วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารเชิญ 'วรชัย' ปรับทัศนคติ เจ้าตัวยันไม่เจตนาให้ร้ายนายกฯ

เจ้าหน้าที่ทหาร เชิญ 'วรชัย เหมะ' อดีต ส.ส.เพื่อไทย ไปปรับทัศนคติ ยังไม่ทราบจุดหมาย ขณะที่เจ้าตัวยันไม่มีเจตนาให้ร้ายนายกฯ แค่วิจารณ์ในมุมมองนักการเมือง เพราะเห็นว่าเรื่อง รธน. เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ …

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มี.ค.59 บรรยากาศที่ บ้านเลขที่ 555/340 หมู่บ้านเลอร์นีโอ 2 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึงกรณีตนออกมาให้ความเห็นเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากตำแหน่งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารเดินทางมาที่บ้านพักเพื่อเชิญ นายวรชัย เหมะ ไปปรับทัศนคติ

โดย นายวรชัย ให้สัมภาษณ์ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทหาร ว่า จากที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาให้ร้ายกับท่านนายกรัฐมนตรี โดยจากอดีตที่ผ่านมา สิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง พฤษภาทมิฬ ถ้ามีปัญหาแบบนี้ต่อไปหลังจากเลือกตั้งอีกก็จะมีปัญหาตามมาอีกในเรื่องความขัดแย้ง หรือว่าฝ่ายการเมืองชนะก็บริหารประเทศไม่ได้ ที่สำคัญในเมื่อพรรคการเมืองไหนไม่สามารถถือเสียงข้างมากได้ ก็จะไปรวมกับพรรคการเมืองหลายพรรค เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตามมาถ้ามีการเมืองหลายพรรค ก็มีโควตา โดยทุกคนก็ไปเอา ส.ส. มาอยู่ในแก๊งของตัวเอง ขณะเดียวกัน ส.ส. ที่อยู่ในแก๊ง ก็จะขอตำแหน่ง ซึ่งเป็นต้นเหตุการคอร์รัปชัน จึงทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ผมจึงมองประเด็นนี้ว่าถ้าหากเราร่างรัฐธรรมนูญให้ดีเลย ไม่ต้องมีกับดักเหมือนที่ผ่านไม่ดีกว่าหรือ ประเทศก็จะเดินไปข้างหน้าได้

อย่างไรก็ดี หากท่านร่างรัฐธรรมนูญให้ดีและมาลงเลือกตั้งเอง เชื่อว่าประชาชนจะยกนิ้วให้และยกย่องท่านให้เป็นฮีโร่ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ผมไม่อยากให้ประเทศเสียเวลา นักการเมืองก็ไม่ใช่คนชั่วทุกคน ตนเองก็ประกอบอาชีพโดยความซื่อสัตย์ และก็ทำหน้าที่นักการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ก็ต้องมีหน้าที่ทำให้ประเทศเดินหน้า ที่ผ่านมาผมพูดไปไม่ได้ให้ร้ายท่าน โดยท่านอาจจะมองคำพูดผมในมุมของนักการทหาร แต่ผมมองในมุมนักการเมือง เพราะนักการเมืองจะต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ สมัยอดีตท่านเป็นนักการทหารแต่วันนี้ท่านเป็นนักการเมือง เราเห็นว่าอนาคตมีกับดักก็ต้องบอกท่านไป ที่จริงท่านต้องฟังผมบ้างเพื่อเป็นกระจกสองด้าน โดยด้านหนึ่งท่านก็อาจจะเอาไปแก้ปัญหาได้ เนื่องจากผมพูดสะท้อนจากความรู้สึกของประชาชนมา

วันนี้นายทหารจะมารับตัวผมเพื่อไปปรับทัศนคติ ก็เป็นเรื่องปกติของนักประชาธิปไตย ที่เค้าแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ถ้าผู้มีอำนาจเห็นว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูดก็เป็นบุญของประเทศไทย แต่ถ้าผู้มีอำนาจเห็นว่าสิ่งที่พูดเป็นการทำลายและการเป็นติติง แต่ผมว่าในความรู้สึกของผมถ้าท่านรับฟังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยผมไม่ได้ต้องการให้ร้ายท่านแต่อย่างใด

นายวรชัย กล่าวต่อว่า ในเมื่อพูดถึงความชอบธรรมในเรื่องการวิจารณ์นักการเมืองนั้น ผมมองว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีบรรยากาศประชาธิปไตย คือสิทธิเสรีภาพสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือความเชื่อมั่นของประเทศไทยที่จะต้องทำให้ได้ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดว่า ทำไมพูดเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง ทำไมไม่พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจบ้างนั้น ตนว่าการเมืองกับเศรษฐกิจเป็นเรื่องคู่กัน ถ้าการเมืองสงบได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง การเมืองดีเศรษฐกิจก็ดีตามมาเป็น เรื่องปกติ แต่ถ้าการเมืองอ่อนแอ เหมือนที่รัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำให้การเมืองอ่อนแอ เศรษฐกิจก็ยิ่งแย่ตามไปอีก เนื่องจากทั้งสองอย่างเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกัน จนแยกจากกันไม่ออก หลายประเทศการเมืองเค้าเข้มแข็ง เค้าก็เลยพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนได้ คือเรื่องสำคัญ ผมต้องการให้การเมืองที่เข้มแข็งเป็นประชาธิปไตยจริงๆ สัก 80 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี นี่คือความรู้สึกและความต้องการของหัวใจผม โดยไม่ได้ต้องการให้ร้ายใคร

ต่อมา เวลา 10.40 น. เจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พ.อ.อาทิตย์ ดีประเสริฐ เสนาธิการ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ได้เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่นำกำลัง 3 นาย เข้าไปเชิญ นายวรชัย ออกมาขึ้นรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน กข 4878 ปราจีนบุรี ระหว่างที่นายวรชัย ขึ้นไปนั่งบนรถตู้ ยังได้หันหน้าออกมาโบกมือทักทายกับสื่อมวลชน โดยไม่มีท่าทีเครียดแต่อย่างใด ก่อนที่ขบวนรถ นำโดย ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กณ 8032 กรุงเทพ เดินทางออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ระบุว่าจะเดินทางไปที่ใด

เจ้าหน้าที่ทหาร เชิญ 'วรชัย เหมะ' อดีต ส.ส.เพื่อไทย ไปปรับทัศนคติ ยังไม่ทราบจุดหมาย ขณะที่เจ้าตัวยันไม่มีเจตนาให้ร้ายนายกฯ แค่วิจารณ์ในมุมมองนักการเมือง เพราะเห็นว่าเรื่อง รธน. เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ … 26 มี.ค. 2559 12:49 ไทยรัฐ