'พงศพัศ'ตั้งกก.สอบ6ตร. คดี'ลูกกระทิงแดง'ชนตร.ดับข้องใจทำไมฟ้องไม่ทัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'พงศพัศ'ตั้งกก.สอบ6ตร. คดี'ลูกกระทิงแดง'ชนตร.ดับข้องใจทำไมฟ้องไม่ทัน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 มี.ค. 2559 05:30
33,528 ครั้ง


‘พงศพัศ’ ข้องใจ ทําไมฟ้องไม่ทัน

“พงศพัศ พงษ์เจริญ” เผยคดีทายาทนักธุรกิจ “กระทิงแดง” ขับรถเฟอร์รารี่ชนตำรวจ สน.ทองหล่อดับขาดอายุความในข้อหาขับรถเร็วจริง อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง 6 นาย สั่งรื้อคดีทั่วประเทศว่าบกพร่องในลักษณะนี้อีกหรือไม่ ให้รายงานมาตามลำดับชั้น ขณะที่ รรท.ผบช.น.ฉุนหนักฟันธง “พนักงานสอบสวนบกพร่อง” ส่วนคดีเสี่ยซิ่งรถเบนซ์เสยท้ายรถฟอร์ดดับ 2 ศพ คืบหน้าไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เตรียมเจาะเลือดตรวจพิสูจน์ 28 มี.ค.

จากกรณีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถเฟอร์รารี่ชนและลากร่าง ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ (ป.) สน.ทองหล่อ ไปไกลกว่า 200 ม.จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย.55 หลังเกิดเหตุตำรวจ สน.ทองหล่อที่รับผิดชอบสำนวนคดี ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.56 ระบุความผิด 4 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนและไม่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับรถขณะเมาสุราและขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในส่วนของข้อหาขับรถเร็ว มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท มีอายุความเพียง 1 ปี ต่อมามีการเปิดเผยว่าคดีดังกล่าวไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องทันในวันที่ 3 ก.ย.56 ทำให้คดีขาดอายุความ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในการทำงานของตำรวจผู้รับผิดชอบคดีอย่างกว้างขวาง

ความคืบหน้าที่ สน.ทองหล่อ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาตรวจสำนวนคดีดังกล่าวเพื่อหาข้อบกพร่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่รับผิดชอบสำนวน พร้อมซักถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ ใช้เวลานาน 30 นาที

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ย.55 ต้องตรวจสอบว่าเกิดความบกพร่องตรงไหนที่ทำให้ข้อหา “ขับรถเร็ว” หมดอายุความภายใน 1 ปี เบื้องต้นสั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ทำหนังสือรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ปรากฏว่าตำรวจที่รับผิดชอบสำนวนยังทำรายงานไม่เรียบร้อย ต้องเดินทางมาตรวจสอบด้วยตัวเอง กรณีนี้ควรทำให้เกิดความชัดเจนว่ามีความบกพร่องในขั้นตอนใด เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่และมีการวิ่งเต้นคดีหรือไม่ เพราะตำรวจส่งสำนวนให้อัยการแล้วแต่ทำไมไม่สามารถนำตัวนายวรยุทธมาส่งฟ้องได้ หากตรวจสอบพบว่าเป็นความบกพร่องในชั้นตำรวจ ต้องถูกลงโทษทั้งทางปกครองและทางวินัยทันที

“ผมสั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์เร่งตรวจสอบทุก สน.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่ามีข้อบกพร่องในลักษณะดังกล่าวอีกหรือไม่ รวมทั้งกรณีเมาแล้วขับ หากพบในบันทึกและคดียังไม่มีความคืบหน้าต้องรื้อสำนวนขึ้นมาใหม่ ไม่เพียงแต่ในนครบาลเท่านั้นแต่จะทำทั่วประเทศ ให้รายงานมาเป็นลายลักษณ์อักษรส่งภายในวันที่ 28 มี.ค. เพื่อเสนอรายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.รับทราบ” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับตำรวจทั้งหมด 6 นาย ประกอบด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.ไตรเมศ อุทัย รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.สำฤทธิ์ เกตุแย้ม พงส.ผทค.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พงส.ผนพ.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พงส.ผนพ.สน.ทองหล่อ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งในขณะนั้น)

สำหรับบรรยากาศขณะผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ พล.ต.อ.พงศพัศอยู่นั้น พล.ต.ท.ศานิตย์พูดขึ้นมาว่า ฟังธง พนักงานสอบสวนบกพร่อง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการกล่าวหาลูกน้องหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการกล่าวหาแต่เชื่อว่ามีความบกพร่อง ส่วนจะตรงไหนนั้นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หลังตรวจสำนวนเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ศานิตย์เดินขึ้นรถด้วยอาการฉุนเฉียว ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อเพิ่ม

มีรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ต้องลงมากำกับดูแล ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเองในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเหตุใดคดีทายาทกระทิงแดงในฐานความผิด “ขับรถเร็ว” จึงขาดอายุความ ขณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ ทำให้สังคมเกิดความกังขาการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ถึงขนาดวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการสมยอม รู้เห็นเป็นใจกับผู้กระทำผิดจนทำให้คดีหมดอายุความสนั่นโลกโซเชียล หลังการเข้าชี้แจง พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งการด่วนให้นายตำรวจทั้งสองเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบความบกพร่องสามารถสั่งการลงโทษทั้งทางปกครองและทางวินัยได้ทันทีโดยให้รายงานตามลำดับชั้นการบังคับบัญชาก่อนสิ้นเดือน มี.ค.

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รรท.ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี เสี่ยนำเข้ารถหรูซิ่งรถเบนซ์พุ่งเสยท้ายรถเก๋งฟอร์ดเฟียสต้าจนเกิดไฟลุกท่วมย่างสดนายกฤษณะ หรือโต้ง ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.เสียชีวิตคาซากรถว่า สั่งการให้ชุดตำรวจสอบสวนจาก บก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางไปสอบปากคำพนักงาน กทพ. ประจำด่านเก็บเงินพระราม 4-ดอนเมือง-ดินแดง เพื่อประกอบสำนวนให้แน่นหนา คดีคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 70 ส่วนการเจาะเลือดผู้ต้องหาเลื่อนไปเป็นวันที่ 28 มี.ค. เนื่องจากแพทย์ต้องการให้นายเจนภพ เตรียมร่างกายให้สมบูรณ์เพื่อรับการเข้าผ่าตัด โดยจะตรวจเลือดไปพร้อมกัน ส่วนการตรวจกล่อง ECU ของรถเบนซ์ ทางศูนย์เบนซ์ประสานผู้เชี่ยวชาญจากฮ่องกงมาตรวจสอบภายในสิ้นเดือน มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 09.30 น.วันที่ 26 มี.ค. ครอบครัวของ น.ส.ธันฐภัทร์ เตรียมนำอัฐิไปลอยอังคารในทะเล ขึ้นเรือจากท่าเรือกองเรือยุทธการสัตหีบ จ.ชลบุรี โดยการสนับสนุนจากแม่บ้านทหารเรือ และในเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มี.ค. กลุ่มเพื่อนของ น.ส.ธันฐภัทร์จะรวมตัวกันไปทำบุญเลี้ยงพระเพลที่วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก กทม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.4%
  • ไม่ชอบ
    2.1%
  • สนุก
    10.5%
  • ประหลาดใจ
    1.5%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    0.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement