เตือนไปทั่วโลก ระวัง2ผู้ต้องสงสัย พันบึม‘บรัสเซลส์’ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เตือนไปทั่วโลก ระวัง2ผู้ต้องสงสัย พันบึม‘บรัสเซลส์’

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2559 07:05
1,878 ครั้ง


เบลเยียมออกประกาศจับผู้ต้องสงสัยในภาพวงจรปิดของสนามบิน เชื่อเป็นคนร้าย 1 ใน 3 ที่ร่วมก่อเหตุบึมพลีชีพ ด้านอัยการเบลเยียมสามารถระบุเอกลักษณ์คนร้ายได้เป็นคนที่ 3 แล้ว หลังจากระบุตัวคนร้าย 2 พี่น้องสัญชาติเบลเยียม ศูนย์สถานการณ์วิกฤติสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินเสียชีวิตรวม 31 คน บาดเจ็บ 250 คน สถานทูตไทยอัพเดตสถานการณ์ เผยทางการเบลเยียมให้ประชาชน กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ แม้คงระดับเตือนภัยสูงสุด พร้อมแนะคนไทยร่วมมือและเคารพมาตรการตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย เบลเยียมส่งข้อมูล 2 คนร้ายก่อเหตุบึมบรัสเซลส์ให้ทุกประเทศระวัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ถึงความคืบหน้า เหตุโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพ ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ของสนามบินนานาชาติซาเวนเทมและเหตุระเบิดพลีชีพโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินย่านมาเอลบีค ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเหตุโจมตีทั้งสองจุด คร่าชีวิตผู้คนรวม 31 คน บาดเจ็บกว่า 300 คน ต่อมากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างรับผิดชอบก่อเหตุว่า การสอบสวน และไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ อัยการเบลเยียมสามารถระบุเอกลักษณ์คนร้ายได้เป็นคนที่ 3 แล้ว หลังจากระบุตัวคนร้ายได้ 2 คน ซึ่ง เป็น 2 พี่น้องสัญชาติเบลเยียม คือนายบราฮิม เอล บาคราวี อายุ 30 ปี และนายคาลิด เอล บาคราวี อายุ 27 ปี น้องชาย โดยนายบราฮิมเป็นมือระเบิดพลีชีพ โจมตีอาคารผู้โดยสารขาออกสนามบินนานาชาติ ซาเวนเทม มีผู้เสียชีวิต 11 คน ส่วนนายคาหลิด ก่อเหตุระเบิดพลีชีพ ที่สถานีรถไฟใต้ดิน มีผู้เสียชีวิต 20 คน สำหรับคนร้ายรายที่ 3 เป็นคนร้ายคนที่อยู่ฝั่งซ้ายสุด ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดของสนามบิน ตำรวจเบลเยียมระบุว่า คือนายนาจิม ราคราวี ผู้เชี่ยวชาญการประกอบระเบิดและเป็นมือระเบิดพลีชีพ ที่สนามบินซาเวนเทม คนที่ 2 ซึ่งเชื่อกันว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ก็มีข่าวไม่ยืนยันว่านายนาจิมเสียชีวิตแล้ว

สำหรับนายนาจิมเป็นนักรบจีฮัด ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ต้องหาที่ทางการเบลเยียมต้องการตัวและถูกตรวจพบหลักฐานดีเอ็นเอ บนวัตถุระเบิดที่ เชื่อมโยง เหตุโจมตีก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ขณะที่คนร้ายอีกคนที่อยู่ด้านขวาสุดในภาพกล้องวงจรปิดสนามบิน ซึ่งสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีอ่อนและหมวกสีดำ เจ้าหน้าที่เบลเยียมยังไม่สามารถระบุ เอกลักษณ์ได้ เชื่อว่าหลบหนีรอดจากที่เกิดเหตุ แต่ก่อนหลบหนีคนร้ายที่สวมหมวกยังทิ้งกระเป๋าที่ซุกวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ไว้ภายในและเกิดระเบิดขึ้น หลังตำรวจทำการอพยพผู้คนจากอาคารผู้โดยสารขาออก จึงไม่มีใครได้รับอันตรายจากการระเบิดดังกล่าว

อย่างไรก็ดี โทรทัศน์ช่องอาร์ทีบีเอฟของเบลเยียมและหนังสือพิมพ์เลอ มองด์ ของฝรั่งเศส รายงานด้วยว่าเหตุระเบิดพลีชีพ โจมตีสถานีรถไฟใต้ดินย่านมาเอลบีค มีคนร้ายร่วมก่อเหตุอีก 1 คนและอาจกำหลังหลบหนี ผู้ต้องสงสัยคนที่ว่า ปรากฏในกล้องวงจรปิด เดินถือกระเป๋าใบใหญ่อยู่กับนายคาหลิด ผู้ก่อเหตุมือระเบิดพลีชีพที่สถานีรถไฟใต้ดิน แต่ไม่ชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หรือไม่ ต่อมาตำรวจเบลเยียมระบุว่าเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดิน มีผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุกับนายคาหลิดด้วย 1 คนและว่าในกล้องวงจรปิดที่สถานีมาเอลบีค พบนายคาหลิดพูดคุยกับผู้ต้องสงสัยที่ถือกระเป๋าใบใหญ่ แต่ไม่ได้ขึ้นขบวนรถไฟใต้ดินพร้อมนายคาหลิด และจากการพบเบาะแสล่าสุด ทำให้ทางการเบลเยียมเร่งตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว

ส่วนนายบราฮิม มือระเบิดพลีชีพ 1 ใน 2 คน ที่สนามบินซาเวนเทม ทางการตุรกีระบุว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตุรกีจับได้ที่พรมแดนตุรกี ติดกับซีเรียเมื่อปี 2558 และเนรเทศส่งตัวมาให้เนเธอร์แลนด์ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่านายบราฮิมถูกส่งตัวต่อมาให้เบลเยียมเมื่อไหร่ หรือไม่อย่างไร ขณะที่เจ้าหน้าที่ตุรกีคนหนึ่งระบุว่า นายบราฮิมถูกเนรเทศออกจากตุรกีถึง 2 ครั้ง คือ ในเดือน ก.ค. และ ส.ค.ปีที่แล้ว เพราะต้องสงสัยเป็นนักรบต่างชาติ แต่ไม่มีประวัติก่อคดีอาญาในตุรกี

ขณะที่ประธานาธิบดีเรเซฟ ทายยิบ เออร์โดกัน ของตุรกีระบุว่า เบลเยียมเมินเฉยกับคำเตือนของตุรกีที่ระบุว่า นายบราฮิมเป็นนักรบต่างชาติที่ตุรกีจับตัวได้ สำหรับประเด็นนี้ นายโคเอน กีนส์ รมว. ยุติธรรมเบลเยียม ระบุว่าตนรู้ว่านายบราฮิมถูกส่งตัวมาจากตุรกี แต่ไม่ได้มีระบุชัดเจนว่าอาจเป็นผู้ก่อ การร้าย เป็นแต่เพียงผู้กระทำผิดคดีอาญาทั่วไปและได้รับการปล่อยตัวแบบมีทัณฑ์บน

นางแมคกี เด บล็อค รมว.สาธารณสุข ของเบลเยียมระบุว่า ในกลุ่มผู้บาดเจ็บจากเหตุโจมตีทั้ง 2 เหตุการณ์ประมาณ 300 คนนั้น เป็นผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 61 คน อาการหนักขั้นโคม่า 4 คน ทำให้ ยอดผู้เสียชีวิตน่าจะมีเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ต่างได้รับอันตรายจากการถูกเผาไหม้หรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ ไม่ต่างจากคนบาดเจ็บในสนามรบ โดยในกลุ่มเหยื่อเหตุโจมตี ที่สนามบินซาเวนเทมนั้น ข่าวระบุว่ามีสามีภรรยาชาวเยอรมันวัยหนุ่มสาวรวมอยู่ด้วย ฝ่ายสามีคือนายลาร์ส อายุ 30 ปี บาดเจ็บหนักอาการโคม่า ส่วนภรรยาชื่อเจนนิเฟอร์ อายุ 29 ปี ยังสูญหายไม่รู้ชะตากรรม ทั้งนี้ ทั้งสองคนเคยโพสต์เฟซบุ๊กร่วมไว้อาลัยและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเหยื่อเคราะห์ร้ายตอนเกิดเหตุโจมตีกรุงปารีส แต่กลับต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน

ด้านสนามบินซาเวนเทมประกาศว่า จะยังปิดทำการจนถึงอย่างน้อยวันเสาร์ที่ 26 มี.ค.เพื่อให้ทีมสอบสวนทำการตรวจสอบหาหลักฐาน ที่อาจเกี่ยวข้องเหตุโจมตีต่อไป ส่วนระบบรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ เปิดให้บริการได้แล้วบางส่วน แต่แม้จะเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน กลับมีผู้โดยสารบางตากว่าปกติและยังมีทหารคอยตรวจกระเป๋าผู้โดยสารทุกคนอย่างเข้มงวด

กลุ่มรัฐมนตรีมหาดไทยและยุติธรรมของสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมฉุกเฉินในกรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 24 มี.ค. ตามวันเวลาท้องถิ่น เพื่อหามาตรการรับมือภัยคุกคามจากพวกนักรบจีฮัดและถกหารือยกเครื่องกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทั่วภูมิภาค ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าติดตามเครือข่ายนักรบจีฮัดรวมทั้งหน่วยข่าวกรองยุโรปและอิรัก เผยด้วยว่า กลุ่มไอเอสได้ทำการฝึกนักรบอย่างน้อย 400 คน เพื่อโจมตีเป้าหมายในยุโรป โดยส่งไปก่อเหตุเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันเหมือนกลุ่มที่ก่อเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์และกรุงปารีสพร้อมคำสั่งให้เลือกเวลา สถานีและวิธีการเพื่อก่อความเสียหายและคร่าชีวิตเหยื่อให้มากที่สุด

ส่วนความคืบหน้าคดีนายซาลาห์ อับเดสลาม ชาวฝรั่งเศสเกิดในเบลเยียม วัย 26 ปี ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในทีมผู้ก่อการร้าย 10 คน ที่ก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส 6 จุด เมื่อ 13 พ.ย. 2558 จนมีผู้เสียชีวิต 130 คน และหลบหนีไปได้ถึง 4 เดือน ก่อนถูกจับและถูกยิงบาดเจ็บที่ขา ในการบุกจู่โจมที่ย่านโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 18 มี.ค. ก่อนหน้าเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์แค่ 4 วันนั้น นายสเวน มารี ทนายของเขาแถลงเมื่อ 24 มี.ค.ว่า นายอับเดสลามเปลี่ยนใจไม่ขอต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน และต้องการให้เบลเยียมส่งตัวเขาไปยังฝรั่งเศสโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อชี้แจงตัวเอง นายอับเดสลามยังปฏิเสธว่า ไม่รู้เห็นกับการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเปลี่ยนใจไม่สู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน อัยการฝรั่งเศสเผยว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะส่งตัวนายอับเดสลามไปฝรั่งเศสได้ และเขามีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงบรัสเซลส์ใน 31 มี.ค.

นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องหลังการพบปะเจรจากับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เมื่อ 24 มี.ค. ให้ประเทศต่างๆ เป็นเอกภาพ เพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง รวมทั้งกลุ่มไอเอสในอิรัก ซีเรีย และภูมิภาคอื่นๆ โดยระบุว่า การโจมตีกรุงบรัสเซลส์ เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของทุกประเทศที่มีความสามารถในการช่วยทำลายล้างกลุ่มไอเอสให้หมดสิ้น

วันเดียวกัน นายคาลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงทางทวิตเตอร์ว่า ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 13 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาขาของกลุ่มไอเอส ในปฏิบัติการบุกจู่โจมต่อต้านการก่อการร้ายหลายจุดเมื่อ 23 มี.ค. และสามารถยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสได้ ก่อนหน้านี้ นายคาลิดเผยว่าจะตั้งหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายขึ้นในทุกรัฐของมาเลเซีย และหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์ ตำรวจจะสืบสาวข้อมูลทุกชิ้นแม้จะมีเพียงน้อยนิด จะไม่รอให้มีการโจมตีเกิดขึ้นก่อน ส่วนนายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รมว.มหาดไทยมาเลเซีย เผยเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ตำรวจมาเลเซียสามารถทลายแผนของกลุ่มไอเอสที่จะลักพาตัวนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค และรัฐมนตรีระดับสูงคนอื่นๆ เมื่อปีที่แล้ว อนึ่ง ตั้งแต่เดือน ม.ค.2558 ตำรวจมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงแล้วอย่างน้อย 160 คน รวมทั้งผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกไอเอส 7 คน

ทางด้านความเคลื่อนไหวที่ไทย วันที่ 23 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงบรัสเซลส์) สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ ออกประกาศเรื่องสถานการณ์ การก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 2 โดยได้สรุปสถานการณ์ล่าสุดและคำแนะนำในการปฏิบัติตนว่า ศูนย์สถานการณ์วิกฤติ (Crisis Center) ของเบลเยียมได้สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทั้งสองแห่ง 31 คน บาดเจ็บ 250 คน สถานเอกอัครราชทูตฯ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินของสนามบินกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ บ.การบินไทย ในการดูแลช่วยเหลือคนไทยกลุ่มดังกล่าวต่อไป

นอกจากนี้ ศูนย์สถานการณ์วิกฤติ ได้ปรับคำแนะนำว่า แม้ว่าทางการเบลเยียมจะยังคงระดับการเตือนภัยการก่อการร้ายที่ระดับ 4 ทั่วประเทศ แต่ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ สนามบินกรุงบรัสเซลส์ยังคงปิดบริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินปิดทำการในเวลา 19.00 น. เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ขอคนไทยที่อยู่และเดินทางมากรุงบรัสเซลส์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการเบลเยียม โดยขอให้ความร่วมมือและเคารพมาตรการ การตรวจค้นต่างๆ ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางสัญจรเข้าในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ และติดตามข่าวสารจากทางการเบลเยียมอย่างใกล้ชิด หากมีเหตุฉุกเฉินหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ (+32) 470859667 หรือโทรศัพท์ฉุกเฉินของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คือ (+66) 25728442 ขณะที่ทางการเบลเยียมก็ได้เปิดเบอร์ hotline ศูนย์สถานการณ์วิกฤติที่เบอร์ 1771

ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญและพื้นที่ กทม. หลังก่อการร้ายวางระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีของแต่ละ บก. เอกซเรย์และรีเอกซเรย์พื้นที่ต่างๆ ตรวจตราตามที่พักอาศัยหรือแหล่งพักพิง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก หอพัก คอนโดฯ เพิงพัก หรือแม้กระทั่งกระต๊อบ ด้าน พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ได้หารือกับเอกอัครราชทูตเบลเยียม และเอกอัครราชทูตอียู มีการขอให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นขึ้น

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ทางการเบลเยียมส่งข้อมูล 2 ผู้ก่อเหตุระเบิดกลางกรุงบรัสเซลส์มาให้กับประเทศต่างๆรวมถึงทางการไทยว่า เราได้รับแล้วและได้นำเข้าโปรแกรมแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ ขณะนี้ไม่มีข้อมูลเดินทางเข้าไทย เขาเพียงส่งข้อมูลมาให้เพื่อป้องกันไว้ก่อน หากมีคนลักษณะเช่นนี้เข้ามาก็ให้ดำเนินการจับกุม

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    49.0%
  • ไม่ชอบ
    3.9%
  • สนุก
    45.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    2.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement