'บิ๊กตู่' ฉุนพวกวิจารณ์ร่างฯ เตือนระวังตัวไว้ ขู่ดำเนินการตาม ก.ม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กตู่' ฉุนพวกวิจารณ์ร่างฯ เตือนระวังตัวไว้ ขู่ดำเนินการตาม ก.ม.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 21:16
4,750 ครั้ง


"ประยุทธ์" เสียงอ่อย "รถไฟเร็วสูง" หดแค่ กทม.-โคราช อ้างสารพัดเหตุ จีนไม่ร่วมลงทุน แต่ยังสร้างแบบจีทูจี จีนหนุนเทคโนโลยี-วิศวกร ขอสร้างเป็นการภายในก่อน ฉุนพวกวิจารณ์ร่างฯ เตือนระวังตัวไว้ เช็กบ้างวันนี้ใครเป็นใคร ชี้เป้าพวกปากเปราะ-คนไล่ให้ลาออก

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า ในฐานะตัวแทนประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอประณามการก่อการร้ายครั้งนี้ รวมทั้งจะร่วมกันต่อต้านการกระทำดังกล่าวร่วมกับประเทศอื่นๆ ในโลกใบนี้ด้วย สำหรับในประเทศ รัฐบาลได้กำชับทุกส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน ให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่สำคัญที่มีชาวต่างประเทศและชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยขอให้ประชาชนทุกท่านได้ร่วมมือกันเฝ้าระวัง สังเกตหากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือพบบุคคลที่ต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงภารกิจการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ครั้งที่ 1 และการประชุมโป๋วอ่าว ฟอรั่ม ฟอร์ เอเชีย ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 22 – 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า โอกาสนี้ตนได้หารือแบบทวิภาคีกับ นาย หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ประเด็นสำคัญคือเราได้บรรลุถึงข้อตกลงหรือข้อยุติในหลักการเกี่ยวกับการดำเนินการสร้างรถไฟความร่วมมือ ไทย – จีน ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยไทยจะลงทุนดำเนินการเองทั้งหมดทุกขั้นตอน ไม่มีทั้งการให้สัมปทานหรือการร่วมทุนกับใครทั้งสิ้น เนื่องจากเราพิจารณาแล้วว่าเรามีศักยภาพสามารถทำได้ ซึ่งหลักการของทางประเทศจีนนั้นไม่สามารถร่วมลงทุนได้ในกรณีนี้ที่ไม่ใช่การสัมปทานได้

"เราลงทุนเองดีกว่า ผลประโยชน์ตกอยู่กับเราทั้งสิ้น และเราสามารถเริ่มเป็นโครงการแรก เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรก ระยะทางไม่ยาวมากนักคือเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีจากจีน ในการก่อสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งเรื่องก่อสร้าง การบริหารจัดการเดินรถ และคนไทยจะต้องดำเนินการให้ได้เองในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้แรงงานและช่างเทคนิคคนไทยเป็นหลัก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวยืนยันด้วยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญกับการมีรถไฟความเร็วสูง คือเดิมคิดไว้ว่าจะทำรางไว้ก่อนแล้วนำรถไฟความเร็วปานกลางมาวิ่ง แต่สรุปแล้วว่าไม่เหมาะกับสถานการณ์วันนี้ จึงปรับเป็นการลงทุนในประเทศดีกว่าเพื่อจะบริการประชาชนเป็นหลัก เรื่องเชื่อมโยงต่างๆ ก็ว่ากันในระยะต่อไป ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ภาคอีสานที่จำเป็นเกิดก่อน เพราะมีความพร้อมของศักยภาพในหลายๆ ด้าน สำหรับภาคอื่นก็รอระยะหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะทำให้ภาคใดภาคหนึ่ง ต้องทำทุกภาคอยู่แล้ว แต่ตอนนี้รัฐบาลตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มก่อน ให้ประชาชนได้เห็น ได้เข้าใจว่าการคมนาคมขนส่งของประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคตวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นเราเริ่มภายในก่อนดีกว่า รวมไปถึงการที่รัฐบาลได้อนุมัติหลักการและจัดทำโครงการรถไฟทางคู่ตามเส้นทางเดิมเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าและความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น

"ก็อยากให้เป็นรถไฟสู่อนาคต เป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นประวัติศาสตร์ก่อนก็แล้วกัน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกันเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงให้ได้ เมื่อมีก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไปก็จะตามมา ขอให้ทุกคนมั่นใจ ถ้าเราชักช้ากว่านี้ก็จะเสียงานเสียการ เราจะตามใครเขาไม่ทัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ ในเรื่องของเงินทุนก็คงจะใช้เงินกู้ด้วย ใช้ในการลงทุนเราเตรียมเงินไว้หลายอย่างด้วยกัน สิ่งที่ต้องเน้นคือ การบริหารจัดการพื้นที่สองข้างทาง โดยคนไทยเอง รัฐบาลจะหาวิธีการทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุดกับคนไทยและภาคเอกชน ธุรกิจไทย อาจจะมีความร่วมมือในลักษณะ PPP ร่วมลงทุนทั้งหมดนั้นเราจะเร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็วตามกำหนดเวลาที่มีอยู่ ตาม MOU ที่ลงนามกันไว้แล้วด้วย เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง ซึ่งทางจีนก็ยินดี  

"วันนี้โชคดีที่หลายๆ อย่าง ราคาค่อนข้างจะถูกลง แต่อย่าลืมว่าจำนวนวงเงินต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าเอาตัวเลขเดิมมาพิจารณาวันนี้ ตัวเลขเก่า ตัวเลขใหม่คนละอันกัน คนละสถานการณ์กัน" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อถึงความคืบหน้าในการปฏิรูป ระยะที่ 1 ว่า ที่มีปัญหากันขณะนี้ คือเรื่องตำรวจ อะไรทำต่อต้องทำต่อ วันนี้ต้องให้สามารถดำเนินคดี จับกุมได้ ให้เหลือตำรวจน้ำดีอยู่เพื่อจะไม่ให้มีสิ่งไม่ดีในองค์กร ตนพยายามทำเต็มที่ แต่ต้องเห็นใจเพราะมีจำนวนมาก ถ้าเราไปรื้อเร็วๆ ทีเดียว งานก็เดินไม่ได้ วันนี้เราต้องเดินหน้าประเทศไปด้วย ขอความร่วมมือของผู้บังคับหน่วย ปลัดกระทรวง อธิบดี ดูตัวเองด้วยว่าทำงานได้ตรงตามนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งตนจะดูท่านอีกที

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วยว่า ในส่วนของโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยของรัฐบาล คสช. 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ผู้มีรายได้น้อยกว่า 2.7 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จาก 4.6 ล้านครัวเรือนตามยอดในปัจจุบันที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้มีที่อยู่อาศัย ร่วมกับโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของหน่วยงานอื่นด้วย ขณะที่มาตรการกระตุ้นราคายางพาราในประเทศให้สูงขึ้น ปัจจุบันมีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจในฐานะรัฐบาล แต่กลุ่มเกษตรกรอาจจะยังไม่พอใจมากนัก เพราะต้องการราคาที่สูงมากกว่านี้ จึงต้องขอเวลาอีกสักหน่อยเพื่อให้มาตรการต่างๆ เป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งในการไปเยือนประเทศจีนครั้งนี้ ทางการจีนได้รับปากว่า จะเร่งดำเนินการในเรื่องของการซื้อยางและข้าวจากไทยให้ได้โดยเร็วด้วยในส่วนของการร่างรัฐธรรมนูญ

นายกฯ กล่าวต่อว่า นักการเมือง อะไรก็แล้วแต่ พูดแต่เรื่อง เลือกตั้งๆ ไม่เห็นมีใครพูดถึงอย่างอื่นเลยว่า จะทำการศึกษากันยังไง จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังไง ก็ดีแต่ติติงในส่วนที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำ ไปคิดใหม่ ทำใหม่ ยังมีโอกาสให้ท่านปรับปรุงตัว ตนไม่อยากใช้คำว่า ตนเก่งกว่าท่านหรือท่านเก่งกว่า แต่ถ้าไม่ได้มากล่าวอ้างให้ตนเสียหาย ก็ไม่เคยไปอยากตอบโต้อยู่แล้ว เสียเวลาการทำงาน

"หลายคนปากไม่ค่อยดี ก็คงลืมไปว่าวันนี้ผมอยู่ในตำแหน่งไหน ก็ระมัดระวังด้วยกฎหมาย เตือนไว้ก่อน มีบางคนบอกว่าผมต้องรับผิดชอบให้ผมลาออก ถ้าพูดอย่างนี้อันตราย ระวังตัวไว้ ด้วยคนพูดอย่างนี้ บอกถ้าไม่เรียบร้อยไม่ผ่านผมจะต้องลาออก มันเรื่องอะไรของคุณ เดี๋ยวผมจะดำเนินการกับคุณทางกฎหมาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องที่ตนให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้ แต่ก็ชักรำคาญแล้ว คือเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันก็ได้หารือกับท่านรัฐมนตรีกับรองนายกรัฐมนตรีทุกท่านว่า จะดำเนินการอย่างจริงจังในกรณีที่มีการแอบอ้างว่ายังมีการทุจริตในเชิงโครงสร้างนโยบายอยู่ รัฐบาลมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กำหนดมาตรการ กำหนดแผนงานโครงการ แล้วมีการตรวจสอบตลอดเวลา ถ้าเรื่องใดชัดเจน ก็ส่งให้หน่วยงานตรวจสอบทุจริตดำเนินการตามกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญคือมีคนกล่าวอ้างว่า มีคนที่รู้จักกับผู้กำหนดนโยบายไม่ว่าจะตนหรือรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีหรือ คสช. คนเหล่านี้ใช้ไม่ได้ หากมีราชการหรือองค์การใดองค์กรหนึ่งก็ตาม เอาสิ่งที่รัฐบาล คสช. กำลังทำวันนี้ เจตนาที่ดีทุกอย่างไปแอบอ้างว่าได้สิทธิมาจาก คสช. ได้จากตน ได้จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม บ้าง ส่งเป็นเอกสารลับปิดซองเปิดผนึกมาได้เลย ตนจะตรวจสอบให้ทันที ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

"ผมเป็นนโยบาย ท่านว่าผมไม่ได้ เพราะผมไม่ได้มีเจตนาทุจริตอะไรเลย ไม่เคยต้องการผลประโยชน์ แต่ท่านกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตเชิงนโยบาย ใครละที่ทุจริตเชิงนโยบาย วันนี้ไม่ว่าจะเพื่อนหรือใครก็แล้วแต่ ถ้าทุจริตผมไม่ละเว้น ผมจะรื้อทั้งหมด จำไว้อย่ามาอ้างใครอีก เด็กคนโน้นเด็กคนนี้อะไรต่างๆ ผมไม่ยอมทั้งสิ้น เพราะอำนาจผมคนเดียว ผมเป็นผู้รับผิดชอบ" นายกฯ กล่าว

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ได้แนะนำให้คนไทยดูละครต่างประเทศเรื่องหนึ่งว่า หลายคนว่าตนไปเอาใจออกห่างละครไทย ซึ่งไม่ใช่ แค่ยกตัวอย่างเรื่องเดียวเท่านั้น ขณะที่ละครไทยมีแต่ความบันเทิงด่ากันไปมา ซึ่งต้องลดลงบ้าง หลายเรื่องเราดีอยู่แล้ว เช่น เรื่อง "ปดิวรัดา" ตนไม่ได้ดู แต่เห็นว่าดี เป็นการส่งเสริมอุดมการณ์ทำงานของราชการและธรรมมะของผู้ครองเรือน อีกเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ไม่ได้ดูเหมือนกัน เขาว่าดี กำลังฉายอยู่ ลองไปดูกัน มุ่งเน้นการดูแลปลูกฝังลูกหลานของเราในทางที่ถูก แก้ปัญหาเยาวชนในทางที่ถูก มีทั้งบ้านและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ร่วมมือกัน อีกเรื่องเป็นละครเวทีเรื่อง ผ้าห่มผืนสุดท้าย ซึ่งตนให้แต่งในวาระสำคัญ ของกองทัพบกตอนที่ยังรับราชการในกองทัพบกอยู่ คือธงไตรรงค์ที่ยามตายทุกคนทำหน้าที่ ถ้าตายก็มีผ้าห่มผืนสุดท้ายคือ ธงไตรรงค์ ที่ภาคภูมิใจให้กับครอบครัว คือ ผืนเดียวเท่านั้น เป็นเรื่องราวของชีวิตที่เสียสละและรักครอบครัว ลองไปดูว่าสาระเป็นอย่างไร แสดงถึงวันที่ 3 เมษายนนี้ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย ใครมีโอกาสมีความสามารถก็ไปติดตามและมาเล่าสู่กันฟัง 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    30.0%
  • ไม่ชอบ
    57.7%
  • สนุก
    6.0%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    2.9%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement