประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนงบที่เหลือเป็นโปรโมชั่นต่างๆ.   

    

 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    43.5%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    2.2%
  • ประหลาดใจ
    32.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    21.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement