เจาะเลือดเสี่ยเบนซ์ ตรวจหาสารเสพติด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เจาะเลือดเสี่ยเบนซ์ ตรวจหาสารเสพติด

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2559 08:05
4,178 ครั้ง


สั่งสอบปากคำเจ้าหน้าที่ด่านเก็บเงินทางด่วนเป็นพยานบุคคลมัดตัวเสี่ยซิ่งเบนซ์คร่าชีวิต 2 นิสิต ปริญญาโท มจร. พร้อมประสานกับโรงพยาบาลเจาะเลือดผู้ต้องหาเพื่อหาสารเสพติด ส่วนเรื่องความเร็วของรถยังไม่มีหนังสือยืนยันจาก พฐ. แต่ไม่หนักใจเพราะสามารถพิสูจน์ได้หลายทางสังคมยังจับตามองคดีเสี่ยเบนซ์ซิ่งท้านรกชนขยี้รถคู่กรณีไฟลุกท่วมคร่าชีวิตนายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี คนขับ และเป็นนิสิตปริญญาโท คณะพุทธ- ศาสตร์ สาขาสันติภาพ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กับ น.ส.ธันฐภัทร หรือเบนซ์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี นิสิตปริญญาโทที่เดียวกัน 2 ศพ เหตุเกิดที่ถนนพหลโยธิน กม.533 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ว่าเหยื่อทั้งสองได้ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพไปแล้ว แต่ยังสร้างความเศร้าสลดให้กับพ่อแม่และญาติพี่น้องที่ยังทำใจไม่ได้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 มี.ค. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบพยานไปมากกว่า 20 ปากแล้ว ยังเหลืออีกบางส่วนที่กำลังประสานอยู่คือเจ้าหน้าที่ประจำด่านเก็บเงินในวันเกิดเหตุ อาทิ ด่านพระราม 4 ด่านดอนเมือง ด่านดินแดง เป็นต้น พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งให้นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหา เพื่อขอเจาะเลือดและประสานกับ รพ.สมิติเวชที่รักษาตัวผู้ต้องหาให้เจาะเลือดผู้ต้องหาแล้วแต่ยังไม่ทราบผล สาเหตุที่ต้องเจาะเลือดเพราะเป็นประเด็นสำคัญให้การหาสารเสพติดเพราะทั้งมีกฎหมายรองรับด้านความผิดฐานขับรถประมาทหรือมีสารเสพติด

ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวอีกว่า สำหรับความเร็วรถเบนซ์ที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานจากรถพิสูจน์ความ เร็วได้ประมาณ 220-250 กม./ชม. แต่ยังไม่มีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการอาจเป็นข่าวคาดเดามากกว่าแต่พนักงานสอบสวนไม่ได้หนักใจประเด็นนี้เพราะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถพิสูจน์ความเร็วจากแอร์แบ็กที่แตกออกมาได้ว่ามีความแรงและเร็วเท่าไหร่ รวมทั้งจากกล้องในรถของพยานที่เห็นเหตุการณ์ และกล้องจากโซเชียลสามารถคำนวณหาความเร็วได้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เปิดเผยถึงผลการตรวจยาของ รพ.สมเด็จเจ้าพระยาที่พบภายในรถเบนซ์ของนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาว่าได้รับผลการตรวจจาก รพ.สมเด็จเจ้าพระยาแล้ว เบื้องต้นพบเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทางประสาทแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสารประเภทใด โดยนายเจนภพ มีประวัติการรักษาโรคซึมเศร้าที่โรงพยาบาลดังกล่าวซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาอาจใช้ช่องทางนี้เป็นข้อต่อสู้ในคดี แต่ ผบ.ตร.ยืนยันตรงนี้ไม่กังวล ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย

ที่ สน.ทางด่วน 2 นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มอบอำนาจให้นายธนรัตน์ ยศวิมล หัวหน้าแผนกวินัย รักษาการ ผอ.กองนิติการ กทพ. เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน 2 เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ครอบครองรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากวันที่ 13 มี.ค.2559 เวลาประมาณ 10.45 น. รถคันดังกล่าวใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครมุ่งหน้าดินแดงโดยเข้าทางด่วนเก็บเงินพระรามที่ 4 ช่องเก็บเงินอัตโนมัติหรืออีซีพาส ตู้ที่ 2 โดยผู้ขับขี่ไม่ได้ติดบัตรอีซีพาสไว้ที่กระจกแต่ใช้วิธีลดกระจกรถแล้วยกบัตรขึ้นผ่านไปแต่เครื่องยังไม่ได้ตัดเงิน คนขับได้เหยียบคันเร่งชนไม้กั้นขับหนีไปถือเป็นการขับขี่โดยประมาทหรือหวาดเสียวอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้จึงมาแจ้งความดำเนินคดี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    72.0%
  • ไม่ชอบ
    10.0%
  • สนุก
    18.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement