รวบได้แล้ว 2 ผู้ต้องหา คดีหักหลังซื้อขายรถแบ็กโฮ ดับ 2 ศพที่นครปฐม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รวบได้แล้ว 2 ผู้ต้องหา คดีหักหลังซื้อขายรถแบ็กโฮ ดับ 2 ศพที่นครปฐม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2559 15:05
1,754 ครั้ง


ตร.กองปราบ รวบ 2 ผู้ต้องหา คดีหักหลังซื้อขายรถแบ็กโฮ ที่นครปฐม มีผู้เสียชีวิต 2 ศพได้แล้ว ด้านผู้ต้องหาอ้างผู้ตายผิดสัญญาเช่าซื้อรถ จนมีปากเสียงกัน ก่อนลั่นไกปืน  บอกทำลงไปเพื่อปกป้องชีวิต-ทรัพย์สิน และรายละเอียดขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น 

เมื่อ 26 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณี นายสุรศักดิ์ อาจหาญ อายุ 51 ปี อาชีพรับเหมาถมดิน อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 5 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครปฐมว่า ถูกคนร้ายปล้นชิงทรัพย์รถแบ็กโฮ และยิงเพื่อนกับลูกน้องของตนเสียชีวิต 2 ศพ บนถนนเพชรเกษม กม.63 ฝั่งมุ่งหน้าเข้า จ. ราชบุรี หน้าศาลเยาวชนจ.นครปฐม เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิต 2 คน คือ นายปราโมทย์ คงชนะ อายุ 58 ปี เป็นนายหน้าซื้อขายรถแบ็กโฮ ชาว จ.กระบี่ ถูกยิงด้วยปืน 9 มม.เสียชีวิต และนายณรงค์ เนตรพระฤทธิ์ อายุ 21 ปี คนขับรถของนายสุรศักดิ์ (ผู้แจ้งความ) ได้ถูกแทงที่บริเวณหน้าท้อง และพยายามกระเสือกกระสนหนีคนร้าย แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงล้มฟุบกลางถนน เสียชีวิต ก่อนถูกรถบรรทุกแล่นทับซ้ำนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าท่ีตำรวจกองปราบสามารถจับกุมตัว นายจารึก พลดี ได้แล้วที่สถานีรถไฟจังหวัดตรัง หลังจากขยายผลจากการจับกุมนายธีรยุทธ รัตนะพรหม ที่ จ.นครปฐม ได้แล้วก่อนหน้านี้ พร้อมก้บฝากขังไว้ที่จังหวัดนครปฐม โดย ตร.กองปราบ สืบสวนทราบว่านายจารึกซึ่งเป็นลูกน้องของนายธีรยุทธนั้น ได้ก่อเหตุขึ้น และกลุ่มผู้เสียชีวิตได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถแบ็กโฮจากนายธีรยุทธ และมีการส่งมอบเงินดาวน์ให้แล้วส่วนหนึ่ง โดยนายธีรยุทธ ได้นำเงินดาวน์ที่ได้รับมาไปดาวน์รถแบ็กโฮ จากบริษัทแห่งหนึ่งจำนวน 2 คัน แต่กลับส่งมอบรถให้กับผู้เสียชีวิตเพียง 1 คัน ภายหลังจึงมีการติดตามทวงถามจึงเกิดการโต้เถียงกัน เนื่องจากทำผิดสัญญาข้อตกลง ทำให้นายจารึก ใช้อาวุธปืนยิงนายปราโมทย์ และใช้มีดแทงนายณรงค์เสียชีวิต ส่วนนายสุรศักดิ์ อาจหาญ ได้รับบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบประวัติของนายจารึกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเคยเป็นผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่า ซึ่งตำรวจสืบสวนยังสืบทราบว่า นายจารึกยังเป็นมือปืนในซุ้มแห่งหนึ่งในภาคใต้ เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้ ทางนายจารึกให้การว่า เพราะต้องการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนรายละเอียดขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เดินทางไปรับตัว นายจารึก จากกองบังคับการปราบปราม กลับมาดำเนินคดียังท้องที่เกิดเหตุ โดยประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ร่วมกับชุดสืบสวน ปูพรมงมหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่ง นายจารึก ให้การว่าโยนทิ้งในพงหญ้าข้างทาง ริมถนนเพชรเกษม ขาเข้าราชบุรี หน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันค้นหากว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่พบ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบสำนวน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    33.3%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    66.7%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement