กกต.เคาะตัวเลข งบฯ ทำประชามติ กว่า 3 พันล้านบาท - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กกต.เคาะตัวเลข งบฯ ทำประชามติ กว่า 3 พันล้านบาท

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 21:12
581 ครั้ง


กกต.เคาะตัวเลข งบฯ ทำประชามติ กว่า 3 พันล้านบาท ส่งสำนักงบประมาณสัปดาห์หน้า ใช้วิธีพิเศษให้โรงพิมพ์รัฐพิมพ์ร่าง รธน. "สมชัย" ยัน พ.ร.บ.ประชามติ เปล่าจ้องเอาผิดกลุ่มต้าน

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงการเตรียมการออกเสียงประชามติของ กกต. ว่า ที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการรับทราบเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และแผนการออกเสียงประชามติ ทั้งการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ และการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญ และสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้เห็นชอบในหลักการให้ใช้วิธีพิเศษ โดยจ้างหน่วยงานรัฐ เพราะมีระยะเวลาจำกัด ทั้งนี้ยืนยันว่าวิธีพิเศษจะมีความโปร่งใส เพราะเป็นการจ้างหน่วยงานของรัฐเท่านั้น

ทั้งนี้ จะต้องมีการเอาราคาของโรงพิมพ์หน่วยงานของรัฐมาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาราคาที่รัฐได้ประโยชน์และมีความโปร่งใสที่สุด ส่วนแผนและกำหนดการการออกประชามตินั้น ที่ประชุม กกต.ให้ความเห็นชอบในเรื่องกำหนดเวลาว่าน่าจะออกเสียงประชามติได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. ส่วนงบประมาณที่ประชุมเห็นชอบในหลักการที่ตัวเลขประมาณ 2,991 ล้านบาท และคาดว่าสัปดาห์หน้าจะส่งเรื่องให้สำนักงบประมาณพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า กกต.พร้อมดำเนินการจัดออกเสียงประชามติครั้งนี้ และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า เรื่องบทลงโทษในร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ร่างนั้น ยืนยันว่าไม่ได้แตกต่างไปจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 อาทิ บทบัญญัติเกี่ยวกับการขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. กำหนดไว้ในมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ปี 2550 และมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเหมือนกับในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ หรือกรณีการทำลายบัตรออกเสียง ให้ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ถ้าเป็นเจ้าพนักงานหรือมีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการออกเสียง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท เหมือนในร่างกฎหมายฉบับใหม่

นอกจากนั้น ก็มีการเพิ่มเติมข้อความในมาตรา 62 กรณีที่ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรงก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดมหรือข่มขู่โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ ยืนยันว่ากฎหมายและบทลงโทษในกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มุ่งที่จะเอาผิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่บังคับใช้กับทุกฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หากมีการกระทำเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ก็จะถูกดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำใดจึงจะถือว่าก้าวร้าวรุนแรง และการรณรงค์ที่ใช้คำว่าสืบทอดอำนาจ จะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า กรณีลักษณะนี้ต้องมีการร้องเข้ามา ซึ่งจะมีอนุกรรมการพิจารณาเพื่อกลั่นกรองนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ถ้าสุจริตและสุภาพจะไม่มีปัญหา หากบอกว่ามีการสืบทอดอำนาจ ก็เป็นเรื่องของการแสดงความเห็น ต้องมีการแสดงเหตุผล และเป็นการคาดการณ์ผลที่อาจจะเกิดในอนาคต โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ผิดแต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของ กกต. ซึ่งจะมีหลักประกันว่าถ้าแสดงความเห็นในเชิงหลักวิชาการก็ไม่ต้องกลัว โดยหลังจากนี้ กกต.จะมีการจัดทำคำแนะนำ ว่าสิ่งใดที่สามารถทำได้และสิ่งใดที่ไม่ควรทำในการทำประชามติครั้งนี้ด้วย ก่อนจะเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางต่อไป.

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่คนต่างประเทศปลุกระดมเกี่ยวกับการทำประชามติ จะมีความผิดหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า กฎหมายการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังไปไม่ถึง และคงไม่มีการเขียนเพิ่มเพื่อดำเนินการกับคนที่อยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องเรียนก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของ กกต. หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคนในประเทศ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายประชามติ ต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    84.5%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    9.9%
  • เสียใจ
    5.6%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement