เล็งฟ้องแพ่งอาญา-ปั่นหุ้นแจส ประมูลใหม่ มิ.ย.เริ่ม 7.5 หมื่นล้านดีแทคเมิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เล็งฟ้องแพ่งอาญา-ปั่นหุ้นแจส ประมูลใหม่ มิ.ย.เริ่ม 7.5 หมื่นล้านดีแทคเมิน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2559 06:20
1,090 ครั้ง


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเพื่อประเมินความเสียหายจากกรณีบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่มาชำระค่าประมูล 4 จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์

โดยกรรมการที่ตั้งขึ้นประกอบด้วย ตัวแทนจากอัยการสูงสุด คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะทำงานจะพิจารณาทุกประเด็น ทั้งฟ้องแพ่ง ฟ้องอาญา เรื่องการปั่นหุ้น และประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงว่าจะเกี่ยวโยงกับใบอนุญาตประกอบกิจการที่กลุ่มบริษัทจัสมิน อินเตอร์–เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS) ผู้ถือหุ้นหลักของแจสโมบาย ที่ถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล ช่องโมโน 29 และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นๆหรือไม่ โดยจะมีคำตอบภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้สำนักงาน กสทช.ไปเร่งรัดเตรียมการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามอำนาจของ กสทช. โดยกสทช.ต้องปรับปรุงเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลใหม่ ได้แก่ ราคาเริ่มต้นการประมูลว่าจะเป็นราคาเท่าใด เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 75,654 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาสุดท้าย ที่แจสโมบายชนะประมูล ส่วนที่หลายคนเสนอให้นำราคาสุดท้ายของบริษัทดีแทค ไตรเน็ต เน็ตเวิร์ค จำกัด ที่เสนอ 70,180 ล้านบาท มาเป็นราคาเริ่มต้นนั้น ต้องนำไปรับฟังความเห็นสาธารณะก่อน แต่ยืนยันว่าราคาเริ่มต้นจะไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาทแน่นอน

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มวงเงินหลักทรัพย์การค้ำประกันใหม่เป็น 10% 20% 30% ของราคาเริ่มต้นการประมูล เพื่อมิให้เกิดเหตุซ้ำรอยแบบกรณีแจสโมบายทิ้งใบอนุญาตอีก การปรับระยะเวลาการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับประกาศมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการมือถือไม่ให้เกิดซิมดับเป็นเวลา 30 วัน โดยสำนักงาน กสทช.จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เสร็จโดยเร็ว และนำเสนอบอร์ด กสทช.พิจารณาวันที่ 12 เม.ย.นี้ เมื่อบอร์ด กสทช.อนุมัติก็จะนำไปรับฟังความคิดเห็นทั้งในเว็บไซต์ และเปิดเวทีรับฟังระหว่าง 18 เม.ย.-23 พ.ค.นี้ และวันที่ 31 พ.ค.จะนำเสนอบอร์ด กทค.และ กสทช.อีกครั้ง เพื่ออนุมัติและนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และหลังจากนั้นก็จะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาซื้อเอกสารการประมูลตามขั้นตอน คาดว่าจะเปิดประมูลได้ราวปลายเดือน มิ.ย.59

“กสทช.จะเร่งประมูลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะคลื่น 900 จำเป็นต้องนำมาให้บริการประชาชน และมั่นใจว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมูล 2-3 ราย เพราะถ้าไม่เข้าร่วมประมูล ต้องรอไปอีก 1 ปี จึงจะเปิดประมูลใหม่ ขณะที่การเคาะราคาน่าจะราว 5-6 ครั้ง ส่วนข้อเสนอของดีแทคที่เสนอให้กำหนดราคาตั้งต้นประมูล 16,000 ล้านบาทนั้น บอร์ด กทค.ไม่รับฟัง เพราะได้มีมติไปแล้ว และขอยืนยันอีกครั้งว่า ราคาเริ่มต้นจะต้องไม่ต่ำว่า 70,000 ล้านบาท และทรูมูฟเอชมีสิทธิ์เข้าประมูล เพราะทำตามเงื่อนไขและมาชำระเงินเรียบร้อยแล้วไม่สามารถตัดสิทธิ์ได้ และภายในสัปดาห์หน้า กสทช.จะรายงานสรุปผลทั้งหมดเกี่ยวกับคลื่น 900 ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบอย่างเป็นทาง”

ด้านนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค เปิดเผยว่า หากราคาประมูลใหม่เริ่มต้นที่ราคาเดิมคือ 75,000 ล้านบาท ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าดีแทคจะไม่เข้าร่วมประมูลเพราะการประมูลใหม่ควรใช้เงื่อนไขราคาตั้งต้นเดิม โดยดีแทคจะรอดูร่างหลักเกณฑ์ประมูลครั้งใหม่ที่จะประกาศในวันที่ 12 เม.ย.นี้ ขณะที่นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสสนใจที่จะเปิดรับข้อเสนอทุกประการต่อการจัดสรรคลื่นความถี่ 4 จีครั้งใหม่ ซึ่งต้องดูเงื่อนไขของ กสทช.ว่าดึงดูดใจหรือไม่ และยอมรับว่าเห็นใจทรู หากต้องมีต้นทุนสูงอยู่รายเดียว ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารทรู กล่าวว่า ขณะนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ เพราะต้องรอหารือกับบอร์ดก่อน ซึ่งหากราคาประมูลใหม่ลดต่ำลง ก็ต้องลดราคาให้ทรูด้วย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวว่า กสทช.คงต้องยึดหลักค้ำประกัน รวมถึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจัดการประมูลครั้งที่ผ่านมาและการจัดประมูลครั้งใหม่ โดยการจัดประมูลใหม่นั้น กสทช.ดำเนินการเองได้ และมีประกาศชัดเจนว่าจะจัดการประมูลใหม่ไม่เกิน 1 ปี ต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าการประมูลครั้งที่ผ่านมาและถ้าราคาต่างกันต้องฟ้องร้องส่วนต่างและถ้ายังประมูลไม่ได้ใน 1 ปีก็ต้องประมูลต่อ แต่ยึดหลักที่ต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าที่ประมูลได้เช่นกัน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ตลาดหลักทรัพย์จะรอข้อมูลของ กสทช. ว่าจะพิจารณาอย่างไรกรณีที่แจสโมบายเบี้ยวจ่ายเงินค่าประมูล 4 จี รวมถึงต้องรอผลการประชุมผู้ถือหุ้นเดือน เม.ย.นี้โดยเฉพาะกรณีการซื้อหุ้นคืนว่าผู้ถือหุ้นจะมีมติอย่างไร ส่วนข้อสงสัยเรื่องราคาหุ้น JAS ที่ปรับตัวขึ้นแรงช่วงที่มีการแจ้งว่าจะซื้อหุ้นคืนนั้น ตลาดหลักทรัพย์ยืนยันว่าจะดูแลทุกบริษัทในมาตรฐานเดียวกัน โดยหากพบความผิดปกติก็จะส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต.ตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป รวมทั้งประเด็น ที่คณะทำงานประเมินความเสียหายได้ตั้งประเด็นถึงการสร้างราคาหุ้นด้วยนั้น ถือเป็นการตรวจสอบตามปกติของตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว หากพบว่ามีความผิดปกติในการซื้อขาย ซึ่งก็จะส่งเรื่องต่อไปยัง ก.ล.ต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ โดยระบุว่า ฝ่ายกฎหมายของบริษัทได้ให้ความเห็นว่า บริษัทจะถูกริบแค่หลักประกันการประมูล 644 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นแค่ 1.27% ของสินทรัพย์รวมเท่านั้น โดยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายใดๆเพิ่มเติมและไม่กระทบต่อใบอนุญาตโทรคมนาคมอื่นๆที่ได้จาก กสทช.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    91.7%
  • ไม่ชอบ
    8.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement