'บิ๊กต๊อก' เมินม็อบพระ ล่ารายชื่อชงถอดตำแหน่ง มั่นใจทำตาม กม. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กต๊อก' เมินม็อบพระ ล่ารายชื่อชงถอดตำแหน่ง มั่นใจทำตาม กม.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 19:19
1,992 ครั้ง


"บิ๊กต๊อก" ลั่นไม่หวั่นเครือข่ายผ้าเหลือง เคลื่อนไหวยื่นถอดตำแหน่ง ปม "สมเด็จช่วง" ชี้ เป็นหน้าที่ของ "นายกฯ" มั่นใจยืนอยู่บนความถูกต้องเสมอ ระบุ ถ้าผมทำชั่ว สังคมวิพากษ์วิจารณ์ได้ ...

วันนี้ (25 มี.ค.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณี สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) เตรียมยื่น 2 หมื่นรายชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถอดถอน พล.อ.ไพบูลย์ หลังก้าวล่วง สมเด็จช่วง ว่า ถ้ากฎหมายมีก็ถอดถอนไป ตามกฎหมายไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ เพราะไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี อย่าเอาตนไปโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหว และไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้
       
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หากถามประเด็นนี้ตนก็มีจุดยืนของตัวเอง โดยคนที่แต่งตั้งตนมาคือนายกรัฐมนตรี ให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และท่านก็มีสิทธิ์จะให้ตนอยู่หรือไม่ก็แค่นั้น ไม่จำเป็นต้องมองว่าตนถูกหรือผิด แต่นายกรัฐมนตรีต้องดูในบริบทภาพรวม สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างไร และตนจะไม่บ่นอะไรทั้งสิ้น และตั้งแต่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้บอกหลายครั้งแล้วว่า ตนไม่ได้เสนอตัวและไม่อยากเป็น แต่ท่านให้มาช่วยงาน และเมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องมีการปรับ ไม่ต้องคำนึงว่าตนจะยืนอยู่อย่างไร และไม่ต้องเกรงใจ เพราะท่านต้องมีความจำเป็นในการปรับคณะรัฐมนตรีให้ดีขึ้น รวมทั้งตนได้พูดกับท่านหมดแล้ว ทั้งหมดนี้คือจุดยืนของตน และไม่ขอพูดถึงใครจะมาทำนู่นทำนี่
       
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้สิ่งที่ตนทำงานอยู่คิดว่าภาคประชาสังคมจับตามองอยู่ ก็น่าจะรู้และเข้าใจดีว่าใครมีจุดยืนที่เหมาะสมอย่างไร แต่สิทธิ์ตามกฎหมายนั้น ใครจะทำอะไรก็ว่ากันไป แต่ว่าประชาชนจะมองว่าใครยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสมในหน้าที่การงาน เพื่อมุ่งสู่ประโยชน์ส่วนรวมหรือกลุ่มคณะอย่างไร และเชื่อว่าสังคมน่าจะเข้าใจดี สามารถแยกแยะได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้พูดว่ามีจุดยืนที่มองเห็นตัวเองดีกว่า แต่พูดถึงภาพรวม สังคมจะรู้ว่าคนนี้ทำเพื่อส่วนรวมหรือกลุ่มก้อน หรือแอบอิงผลประโยชน์ จะทำกฎหมายหรือกฎหมู่ เชื่อว่าสังคมมองรู้หมดว่าอะไรคืออะไร นอกจากนี้ ที่ตนพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าสังคมจะพึงพอใจคำพูดของตน แต่ยืนยันจะพูดอย่างนี้
       
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าออกหมายเรียก สมเด็จช่วง เข้าให้ปากคำต่อดีเอสไอ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบและไม่ขอให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้ต้องไปถาม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพราะตนจะไม่เข้าไปเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆ
       
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องการทำคดีใหญ่ๆ จะโดนวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างหนัก พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวเพิ่มว่า ตนยืนหยัดเสมอว่าถ้าตนทำชั่ว ใช้อำนาจหน้าที่ในการประพฤติชั่ว เหล่านี้สังคมก็มาวิพากษ์วิจารณ์และสมควรโดนโยกย้าย แต่หากทำถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าใครทั้งนั้น ตนจะยืนหยัดบนความถูกต้องเสมอ ฉะนั้นคำถามนี้ตอบว่าไม่กลัว ถ้ากลัวก็อย่ามายืนตรงจุดนี้ อย่ามาดูแลกฎหมาย ทำเรื่องพวกนี้มันไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เดินมาหากระทรวงยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่ของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งตนไม่ได้เรียกร้องให้เรื่องนี้เข้ามาหากระทรวงยุติธรรม แต่กระทรวงยุติธรรมจำเป็นต้องเข้ามาข้องเกี่ยว โดยตนเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่และมองเห็นจุดนี้ บอกว่าไม่ทำ กระทรวงยุติธรรม และ ดีเอสไอ ไม่ยุ่ง ตนขอถามกลับว่าอันนี้เหมาะสมถูกต้องหรือไม่ที่ปฏิเสธทำคดีนี้ แต่หากรับมาทำแล้วต้องยืนหยัดบนความถูกต้อง กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย
       
"ผมเข้ามาวันที่ 22 พ.ค. 2557 สิ่งหนึ่งที่สังคมเรียกร้องคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใครจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนั้นๆ อะไรมีข้อยกเว้นก็ต้องยกเว้นตามกฎหมายนั้นให้เหมาะให้ควร รวมทั้ง ไม่ควรมีใครมีสิทธิ์เหนือคนอื่นบนพื้นฐานของสถานะทางสังคม ดังนั้น คนที่เข้ามาทำงานในตรงส่วนนี้ต้องกล้ารับผิดชอบ และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    33.5%
  • ไม่ชอบ
    54.0%
  • สนุก
    3.2%
  • ประหลาดใจ
    0.4%
  • เสียใจ
    7.2%
  • ให้กำลังใจ
    1.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement