บิ๊กตู่ฉะพวกอ้างหากิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กตู่ฉะพวกอ้างหากิน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 มี.ค. 2559 06:28
3,549 ครั้ง


คุยบิ๊กป้อมแล้ว ร้องเรียนมาได้ จะไม่ไว้หน้าใคร

“มีชัย” รับผิด มือลั่นทำหลักการ โหวตนายกฯคนนอกไขว้เขว ยันต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ให้ คสช.จิ้มเลือก ส.ว.ตัดปัญหาปลาคนละน้ำ กรธ.เคาะอีก อัพเกรดคุณสมบัติ ส.ส.เข้มข้นขึ้น ห้ามด่างพร้อย ไม่เช่นนั้นตัดสิทธิตลอดชีวิต เพิ่มโควตาผู้นำฝ่ายค้านร่วมถกวิกฤติ ยึดฤกษ์ดีปิดจ๊อบส่งไม้ต่อรัฐบาล “วิษณุ” ย้ำไม่มีเหนียมขอกันโต้งๆ ส.ว.ลากตั้ง ประชามติผ่านหรือไม่อยู่ที่คำอธิบายของ กรธ. แบะท่าถ้าถูกคว่ำต้องแก้ รธน.ชั่วคราวลุยกันต่อ “นิพิฏฐ์” ชี้ใบเสร็จชัด กรธ.สั่งได้ เย้ยวางเกมผิดส่งบิ๊กเหล่าทัพมาให้เชือดถึงสภา “วัฒนา” จวกจ้องกดหัวประชาชน ขอคนไทยตัดสินใจอนาคตให้ดี พท.ซัด รธน.ของคสช.-โดย คสช.-เพื่อ คสช. “บิ๊กต๊อก” ลุ้น รมต.ประเดิมศาลทุจริต แต่ปัดไม่ได้พูด ให้ ป.ป.ช.ประสาน สตง.สอบราชภักดิ์ต่อ “บิ๊กตู่” ฉุนพวกปากไม่ดี ลั่นไม่ไว้หน้าพวกแอบอ้างชื่อหากินอีกแล้ว

หลังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยอมถอยปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แทบทั้งหมด ล่าสุด กรธ.ปรับแก้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ติดคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ห้ามลงสมัคร ส.ส.อีกตลอดชีวิต

“มีชัย” รับผิดมือลั่นปมโหวตนายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่โรงแรมอิมพีเรียล หัวหิน บีช รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม กรธ.นอกสถานที่ เพื่อทบทวนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า ขอแก้ข่าวกรณีนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. ระบุว่าหากจะเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ ให้ใช้คะแนนเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาจำนวน 3 ใน 5 ก็ตกใจว่าเปลี่ยนแปลงตัวเลขตั้งแต่เมื่อใด เพราะตามข้อตกลงคือตัวเลข 2 ใน 3 จึงสอบถามนายอุดมและได้รับคำชี้แจงว่าเอกสารรายละเอียดที่พิมพ์มานั้นคือ 3 ใน 5 แต่ทักท้วงว่าจำได้ตอนที่คุยกันในที่ประชุมคือ 2 ใน 3 ทุกครั้ง เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นความผิดของตน คือ ตอนพิมพ์คงไปพิมพ์เป็น 3 ใน 5 เพราะมีการพูดถึงตัวเลขทั้ง 2 แบบ จึงเกิดการสับสน และมือก็พิมพ์ตามที่เถียงๆกัน เมื่อพิมพ์แล้ว กรธ.นึกว่าตนเปลี่ยนใจไม่มีใครกล้าถาม จึงนำไปแถลงเป็นตัวเลข 3 ใน 5 ตามข่าว จึงขอแก้ข่าวด้วย ยืนยันใช้ตัวเลข 2 ใน 3 เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และยอมรับในความผิดพลาด

ให้ คสช.จิ้มตัว ส.ว.ตัดปลาคนละน้ำ

เมื่อถามถึงข้อวิจารณ์ที่ให้ คสช.มีอำนาจเลือก ส.ว. 250 คนในขั้นตอนสุดท้าย คือการสืบทอดอำนาจ นายมีชัยตอบว่า จะสืบทอดอะไร เพราะ ส.ว.ไม่มีอำนาจตั้งนายกฯ จึงสืบทอดอำนาจไม่ได้ เพราะหากยกเว้นไม่เอาบัญชีนายกฯของพรรคการเมือง เราได้โยนกลับไปให้ ส.ส.เลือกนายกฯ ไม่เกี่ยวกับ ส.ว. ส่วนที่ให้ คสช.มีสิทธิเลือก ส.ว.ในขั้นสุดท้าย เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา แล้วจะกลายเป็นแยกส่วนกัน ให้ตั้งมาจากที่เดียวกันเพื่อเป็นพวกเดียวกันหมด ส่วนเหตุผลที่ต้องเขียนให้มีบัญชีสำรอง เพื่อไม่ต้องกลับไปเลือกใหม่ หาก คสช.และกรรมการสรรหา ส.ว.หมดวาระไป หากย้อนกลับมาตั้งกันใหม่จะวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม รายชื่อในบัญชีสำรองกำหนดให้ คสช.จัดและเรียงลำดับชัดเจน เหมือนการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ ส.ส. แทนการให้สิทธิกรรมการสรรหา ส.ว.จัดลำดับ ส่วนระยะเวลาที่ต้องสรรหา ส.ว.หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เบื้องต้น อาจกำหนดให้เสร็จใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้งานในสภาฯเดินหน้าได้

กลัวคนเกลียดออกตัวขอไม่เอี่ยว

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า โทรศัพท์พูดคุยตลอด ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กรธ.เปลี่ยนแปลงกระบวนการเลือก ส.ว.สรรหา 250 คนใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “เปล่า นี่เราเขียนมาตั้งแต่ก่อนที่จะคุยกับนายกฯ ตอนคุยกับนายกฯ ตนเล่าให้ฟังว่าเขียนอย่างไร โดย พล.อ.ประยุทธ์โอเคในสิ่งที่ กรธ.เขียน” เมื่อถามต่อว่ากรณีให้ คสช.เลือก ส.ว.สรรหา หมายถึงการเลือกโดยคณะหรือเลือกโดยประธาน คสช. นายมีชัยตอบว่า หมายถึงคณะคสช. และตนถือเป็น 1 ในคณะ คสช. แต่จะไม่ร่วมเลือก เพราะมองว่าเลือกใคร เขาก็ไม่ได้รักเรา คนที่ไม่ได้เลือกก็เกลียดเรา อยู่เฉยๆดีกว่า ไม่ขอใช้สิทธิ อาจไม่ต้องถึงขั้นถอนตัว แต่เวลาประชุมเลือกเราก็ไม่ไป เมื่อถามว่าการยอมปรับแก้ตามคำขอ คสช. ยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาล หรือ คสช. นายมีชัยตอบว่า ไม่มี บอกแล้วว่าจดหมายที่มีมาระบุว่า เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา แปลได้ว่าไม่ใช่คำสั่ง แต่สื่อมวลชนไปแปลว่าเป็นคำสั่ง ซึ่งคำสั่งเราได้รับมาเยอะจากคนทั่วไปให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยได้รับคำสั่งจาก คสช.

เพิ่มผู้นำฝ่ายค้านร่วมถกวิกฤติ

ต่อมานายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงว่า ในบทเฉพาะกาลยังคงเดิม กรธ.เพิ่มเติมประเด็นสำคัญของมาตรา 5 ในกรณีที่เกิดปัญหาไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญรองรับ โดยเพิ่มผู้นำฝ่ายค้านเข้าเป็นองค์ประชุม จากเดิมที่มี 11 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาล ปกครองสูงสุด ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และประธานจากทั้ง 5 องค์กรอิสระ เพื่อให้ครบถ้วนทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังปรับมาตรา 96 เรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ชัดเจนขึ้น คือกรณีบุคคลอยู่ในระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แม้อยู่ในระหว่างคดียังไม่สิ้นสุดก็ไม่มีสิทธิไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

อัพเกรดคุณสมบัติ ส.ส.เข้มข้นขึ้น

นายชาติชายกล่าวอีกว่า มาตรา 98 เรื่องสิทธิผู้ลงสมัคร ส.ส. ได้เพิ่มข้อห้ามอีก 1 ข้อ คือบุคคลที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่ามีความผิดเกี่ยวข้องกับการแปรญัตติงบประมาณประจำปี จะไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส.ได้อีกต่อไป รวมทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองและศาลยุติธรรม หากกระทำผิดต่อหน้าที่ รวมทั้งฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และทุจริต ภายหลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและส่งให้ศาลฎีกาตัดสิน หากมีความผิดก็ไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต

ยึดฤกษ์ดีปิดจ๊อบส่งไม้ต่อรัฐบาล

นายชาติชายกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะให้ฝ่ายเลขาไปเรียงตัวเลขรายมาตรา คาดว่าเสร็จทันกำหนดแน่นอน โดยวันที่ 29 มี.ค. ที่ห้องประชุม กรธ.อาคารรัฐสภา 3 นายมีชัยและคณะจะแถลงร่างสุดท้ายอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้รัฐบาลในเวลา 13.39 น. จากนั้นจะมอบให้เจ้าหน้าที่นำตัวร่างฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาล เมื่อถามว่า สาเหตุที่เลือกเวลา 13.39 น. เพราะอะไร นายชาติชายตอบว่า เป็นเรื่องของตัวเลข ที่มีเลข 9 หมายถึงความก้าวหน้า ถ้าเชื่อไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

กำนัน–ผญบ.ไล่บี้ตั้งสภาท้องถิ่นฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง กรธ.ประชุม นายชัฏ แสงหิรัญภาดา ตัวแทนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย พร้อมเครือข่ายสมาคมสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเพชรบุรี และเครือข่ายสมาคมชมรมผู้ใหญ่บ้าน จ.เพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ขอให้บัญญัติการจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ นายชัฏกล่าวว่า ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงอยู่ภายใต้บริบทเดิมที่มีอยู่ และขอให้กำหนดหลักการกระจายอำนาจให้ประชาชน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกการพัฒนาระดับพื้นที่ และขอให้กำหนดให้ข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมอบอำนาจให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีภารกิจและงบประมาณเพื่อร่วมทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เครือข่าย อปท.บุกสภาค้านควบรวม

ที่รัฐสภา นายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นำสมาชิกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศ ไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และเครือข่ายชาวนา ยื่นหนังสือต่อนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อคัดค้านแนวทางการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

จากนั้นนายอลงกรณ์ในฐานะรองประธานวิป สปท. แถลงว่า ที่ประชุมวิป สปท. มีมติให้จัดสัมมนา ระหว่างวันที่ 29-30 เม.ย. ที่โรงแรมเดอะรีเจนท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี เพื่อทบทวนการทำงานของ สปท. ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และวางแผนการทำงานปฏิรูปอีก 1 ปีข้างหน้าให้เป็นรูปธรรมก่อนการเลือกตั้ง โดยวันที่ 30 มี.ค. จะประชุมร่วมกับ กรธ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อให้ กรธ.ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญที่จะไปสู่การออกเสียงประชามติ

“มีชัย” หวั่นวิชามารทำประชามติล่ม

จากนั้นช่วงเย็น กรธ.ได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณ กรธ. เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า การทำงานของ กรธ.ที่ผ่านมาลำบากและเหนื่อยยากพอสมควร หลังจากทำเนื้อหาเสร็จ กรธ.จะลำบากมากขึ้นในการออกไปชี้แจง ตนเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ ว่าหากชี้แจงเนื้อหาทั้งหมดแก่ประชาชนเขาจะชอบ แต่ไม่แน่ใจว่าจะต้านทานวิชามารของบางฝ่ายได้หรือไม่ แต่ กรธ.จะพยายาม “ที่จริงเวลาทำงานของ กรธ.ยังไม่หมด ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 1 เม.ย. แต่ผมพูดล่วงหน้าว่าต้องเสร็จวันที่ 29 มี.ค. เพื่อให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีเวลาเหลืออีก 3 วันเพื่อขยับได้ ขอบคุณ กรธ.ที่ทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก”

“วิษณุ” เผยนายกฯเปรยพอรับได้

เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ กรธ. ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ คสช. ภาพรวมถือว่ารับได้ จะบอกว่าพอใจคงพูดได้ยาก และจากการประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อช่วงเช้า นายกฯเปรยว่าไม่ตรงกับที่ขอไป แต่ฟังเหตุผลที่ กรธ.ชี้แจงพอรับได้ ยังเรียนนายกฯว่าที่รับได้ยังไม่เห็นทั้งฉบับนะ นายกฯบอกว่าทุกวันนี้ประเด็นที่ไล่ถามกันในสังคม ก็อยู่ใน 3 ประเด็นที่ทำไปถึง กรธ. รัฐบาลและ คสช.คงไม่ส่งความเห็นอะไรเพิ่มเติมอีก รอวันที่ 29 มี.ค. กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายที่ปรับแก้แล้วมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนที่ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายกฯจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ กรธ.ส่งมารัฐบาลจะแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมทำประชามติ ส่วนเรื่องกรรมการสรรหา ส.ว. ยังเร็วเกินไปที่จะพูด

ไม่มีเหนียมขอกันโต้งๆ ส.ว.ลากตั้ง

เมื่อถามว่า การกำหนดให้ คสช.เป็นคนเลือก ส.ว. มันลบล้างภาพคน คสช.ไม่ได้ นายวิษณุ ตอบว่า มันกำหนดไว้อย่างนั้น “เราไม่ได้ต้องการลบล้างหรือต้องการจะสร้างภาพ พูดกันตรงๆขอกันอย่างนี้ ให้ก็ให้ ไม่ให้ก็แล้วไป บังเอิญเขาให้ ไปดูในหนังสือ คสช.เลย ว่าที่จริงไม่ได้ขอขนาดนี้ด้วย จะว่าซูเอี๋ย แกล้งพบกันครึ่งทาง มันคิดได้ ไม่ว่ากัน ส.ว.ทุกประเภทมีปัญหาหมด จะแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ส่วนที่ให้อำนาจ ส.ว.สั่งให้รัฐบาลรายงานขับเคลื่อนการปฏิรูป ก็เป็นเรื่องปกติ และหลังจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ อยู่ที่ กรธ.ทำคำอธิบายสรุปแจกจ่ายเดินสายทำความเข้าใจว่าประชาชนได้อะไร ชั่งน้ำหนักรับได้มันก็ผ่าน ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องให้ผ่าน”

ประชามติล้มต้องแก้ รธน.ชั่วคราว

เมื่อถามว่า ข้อสรุป กรธ.กำหนดให้มีบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ใบเดียว พอใจหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เมื่อบอกว่าภาพรวมพอรับได้ ก็ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงอะไรกันอีก ส่วนที่ สปท.อยากให้ทบทวน ให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น ก็เสนอไป เมื่อถามว่า ถ้าการทำประชามติเกิดอุบัติเหตุ ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 อีกรอบหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ก็จำเป็น เพราะต้องกำหนดกลไกว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ใช้มาตรา 44 ไปแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ จะใช้สิ่งที่ต่ำกว่าไปล้มล้างสิ่งที่เหนือกว่า มันไม่ได้ มาตรา 44 ไม่ใช่รัฏฐาธิปัตย์แท้ ที่นักรัฐศาสตร์เทียบเคียงว่ามีอำนาจมากจริง มาตรา 44 อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ใช้ไปล้มล้างรัฐธรรมนูญไม่ได้ วิธีง่ายๆ คือ ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว

โต้ไม่ได้ตัดความรับผิดของ กกต.

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ตัดถ้อยคำใน พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ระบุว่าการกระทำที่เสียหายใดๆ ไม่ว่าทางแพ่งหรืออาญา กกต.ไม่ต้องรับผิดชอบ ว่าไม่ได้บอกให้ไปตัด แต่ให้ดูใน 3 ประเด็นเป็นพิเศษ คือการใช้เครื่องนับคะแนนที่มีอยู่เพียงสิบกว่าเครื่องทั้งประเทศ การจัดงบประมาณที่เห็นว่าเขียนแบบนี้มันมากไป และเรื่องความไม่รับผิด ที่บอกว่า กกต.และเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา เพราะปกติเขาไม่เขียนกฎหมายแบบนี้ เมื่อถามว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 กกต.ต้องรับผิดด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า หากผิดจริงก็ต้องรับผิด

“นิพิฏฐ์” เย้ยใบเสร็จชัด กรธ.สั่งได้

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ.กลับลำคืนโควตา ส.ว.สรรหา 6 ที่ให้ ผบ.เหล่าทัพ ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร้องขอว่า แสดงให้สังคมเห็นชัดว่าขอกันได้ หรือสั่งได้ โดยอ้างเหตุผลว่าให้ ผบ.เหล่าทัพเข้าไปเป็น ส.ว.เพื่อป้องกันการปฏิวัติยึดอำนาจนั้น ตรงกันข้ามจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการยึดอำนาจเร็วขึ้น เพราะจะถูกสมาชิกรัฐสภาอภิปรายตั้งแต่แรก โดยไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายใดๆได้ เนื่องจากการพูดหรืออภิปรายในรัฐสภาถือเป็นเอกสิทธิ์ ไม่ถูกฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญา จากเดิมที่ ผบ.เหล่าทัพเป็นคนนอก หรือบุคคลที่สาม ถูกกล่าวพาดพิงถึงยังฟ้องร้องได้

วางเกมผิดส่งบิ๊กเหล่าทัพมาให้เชือด

“ถือเป็นความผิดพลาดของคนวางเกม ที่ประเมินและส่ง ผบ.เหล่าทัพเข้ามาในรัฐสภา ต่อไปการตั้งกระทู้สดถาม ผบ.เหล่าทัพผ่านกระทรวงกลาโหมคงต้องทำ มีอะไรก็อภิปรายต่อหน้า ผบ.เหล่าทัพได้เลย และแน่นอนว่าทหารความอดทนต่ำ เมื่อถูกต่อว่าหนักเข้าพอออกจากรัฐสภาก็ยึดอำนาจเลย ในอดีตก็เคยมีมาแล้ว อย่าคิดว่าฝ่ายการเมืองจะไม่กล้าด่าว่าท่าน เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกรัฐสภาเขาจะด่าท่านได้เต็มคำ เพราะเวลานี้ที่เขาว่าท่านนั้น มันแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง จึงมองว่าคนวางเกมนี้พลาดที่ส่ง ผบ.เหล่าทัพมาให้ฝ่ายการเมืองเชือดในรัฐสภา” นายนิพิฏฐ์กล่าว

โวยเปิดประตูรับนายกฯคนนอก

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ กรธ.ปรับแก้ให้ใช้เสียงของสมาชิกรัฐสภาจากเดิม 2 ใน 3 มาเป็น 3 ใน 5 เพื่อโหวตนายกฯคนนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอนั้น ชัดเจนว่าเป็นการเปิดประตูนายกฯคนนอกให้กว้างขึ้น ยิ่งการคืนโควตาให้ ผบ.เหล่าทัพร่วมเป็น ส.ว.สรรหาอีก 6 ที่นั่ง ยิ่งสะท้อนถึงการเข้าคุมอำนาจ ส.ว. เพราะทางพฤตินัยย่อมเป็นที่เกรงใจ สามารถคุมเสียงได้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส.พรรคเล็กและพรรคขนาดกลาง ที่ยอมเป็นพรรคอะไหล่เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล เหมือนเปิดหน้าไพ่เล่นอย่างไรก็ชนะ ขณะที่ระบบเลือกตั้ง ส.ส. กรธ.ยังยึดแบบเดิม คือให้เป็นแบบเขตเล็กวันแมนวันโหวต โดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทั้งที่ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน และยังเปิดช่องให้ซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้งรุนแรงขึ้น สวนแนวทางปฏิรูปการเมืองที่สังคมเรียกร้อง หรือจะมีนัยซ่อนเร้นให้บางพรรคการเมืองสร้างฐานก้าวขึ้นเป็นพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาลผสม ตามแนวคิดของ คสช.

“วัฒนา” จวกจ้องกดหัวประชาชน

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “กดหัวประชาชนกันเข้าไป” ว่า ไม่เกินความคาดหมายที่ กรธ.ยอมกลืนน้ำลายปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ คสช. ที่แปลกใจคือทำไมไม่ยอมแต่แรก มาทำเป็นมีศักดิ์ศรีให้ประชาชนเสียค่าเบี้ยประชุมเพิ่มไปเพื่ออะไร เพราะไม่ว่าจะแบบเดิมของ กรธ. หรือแบบพบกันครึ่งทาง หรือแบบตามใจ คสช. ล้วนไม่เป็นประชาธิปไตยและกดหัวประชาชน เราจะมี ส.ว.จากกรรมการสรรหาที่ คสช.แต่งตั้ง มี ผบ.เหล่าทัพที่เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน ทำหน้าที่ติดตามการปฏิรูป ที่ติดใจคือสองปีที่รัฐบาลนี้อ้างการปฏิรูป แต่ไม่มีผลงานหรือความคืบหน้า พอเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งกลับจะให้รายงานทุก 3 เดือน

วอนคนไทยตัดสินใจอนาคตให้ดี

นายวัฒนาระบุอีกว่า ที่คนไทยกลัวมากกว่าคือยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลชุดนี้วางไว้อีก 20 ปีข้างหน้า เพราะบริหารประเทศมีแต่ล้มเหลวทุกด้าน สังคมแตกแยกอันเกิดจากรัฐบาลเลือกปฏิบัติ เราจะมีรัฐบาลที่ตอบสนองความต้องการประชาชนไม่ได้ และคนไทยจะไม่มีโอกาสได้เห็นประชาธิปไตยอีกแล้วในชาตินี้ คนไทยจึงมีทางเลือกเหลือเพียงสองทาง คือ ไปลงคะแนนรับ หรือคว่ำรัฐธรรมนูญ ถ้าเห็นว่ารัฐบาลนี้มีวิสัยทัศน์ ไม่มีคอร์รัปชัน สร้างความเจริญรุ่งเรือง มีผู้นำที่เห็นหัวประชาชน เคารพในสิทธิมนุษยชน พร้อมให้ตรวจสอบ ก็ไปโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเห็นตรงข้าม ก็ออกมากันมากๆ เพื่อคว่ำรัฐธรรมนูญสั่งสอนคนพวกนี้ แล้วอย่าคิดว่าเมื่อประชาชนโหวตคว่ำแล้วจะทำอย่างไรต่อไปก็ได้จำไว้ว่าคนไทยแม้รักสงบแต่ก็มีความอดทนที่จำกัด

ตีขลุมทำตัวเป็นเจ้าของบ้านเอง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ กรธ.สรุปให้ คสช.เลือก ส.ว. และให้ 6 ตำแหน่งเป็นของผู้นำเหล่าทัพ เป็นที่เข้าใจได้ไม่เหนือความคาดหมาย ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ เมื่อคนให้สร้างบ้านต้องการเช่นนั้นก็ต้องตามใจ ปัญหาคือใครให้สร้าง ใครเป็นเจ้าของบ้าน คงต้องถามว่าอุปโลกน์กันเอาเองหรือบังคับเอา เจ้าของบ้านจริงๆเห็นพ้องด้วยหรือ ส่วน ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะกาล 5 ปี คือคนที่ คสช.ตั้งเอง มีข้าราชการประจำแน่ๆ 6 คน ไม่แน่ว่าจะมีเพิ่มมาอีกไหม แล้วจะว่าไม่สืบทอดอำนาจได้อย่างไร เจตนาคือให้ ส.ว.มากำกับทิศทางรัฐบาลในอนาคต ถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้งคงกระอักเลือด ให้ ส.ว.เป็นองค์กรค้ำยัน รัฐบาลใหม่ต้องเดินไปในทิศทางที่ คสช.กำหนดและต้องการ นี่คือรัฐธรรมนูญแบบไทยๆที่ไม่เคยมีในอดีต

“ตู่” เชื่อสุดท้ายต้องยอมตามหมด

อีกด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณีกรธ.ยอมปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามความต้องการของ คสช.ว่า เมื่อเวลายังไม่สิ้นสุด เชื่อว่า คสช.จะได้ตามข้อเสนอที่ยื่นมาทุกประการ สำหรับการทำประชามติ เมื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ต้องการใช้สิทธิออกโทรทัศน์อธิบายร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนแล้ว ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยควรมีสิทธิอธิบายเหตุผลด้วยเช่นกัน เพราะการทำประชามติเป็นเพียงการรณรงค์ให้รับกับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นของดีต้องเปิดกว้างให้มีเสรีแสดงความเห็น ประชาชนควรได้พูดความเห็นทั้งฝ่ายรับและไม่รับอย่างเสรี

ซัด รธน.คสช.–โดย คสช.–เพื่อ คสช.

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จ ธาตุแท้ก็ออกมาว่า เป็นรัฐธรรมนูญของ คสช. โดย คสช. และเพื่อ คสช. ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่า “เขาต้องการอยู่ยาว” ตอกย้ำว่า คสช.ต้องการอยู่ยาวไม่ต่างจากการสืบทอดอำนาจ นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเห็นของ ครม. และ คสช.ยังส่งข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สายไปอีก ยืนยันบังคับให้ กรธ.ต้องทำตามที่ตนต้องการในที่สุดก็ได้สมใจนึก คสช. ทำให้เห็นชัดเจนว่ากรธ.ทำตามคำชี้นิ้วบงการของ คสช. ดิ้นไม่หลุดว่าอำนาจของระบอบ คสช. สถิตเสถียรสถาพรในรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. คู่ประเทศไทยไปตราบนานเท่านาน

พลังชลเตือน ส.ว.ต้องหลากหลาย

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า การได้มาซึ่ง ส.ว.ทั้ง 2 รูปแบบ ต้องมีความหลากหลายจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามที่ คสช.ต้องการ ดังนั้น การคัดเลือกครั้งสุดท้ายของ คสช. จึงต้องเลือกบุคคลที่มีความหลากหลาย จะเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ ที่สำคัญต้องได้รับการยอมรับจากฝ่ายการเมืองด้วย เพราะ ส.ว.ต้องทำงานร่วมกับ ส.ส.ที่จะมาจากการเลือกตั้ง หากไม่ได้รับการยอมรับ การทำงานร่วมกันจะมีปัญหา ที่สุดแล้วจะไม่สามารถเดินหน้าปฏิรูปตามที่ คสช.ตั้งใจไว้ได้ และปัญหาความขัดแย้งเหมือนในอดีตจะกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างที่ คสช.ทำมาจะเสียเปล่า

“วรชัย” เสียวทหารเรียกปรับทัศนคติ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กองทัพบกและผู้มีอำนาจ ให้นายทหาร ที่ติดตามตนอยู่ประสานมาว่า จะเรียกตนเข้าไปคุย โดยนัดว่าจะมารับที่บ้านที่สมุทรปราการ ในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. ขอบอกว่าไม่ได้ไปไหน เรียกวันไหนพร้อมไปพบทันที เพราะอยู่ภายใต้กฎหมาย ภายใต้อำนาจ คสช.อยู่แล้ว แต่สิ่งที่พูดไปมาจากประสบการณ์ที่เห็นบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภา 35 ซึ่งเกิดจากนายกฯคนนอก จึงหวังดีไม่อยากให้เกิดอีก สถานการณ์วันนี้มีแนวโน้มคล้ายกันจึงออกมาเตือน ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร จะผ่านหรือไม่ผ่าน มีผลกับประเทศทั้งสิ้น อยากให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้ประชาชนรับได้ ไม่มีปัญหาในภายหลัง

“บิ๊กต๊อก” ลุ้น รมต.ประเดิมศาลทุจริต

อีกเรื่อง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทางรอดประเทศไทยกับบทบาทเครือข่ายต้านทุจริต” ว่า ทุจริตเป็นปัญหาที่หลายรัฐบาลถูกโจมตีส่วนหนึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐยอมให้มีการทำผิดกฎหมาย ควรแก้ที่เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้รัฐบาลตั้ง ศอตช. และออกกฎหมายแก้ปัญหาทุจริตเกือบ 10 ฉบับ รวมทั้งตั้งศาลพิจารณาคดีทุจริต จะรอดูว่าใครจะเป็นคนขึ้นศาลนี้เป็นคนแรก คงไม่ใช่ตน แต่ไม่แน่อาจมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ เชื่อว่าปีนี้ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยจะดีขึ้น แต่สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คะแนนประเทศไทยต่ำ เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย แต่ปี 2560 หากมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง มั่นใจว่าดัชนีภาพลักษณ์ไทยจะอยู่ที่ 50-54 คะแนน และจะรอดูรัฐบาลเลือกตั้งจะทำได้เหมือนรัฐบาลนี้หรือไม่ ขอแค่อย่าได้คนชั่วมาเป็นรัฐบาลแล้วกัน

แจงชงลูก ป.ป.ช.สอบราชภักดิ์

พล.อ.ไพบูลย์ยังกล่าวถึง การส่งเรื่องโครงการอุทยานราชภักดิ์ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ว่า ประเด็นนี้ไม่มีเรื่องทุจริต แต่ที่ ป.ป.ช.สอบเนื่องจากอาจมองเห็นจุดอื่น อาทิ เรื่อง “เซียนอุ๊” ที่เป็นข้าราชการไปรับเงิน รวมถึงเรื่องราคากลาง ที่ สตง.กับผู้ร้องต้องคุยกัน เพราะไม่มีบรรทัดฐานเรื่องราคากลาง เมื่อ ป.ป.ช.รับเรื่องไปแล้วคงต้องไปคุยกับ สตง.เอง ไม่ต้องผ่านตนอีก เมื่อถามว่ากรณีแกนนำเสื้อแดงยังกังขาผลสอบของ สตง. พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า ถ้ามีอะไรไม่เห็นด้วยให้เสนอมา แต่ถ้าเป็นเรื่องทัศนคติที่ไม่เห็นด้วย ไม่ขอต่อล้อต่อเถียงด้วยขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชน ส่วนการตรวจสอบกรณีเรียกรับหัวคิวโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) นั้น ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ สตง. กำลังดำเนินการตรวจสอบลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆอยู่

ปัดเปล่าพูดลุ้น รมต.โดนขึ้นศาล

ต่อมา พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีกล่าวบรรยายระบุว่า รอดูว่าใครจะเป็นคนขึ้นศาลทุจริตเป็นคนแรก และอาจมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น พูดเพียงว่าก็ดีหากมีศาลนี้รัฐบาลชุดนี้จะได้ใช้จะดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีใครโดนบ้าง ซึ่งมันมีสองเรื่องที่พูด ทั้งนี้ ตนพูดว่ามันจะมีการตั้งศาลใช่หรือ ไม่อยากจะทำให้เสร็จในปี 2560 ที่ต้องเร่งทำ

“วัชรพล” ตั้งแท่นไม่ถึง 6 เดือนรู้ผล

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า กรณีอุทยานราชภักดิ์ ป.ป.ช.จะพิจารณาดำเนินการให้ครบถ้วนอีกครั้ง ส่วนกรณี “เซียนอุ๊” อาจมีความผิดเรื่องการรับเงินหัวคิวเนื่อง จากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านใหม่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่ง “เซียนอุ๊” อาจทำในฐานะส่วนตัวจึงต้องตรวจสอบกฎระเบียบต่างๆว่ามีการห้ามทำอาชีพเสริมใดบ้าง ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงก่อนและพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีมูลข้อกล่าวหาก็ตกไป ส่วนที่หลายฝ่ายยังคาใจผลการตรวจสอบตามที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) แถลงไปนั้น ป.ป.ช.ไม่รู้สึกกดดัน ถ้าใครมีข้อมูลนอกเหนือจากนี้ ขอให้ส่งมาเพิ่มเติม ขณะนี้ ป.ป.ช.มีข้อมูลเกือบครบถ้วน คาดว่ากระบวนการตรวจสอบต่างๆไม่น่าจะใช้เวลาถึงครึ่งปี เพราะชัดเจนอยู่แล้ว จะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมทุกคน

เร่งปั๊มกฎหมายก่อน สนช.พ้นวาระ

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนคณะที่ 3 ว่า นายกฯมีการบ้านให้คณะกรรมการขับเคลื่อนทั้ง 6 คณะเสนอผลงานทุก 1 เดือน ก่อนเดือน พ.ค.นี้ต้องเสนอแผนปฏิรูปทั้ง 6 ด้านให้ทราบ ในส่วนของกฎหมายได้รวบรวมร่างกฎหมายที่กระทรวงต่างๆฝันถึง มีประมาณ 300 ฉบับ ส่วนแผนการปฏิรูปกฎหมายที่จะผลักดันก่อน สนช.จะหมดวาระ หรือโรดแม็ประยะที่ 2 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กฎหมายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ 2.กฎหมายเกี่ยวกับพันธกรณีระหว่างประเทศ 3.กฎหมายที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ประเทศ และ 4.กฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จะพยายามให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปีนี้ประมาณ 30 ฉบับ

ชี้หัวใจสำคัญร่าง พ.ร.บ.ชะลอฟ้อง

นายวิษณุยังกล่าวถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบว่า วันที่ 28 มี.ค. วิป 3 ฝ่าย ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะพิจารณา จากนั้นจะไปยัง สนช. กฎหมายดังกล่าว คือ การชะลอการฟ้องเฉพาะคดีลหุโทษที่ยอมความกันได้ มีโทษจำคุกไม่กี่ปี ต้องพร้อมใจกันทั้งผู้เสียหาย และผู้กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่ต้องเห็นชอบ ไม่ใช่เอาเงินไปฟาดแล้วจบ โดยไม่ต้องเข้าไปถึงชั้นศาล ทำให้ไม่มีประวัติอาชญากรรม เพื่อให้คนที่กระทำผิดมีโอกาสกลับตัวกลับใจ แล้วได้ไปทำอย่างอื่น ทำให้คดีไม่ล้นศาล

“ปู” เดินสาย กทม.ทำบุญครบ 9 วัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ย่านกระทรวงมหาดไทย จากนั้นเดินทางไปไหว้ศาลเจ้าหลักเมือง สักการะพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) แล้วไปไหว้พระพุทธไสยาสน์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาขอถ่ายภาพจำนวนมาก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทดลองนวดไหล่เป็นการผ่อนคลาย ซึ่งวัดโพธิ์มีชื่อเสียงด้านการนวดแผนไทย ทั้งนี้ ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำบุญไหว้พระยังวัดต่างๆ ใน กทม. จนครบ 9 วัดแล้ว

ฟุ้งลงทุนเองได้ผลประโยชน์เต็มๆ

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ระหว่างเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน มีโอกาสหารือแบบทวิภาคีกับนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ซึ่งเป็นเพื่อนกัน เราเป็นมิตรกัน ประเด็นสำคัญคือเราบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการดำเนินการสร้างรถไฟความร่วมมือไทย-จีน โดยไทยจะลงทุนดำเนินการเองทั้งหมดทุกขั้นตอน ในลักษณะจีทูจี โดยไม่มีทั้งการให้สัมปทานหรือการร่วมทุนกับใครทั้งสิ้น เนื่องจากเราพิจารณาแล้วว่าเรามีศักยภาพสามารถทำได้ ส่วนหลักการของจีน คือไม่สามารถร่วมลงทุนได้ในกรณีนี้ หากไม่ใช่สัมปทาน ซึ่งเราคงให้เขาไม่ได้ เราลงทุนเองดีกว่า ผลประโยชน์ตกอยู่กับเราทั้งสิ้น เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก ระยะทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา 250 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยีจากจีน

กวักมือชวนนักธุรกิจมาช่วยชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนแรงงานคงใช้แรงงานไทย ช่างเทคนิคไทยให้มากที่สุด เพียงแต่ต้องเอาวิศวกรเพราะเราใช้เทคโนโลยีของเขามาแนะนำ มาควบคุมการก่อสร้าง วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง ขอให้ทุกคนมั่นใจถ้าเราชักช้ากว่านี้ก็จะเสียงานเสียการ ตามใครไม่ทัน ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ใครที่เดือดร้อนเราจะเยียวยาให้ อย่าต่อต้านคัดค้านกันเลย จะพยายามรักษาผลประโยชน์ชาติให้ได้มากที่สุด คาดว่าเดือน ก.ค.นี้ จะเริ่มดำเนินการได้ ส่วนเงินทุนคงใช้เงินกู้ด้วย ตนจำเป็นต้องตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นไม่เกิดงาน ไม่เกิดการจ้าง และต้องดำเนินการให้โปร่งใส สำหรับภาคเอกชนของไทยก็ขอเชิญ เรามีนักธุรกิจขนาดใหญ่มากพอสมควร ถ้าเรามาร่วมลงทุนตรงนี้ได้ ผลประโยชน์จะอยู่ในประเทศเราเอง ทุกบริษัทที่มีเงินช่วยประเทศชาติในช่วงนี้แล้วกัน ไม่อย่างนั้นไปไม่ได้แน่นอน

ฉุนพวกปากไม่ดีวิจารณ์เสียหาย

นายกฯกล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญ นักการเมือง อะไรก็แล้วแต่ พูดแต่เรื่องเลือกตั้ง ไม่เห็นมีใครพูดถึงจะทำการศึกษากันอย่างไร จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร ดีแต่เอาเรื่องของตนไปติติงในส่วนที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำด้วย ไปคิดใหม่ ทำใหม่ ยังมีโอกาสให้ท่านปรับปรุงตัว ไม่อยากใช้คำว่าตนเก่งกว่าหรือท่านเก่งกว่า ถ้าไม่กล่าวอ้างให้เสียหายก็ไม่อยากตอบโต้อยู่แล้ว เสียเวลาทำงาน หลายคนปากไม่ค่อยดี คงลืมไปว่าวันนี้ตนอยู่ในตำแหน่งไหน ระมัดระวังด้วยเตือนไว้ก่อน การบริหารงาน การทำงานไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เป็นผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจ คิดให้เป็นเชิงโครงสร้าง เชิงคิดวิเคราะห์ กระบวนการเหล่านี้คิดเป็นชิ้น คิดแบบนี้ไม่ต้องมาเป็น ใครก็เป็นได้

ไม่ไว้หน้าพวกแอบอ้างชื่อหากิน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุดขณะนี้ และชักรำคาญแล้ว คือ เรื่องการทุจริต ไม่ทุจริต ได้หารือกับรัฐมนตรีกับรองนายกฯทุกคน ว่าจะดำเนินการจริงจัง กรณีที่มีการแอบอ้างว่ายังมีการทุจริตในเชิงโครงสร้างนโยบาย ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบตลอด ที่สำคัญคือมีคนกล่าวอ้างว่า มีคนที่รู้จักกับผู้กำหนดนโยบาย ไม่ว่าจะตน รองนายกฯ รัฐมนตรี หรือ คสช.บางคน คนเหล่านี้ใช้ไม่ได้ หากมีราชการหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เอาสิ่งที่รัฐบาล คสช.ทำไปแอบอ้างว่าได้สิทธิมาจากคสช. ได้จากตน ได้จากรองฯประวิตรบ้าง คุยกับท่านแล้ว เอาสักที ขอให้มาถามตนได้เลย ส่งเอกสารมาก็ได้ ส่งเป็นเอกสารลับปิดซองปิดผนึกมาจะปิดลับให้ แล้วจะตรวจสอบให้ทันที ผลประโยชน์ทับซ้อนเหล่านี้ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น วันนี้ไม่ว่าจะเพื่อนหรือใครก็แล้วแต่ ถ้าทุจริตตนไม่ละเว้น งานใหญ่ของชาติมากมายถ้ามาเห็นผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆอย่างนี้ อย่าเข้ามาดีกว่า เมื่อเข้ามาต้องอยู่ทำให้สำเร็จ ไม่มีท้อแท้ แล้วจะหนักขึ้นเรื่อยๆกับการใช้อำนาจของตน จำไว้แล้วกัน

ศาลฯ นัดชี้ชะตา “ชูชีพ” คดีปุ๋ยปลอม

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีหมายเลขดำ อม.27/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อายุ 72 ปี อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และนายวิทยา เทียนทอง อายุ 75 ปี อดีตเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคไทยรักไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) มาตรา 17 กรณีร่วมกันทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์คณะฯ ไต่สวนพยานเสร็จสิ้น 3 ปาก ประกอบด้วย อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ทีมงานอดีตเลขานุการ รมว.เกษตรฯ และอาจารย์ภาควิชาปฐพี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายหลังไต่สวนพยาน ศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 10.00 น. โดยให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 25 พ.ค.นี้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    38.3%
  • ไม่ชอบ
    55.8%
  • สนุก
    0.2%
  • ประหลาดใจ
    1.9%
  • เสียใจ
    3.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement