ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำตัดสินคดีฮั้วประมูลปุ๋ยปลอม 367 ล้าน 8 มิ.ย.นี้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำตัดสินคดีฮั้วประมูลปุ๋ยปลอม 367 ล้าน 8 มิ.ย.นี้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 20:17
2,031 ครั้ง


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดี “ชูชีพ–วิทยา” ทุจริตฮั้วประมูลปุ๋ยอินทรีย์ปลอม 367 ล้านบาท เวลา 10.00 น. วันที่ 8 มิ.ย.นี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ นายปริญญา ดีผดุง ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อายุ 72 ปี อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และ นายวิทยา เทียนทอง อายุ 75 ปี อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีต ส.ส.สระแก้ว พรรคไทยรักไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 17 กรณีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2545 พวกจำเลยร่วมกันทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยอัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

วันนี้ องค์คณะฯ ไต่สวนพยานจนเสร็จสิ้น 3 ปาก ประกอบด้วย อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร, ทีมงานอดีตเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และอาจารย์ภาควิชาปฐพี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ภายหลังไต่สวนพยาน ศาลกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 10.00 น. โดยให้คู่ความยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี โดยอัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ วันที่ 31 มีนาคม 2558 ศาลประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ขณะที่อัยการโจทก์ นำพยานเข้าไต่สวน รวม 8 ปาก จำเลยทั้งสองไต่สวนพยานรวม 15 ปาก

สำหรับพฤติการณ์ตามคำฟ้อง สรุปว่า ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2545 นายชูชีพ จำเลยที่ 1 เป็น รมว.เกษตรฯ และนายวิทยา จำเลยที่ 2 เป็นเลขานุการ รมว.เกษตรฯ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีเสนอให้จัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยจำเลยทั้งสองมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอโครงการจัดซื้อปุ๋ย ได้กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และกระทำการส่อไปในทางทุจริต ในการร่วมกันกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) เป็นผู้ประมูลได้เพียงรายเดียว โดย ป.ป.ช. เคยมีหนังสือท้วงติงจำเลยที่ 1 แต่กลับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบ และยังดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป จากนั้นจำเลยที่ 2 เขียนบันทึกท้ายโครงการบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ป.ป.ช.รับทราบเรียบร้อยแล้ว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1-2 ได้รับหนังสือทักท้วงจากหลายหน่วยงาน แต่กลับมีเจตนาประวิงเวลา ไม่ตรวจสอบ และภายหลังการทำสัญญา ชสท. นำปุ๋ยที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ และไม่ได้มาตรฐานไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ทำให้เกิดความเสียหาย

โดย นายชูชีพ จำเลยที่ 1 ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณา ส่วน นายวิทยา จำเลยที่ 2 ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝาก องค์คณะฯ อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทั้งสอง โดยตีราคาประกันคนละ 17 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว ป.ป.ช.มีมติเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ชี้มูลความผิดนักการเมือง 2 ราย และยังชี้มูลความผิดวินัยและอาญา ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ บริษัทเอกชน และผู้บริหาร ชสท. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลด้วย โดยการทุจริตฮั้วประมูลปุ๋ยอินทรีย์ปลอม 1.31 แสนตันดังกล่าว วงเงิน 367 ล้านบาท ที่นำไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ปี 2545 ของกรมส่งเสริมการเกษตร

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    78.4%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    7.8%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    13.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement