ญาติทราบแล้ว! สาวไทยถูกสามีฆ่าที่เยอรมนี ประสานกต.ช่วยเหลือ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ญาติทราบแล้ว! สาวไทยถูกสามีฆ่าที่เยอรมนี ประสานกต.ช่วยเหลือ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2559 10:45
96,775 ครั้ง


ครอบครัวสาวไทยถูกหนุ่มเยอรมันทำร้าย จนเสียชีวิต ที่เมืองฮัมบูร์ก เผย ทราบข่าวการเสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว  ระบุอยู่ระหว่างประสานกต.เดินเรื่องนำเถ้ากระดูกกลับบ้าน พร้อม ยื่นเรื่องขอหลาน 2 คน กลับมาดูแลที่ไทย...

วันที่ 26 มี.ค.59 จากกรณีที่มีการแชร์ข่าวหญิงไทย ถูกสามีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ที่บ้านในประเทศเยอรมัน โดยมีการแชร์ภาพและข้อความ ระบุให้ช่วยแจ้งญาติที่ จ.หนองบัวลำภู ได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวออกตามหาญาติ จนกระทั่งทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ บ้านเลขที่ 309 หมู่ที่ 4 บ้านโคกสะอาด ต.วังปลาป้อม อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู เมื่อเดินทางไปที่บ้านดังกล่าว จึงพบกับครอบครัวของ นายทองจันทร์ วาระสิทธิ์ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นบิดา ของนางนันทิดา มูคา หรือนามสกุลเดิม วาระสิทธิ์ อายุ 31 ปี ผู้เสียชีวิต

นางบัวลา วาระสิทธิ์ อายุ 57 ปี มารดาของนางนันทิดา ได้เล่าเหตุการณ์ที่ได้รับฟังมาว่า นางนันทิดา มีสามีเป็นชาวเยอรมัน มีลูกสองคน ลูกชายคนโต อายุ 7 ขวบ และลูกสาวคนเล็ก อายุ 10 เดือน อาศัยอยู่ที่เมืองฮัมบูร์ก วันเกิดเหตุ คือ วันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.59 ครอบครัวผู้ตายและเพื่อนบ้าน ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน ได้มาร่วมวงดื่มเบียร์ เชียร์ฟุตบอลที่บ้านของเพื่อนบ้าน โดยนายเฮลมุท มูคา อายุ 48 ปี สามีของนางนันทิดา ดื่มเบียร์เชียร์บอลอยู่กับเพื่อน โดยมีลูกสาวอายุ 10 เดือนอยู่ด้วย

ส่วนนางนันทิดา ได้พาลูกชายไปเล่นที่สนามเด็กเล่น ก่อนจะกลับมาที่บ้านเพื่อน นายเฮลมุท จึงบอกว่าลูกสาวหลุดมือศรีษะกระแทกพื้นบวมปูด นางนันทิดา จึงต่อว่า ทำให้นายเฮลมุท อารมณ์เสียหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างกัน 5 หลัง นางนันทิดา ก็พาลูกเดินตามไป จนทั้งคู่เข้าไปในห้องแล้วมีปากเสียงกัน ก่อนที่สามีจะคว้ามีดมาแทงผู้ตายจนเสียชีวิต พ่อและแม่สามีได้ยินเสียง จึงโทรศัพท์แจ้งเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็พบว่า นางนันทิดาถูกแทงหลายแผลและเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนนายเฮลมุท หลังก่อเหตุเกิดอาการช็อก จึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมอาวุธ

ด้าน นางวิมลสิริ วาระสิทธิ์ อายุ 37 ปี พี่สาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ทั้งสองอยู่ที่บ้านของสามี ทั้งคู่แต่งงานจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องมานานสิบกว่าปีแล้ว ครอบครัวน้องกลับมาบ้านทุกปี น้องเขยก็เป็นคนดี ไม่เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าว คนที่บ้านก็รัก ไม่นึกว่าเขาจะทำอย่างนี้

นางวิมลสิริ กล่าวด้วยว่า ทางเราได้ลงไปประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ช่วยเหลือ ทั้งเรื่องการจัดการเรื่องศพและเรื่องต่างๆ เพราะทางญาติสามีของน้องได้ทำเรื่องขอนำศพออกมาฝัง แต่ทางเราก็ได้รีบทำหนังสือขอจัดการศพเอง โดยจะทำการฌาปนกิจ แล้วนำเถ้ากระดูกกลับบ้าน แต่ก็ยังเป็นห่วงหลานทั้งสองคน จึงมีการบอกก็เพิ่มเติมไปว่า ครอบครัวทางประเทศไทยขอดูแล แต่ยังติดปัญหาเรื่องการสะสางคดีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคาดว่า จะใช้ระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์ หลังจากนั้นค่อยจะมีการพิจารณาในเรื่องของเด็ก ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็ขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณา.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    7.6%
  • ไม่ชอบ
    1.6%
  • สนุก
    3.9%
  • ประหลาดใจ
    2.5%
  • เสียใจ
    67.7%
  • ให้กำลังใจ
    16.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement