แท็กซี่ชนเก๋งจอดเสีย หนุ่มพลเมืองดีกำลังช่วย กระเด็นตกสะพานดับ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แท็กซี่ชนเก๋งจอดเสีย หนุ่มพลเมืองดีกำลังช่วย กระเด็นตกสะพานดับ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2559 14:52
5,416 ครั้ง


หนุ่มพลเมืองดี จอดรถช่วยผู้ใช้ทาง ถูกแท็กซี่ควบฝ่าฝน ชนตกสะพานดับ เจ็บอีก 1 ก่อนเข้ามอบตัว ตร. อ้างรีบไปส่งรถ ยันไม่ได้หนี แต่หลบไปตั้งหลัก หลังมีคนพยายามเข้ารุมทำร้าย ด้าน ภรรยาผู้เคราะห์ร้าย รุดดูศพ โอด จากนี้จะอยู่อย่างไร ...        

เมื่อเวลา 03.20 น. วันที่ 26 มี.ค. ร.ต.อ.วิทยา รัตนัง รอง สว.(สอบสวน) สน.สำเหร่ รับแจ้งมีเหตุรถชนคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบริเวณสะพานต่างระดับราชพฤกษ์ มุ่งหน้าถนนรัชดาท่าพระ ช่วงเหนือสี่แยกตากสิน แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม.จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมกู้ชีพ รพ.ตากสิน        

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านบนตรงกลางสะพานต่างระดับเหนือสี่แยกตากสิน พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีขาว ฆฬ 1586 กรุงเทพมหานคร จอดเสียเปิดไฟผ่าหมากอยู่ที่ริมถนนตรงขอบทางด้านซ้าย ห่างมาทางด้านหลังราว 10 เมตรที่ช่องทางเดินรถเดียวกัน พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฌบ 2273 กรุงเทพมหานคร ถูกชนท้ายอย่างรุนแรงจนหมุนขวางถนน สภาพกันชนท้ายซีกขวา และตัวถังรถข้างขวาพังยับเยิน โดยรถคู่กรณีที่พุ่งชนเป็นแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทส 5689 กรุงเทพมหานคร เสียหลักฟาดเข้ากับขอบทางห่างจากรถคู่กรณีทั้ง 2 คันไปทางด้านหน้าประมาณ 30 เมตร สภาพรถกันชนหน้าพังยุบจนถึงห้องเครื่อง

เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าของรถโตโยต้า วีออส ทราบชื่อ น.ส.ปัณณิชา ครรภาฉาย อายุ 35 ปี ถูกแรงกระแทกอัดเข้าที่ขาข้างซ้ายหัก ขณะจอดรถลงมาขอความช่วยเหลือ หน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่ง รพ.เซนต์หลุยส์ ให้แพทย์รักษา สำหรับพลเมืองดีซึ่งเป็นเจ้าของรถฮอนด้า แจ๊ส ที่จอดรถลงมาช่วยเหลือ เคราะห์ร้ายถูกพุ่งชนจนร่างลอยละลิ่วตกจากสะพานความสูงราว 10 เมตร ลงไปกระแทกพื้นเบื้องล่าง ทราบชื่อ นายเกียรติศักดิ์ สุรินทร์ อายุ 28 ปี ชาว อ.งาว จ.ลำปาง มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ ทีมแพทย์กู้ชีพพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่อาการสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวน นายชิงชัย สมบุญเก่า อายุ 27 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ฝนกำลังโปรยลงมา ตนขับรถจักรยานยต์ขึ้นสะพานต่างระดับจะมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านถนนราชพฤกษ์ เห็น น.ส.ปัณณิชา จอดรถเปิดไฟผ่าหมาก ลงมาขอความช่วยเหลือจากรถคันหลัง เนื่องจากรถเสียตรงจุดอันตรายที่ตรงกลางสะพานพอดี ซึ่งตนไม่มีความรู้เรื่องช่าง จึงไม่สามารถทำอะไรได้ กระทั่ง นายเกียรติศักดิ์ ผู้ตาย ขับรถขึ้นสะพานตามหลังมา และจอดรถ เพื่อจะเข้าช่วยเหลือ ระหว่างที่ นายเกียรติศักดิ์ กำลังเดินเข้าไปสอบถาม น.ส.ปัณณิชา อยู่นั้น จู่ๆ รถแท็กซี่คู่กรณี ก็เร่งเครื่องขึ้นสะพานมาอย่างรวดเร็ว จนพุ่งชนท้ายรถของ นายเกียรติศักดิ์ เสียงดังสนั่น ส่งผลให้ร่าง นายเกียรติศักดิ์ ถูกกระแทกจนตกสะพาน ลงไปสู่พื้นด้านล่างต่อหน้าต่อตา ส่วน น.ส.ปัณณิชา ก็โดนตัวถังรถอัดก๊อบปี้ ขาหัก โชคดีมากที่ตนยืนห่างพอสมควร จึงไม่ได้รับบาดเจ็บไปด้วยจากเหตุการณ์นี้ ส่วนโชเฟอร์รถแท็กซี่คู่กรณีอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป พอตั้งสติได้ตนจึงรีบแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

ต่อมา น.ส.รุ่งนภา ธนสารสกุล อายุ 34 ปี ภรรยา นายเกียรติศักดิ์ ผู้ตายทราบข่าว จึงรีบรุดมาดูศพสามีถึงกับร้องไห้โฮ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ผู้ตายกำลังจะขับรถไปหาเพื่อน ซึ่งตนก็เตือนแล้วว่าอย่าออกมา เพราะฝนกำลังตก ไม่คิดว่าสามีจะต้องมาจบชีวิต เพราะความใจดีมีน้ำใจจะเข้าช่วยเหลือผู้อื่น ชีวิตหลังจากนี้ ตนกับลูกสาววัย 7 เดือน ไม่รู้จะอยู่อย่างไร

ต่อมา เวลา 07.00 น. นายสุชีพ พลพิทักษ์ อายุ 51 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทส 5689 กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท.วิทยา รัตนันทน์ รอง สว.(สอบสวน) สำเหร่ ภายหลังหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น นายสุชีพ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เช่ารถแท็กซี่จากอู่รถย่านถนนเอกชัย ออกรับผู้โดยสารตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่  25 มี.ค. กำลังจะไปส่งรถคืนอู่ในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสะพานข้ามแยก ตนยอมรับว่าขับมาด้วยความเร็วพอสมควร และไม่เห็นรถที่จอดเสียอยู่ แต่เมื่อเห็นก็เป็นในระยะกระชั้นชิด พยายามเบรกแต่ไม่อยู่ ทำให้พุ่งชนรถที่จอดอยู่เข้าอย่างจัง เมื่อเกิดเหตุแล้ว ตนก็ลงมาดูผู้บาดเจ็บ และพยายามจะพาไปส่งโรงพยาบาล แต่ผู้บาดเจ็บนั้นสาหัสมาก หากตนช่วยเหลือไม่ถูกวิธีอาจเป็นอันตรายได้ ส่วนสาเหตุที่หนีนั้น ไม่ได้ตั้งใจที่จะหนีคดี แต่ว่าภายหลังเกิดเหตุ มีผู้ใช้เส้นทางหลายคนจอดดูเหตุการณ์และพยายามจะเข้ามาทำร้ายชกต่อยตน จึงได้ตัดสินใจหนีไปตั้งตัวก่อน และจะเข้าพบพนักงานสอบสวนภายหลัง

"ตนต้องกราบขอโทษผู้เสียชีวิต รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิตด้วยเหตุการณ์นี้ ตนไม่ได้ตั้งให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตนรู้สึกผิดและเสียใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปบวชเพื่อขอขมา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตายภายหลังจากนี้" นายสุชีพ กล่าว
 
ด้าน พ.ต.อ.ศุภรกฤษฎิ์ ประชากิตติกุล ผกก สน.สำเหร่ เผยว่า ในส่วนของคดีนั้น เบื้องตนอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนตัวโชเฟอร์ที่เดินทางเข้ามามอบตัวอยู่ ซึ่งได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาสอบเพิ่มเติม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    12.3%
  • ไม่ชอบ
    3.5%
  • สนุก
    1.8%
  • ประหลาดใจ
    5.3%
  • เสียใจ
    40.4%
  • ให้กำลังใจ
    36.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement