อยากเรียน ม.แม่ฟ้าหลวงฟังทางนี้!! 100 เหตุผลไม่เท่าจากปากอธิการบดี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อยากเรียน ม.แม่ฟ้าหลวงฟังทางนี้!! 100 เหตุผลไม่เท่าจากปากอธิการบดี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2559 06:05
37,481 ครั้ง


แน่นอน!! มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต้องไม่ใช่แค่เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดเพียงอย่างเดียว เหนือสิ่งอื่นใด ต้องมีเหตุผลหลายๆ อย่าง ที่ทำให้บรรดานักเรียนที่จบ ม.6 มาหมาดๆ ถึงสนใจอยากจะเข้าไปร่ำเรียนที่นี่จำนวนมาก บางคนถึงกลับยอมซิ่วเพื่อให้ได้มาเรียนที่นี่...ก็มี!!!

เพราะอะไร?? เราคงตอบไม่ได้... Study Inside จะพาคุณไปพูดคุยกับแม่ทัพ ผู้บุกเบิก ผู้ก่อตั้ง ผู้ดูแล ผู้วางแผน ผู้บริหาร หรือจะเรียกว่าผู้ที่ทำให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีทุกอย่างเช่นวันนี้

รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะมาเปิดเผยเรื่องราวของมหาวิทยาลัยจังหวัดเชียงรายแห่งนี้ ว่าที่นั่นเขามีอะไรดี และเรายังพูดคุยกับท่านอีกหลายเรื่อง ซึ่งหากใครอ่านจนจบ รับรองว่าคุณจะได้เคล็ดลับสุดลึกซึ้งไปใช้ในชีวิตอย่างแน่นอน

สภาพชีวิตความเป็นอยู่

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด สิ่งแรกที่เราทำ คือ การทำให้ความเป็นอยู่ภายในมหาวิทยาลัยดีที่สุด มีความสุขที่สุด และอยากจะเรียนที่สุด เราจึงสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ให้มากที่สุดในมหาวิทยาลัย

สถานที่ต่างๆ ที่เราจัดไว้ให้ มันต้องเอื้อต่อการเรียนรู้ ตั้งแต่ห้องเรียน ห้องสมุด สถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ เราไม่อยากให้เด็กที่มาอยู่ต่างจังหวัดรู้สึกว่าล้าหลัง แต่อยากให้เขารู้สึกที่นี่ก็ทันสมัย หรือบางครั้งอาจจะทันสมัยกว่าที่อื่นๆ เพราะว่าที่นี่เป็นแคมปัสที่ปิด มีรั้วรอบขอบชิด คนอื่นไม่สามารถมายุ่งกับเราได้ พูดไปมันเหมือนโรงเรียนประจำ แต่ประจำแบบเปิด ทุกคนที่อยู่แห่งนี้ มีทุกสิ่งอย่างครบถ้วน

เราพยายามดูแลเด็กของเราตั้งแต่ตื่นจนนอน ตื่นนอนมาเรียนก็มีรถรับส่ง หรือจะขี่รถมาเองบ้างก็ได้ กลางวันกินข้าว โรงอาหารเราก็มีอำนวยความสะดวกเขาทุกอย่าง กีฬาเราก็ส่งเสริมมากเป็นพิเศษ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะอินดอร์ เอาต์ดอร์ ห้องสมุดก็เป็นปัจจัยสำคัญ วันธรรมดาเราเปิดถึง 22.00 น. ช่วงใกล้สอบ 1 เดือน เราเปิดถึง 24.00 น. และตอนนี้กำลังจะคิดเปิดอีกส่วนหนึ่งในห้องสมุด เป็นห้องสมุด 24 ชั่วโมง นักศึกษาสามารถไปนั่งหลับได้ กินอาหารได้

เราอยากทำนี่ที่เป็นเหมือนบ้าน อย่างหอพักนี่เราจัดให้อยู่ 3-4 คนเลย เหตุผลคือ การที่จัดให้เขานอนกันหลายคน จะทำให้เขาสามารถปรับตัวปรับชีวิตได้ เพราะถ้าเขาสามารถอยู่กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้ เขาก็ไปอยู่กับใครในโลกได้ ไม่ว่าจะไปตกระกำลำบากหรือไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง เขาก็สามารถจะไปได้เพียงลำพัง นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมนักศึกษาปี 1 จะต้องอยู่หอพักทุกคน มันคือกฎของมหาวิทยาลัยเรา รวยแค่ไหนก็ต้องอยู่ ฝาแฝดกันก็ต้องแยกห้อง เพราะชีวิตเขาก็ต้องแยกกัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นสภาพแวดล้อมในการเรียนการอยู่มากที่สุด หากเจ็บป่วย เราก็พาไปดูแล 24 ชั่วโมง เพราะเรามีโรงพยาบาลอยู่ในมหาวิทยาลัย หากเจ็บป่วยอยู่ข้างนอกมหาวิทยาลัย เราก็จะไปรับมาได้ หรือหากไปเกิดอุบัติเหตุที่ไหน มหาวิทยาลัยมีรถพยาบาลไปดูแล 24 ชั่วโมง ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่ดูแลเด็กมากที่สุด

การเรียน

ผมคิดว่า ชีวิตมนุษย์ข้างหน้ามันลำบากมากขึ้น นับวันมันยิ่งลำบาก ยิ่งเปิดเออีซี มันยิ่งลำบาก หนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตรอดไปได้ คือความเก่ง เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามสอนเด็กเราให้เก่ง เก่งในเรื่องเนื้อหาวิชาการ เก่งในเรื่องการปรับตัวให้เข้าสภาพแวดล้อม เข้ากับสังคมนานาชาติ เก่งในเรื่องการสื่อสาร โดยทำให้เขามีความสามารถในการสื่อสารได้ โดยเฉพาะภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

ในโลกปัจจุบัน ต้องมี 4 อย่างนี้ คือ
1. เป็นคนเก่งในวิชาการ
2. สื่อสารกับมนุษย์ทั่วโลกได้
3. มีจิตสำนึกของความเป็นคนดี
4. ทำงานในสังคมที่ต่างวัฒนธรรมได้

มี 4 อย่างแค่นี้พอแล้ว มีแค่นี้ก็ไปไหนก็ได้ในโลก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทุกวันนี้เด็กแม่ฟ้าหลวง ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำงานอะไรก็ได้ เราดูได้จากศิษย์เก่า ตั้งแต่นักศึกษารุ่นแรกของเรา นี่คือวิสัยทัศน์ตั้งแต่แรกเริ่ม ณ วันนี้ 17 ปี เราก็ยังยึดถือแบบนี้มาโดยตลอด

โอกาส

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกล แรกๆ ไม่ค่อยมีใครอยากมาเรียน เด็กที่มาเรียนแรกๆ คือเด็กที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เขาไม่ได้อยากมา แต่เขามาเพราะไม่มีที่เรียน แต่หลังจากที่เขามาแล้ว เราพยายามสอนเขาให้ ปรากฏว่า คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย กลับเรียนได้ดีมาก กลายเป็นคนเก่ง มันเป็นบทพิสูจน์ว่า เด็กที่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นผู้ที่ไม่ได้รับโอกาส ดังนั้นถ้าเราหยิบยื่นโอกาสให้เขา เขาก็เรียนได้ นี่คือหลักคิดต่อมาว่า เราจะต้องให้โอกาสกับคนที่อยากเรียนแล้วได้เรียน ดังนั้น แม่ฟ้าหลวงจึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งโอกาส ถ้าอยากเรียนจริงๆ จะได้เรียน สอบเข้าไม่ได้ เรามีระบบให้ลองเรียน ถ้าเรียนได้ ให้เรียนเลย เราหวังว่าเขาจะเรียนได้ แล้วส่วนใหญ่ก็เรียนได้ แต่ขอให้เขามีความตั้งใจ

แรงบันดาลใจ

เราสร้างแรงบันดาลใจของเรา อยากได้ใคร่ดี อยากเป็นโน่นเป็นนี่ มีความหวังในชีวิตและอนาคต วิธีการคือ เราจะเชิญคนที่ประสบความสำเร็จในที่ต่างๆ มา แล้วมาคุยให้ฟังว่า ทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จ และเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว เขาได้รับอะไรบ้าง เขามีหน้ามีตาในสังคม มีเงินมีทอง มียศมีตำแหน่ง เพราะเขาทำอะไรมา เขาลำบากมาแค่ไหน ไม่อยากให้เด็กคิดว่า ลำบากแล้วไม่มีโอกาส อย่าคิดว่ายากจนแล้วจะไม่ได้รับโอกาส โอกาสเปิดเสมอสำหรับคนที่ตั้งใจจะไขว่คว้า เราสอนเด็กของเรา โอกาสที่จะเติบโตได้ ก็คือ การศึกษา การศึกษาเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ถ้าเราบอกธรรมดา เด็กไม่เห็น แต่ถ้ามีตัวอย่าง เด็กจะเห็นภาพ

หัวใจของแม่ฟ้าหลวง

ถามว่าอะไรสำคัญในแม่ฟ้าหลวง ก็คืออนาคตของเด็ก เป็นเรื่องสำคัญ เราสัญญากับผู้ปกครอง วันที่เขาเอาลูกหลานมาให้กับเรา เราบอกว่า วันนี้ภาระได้ตกอยู่ที่เรา เราจะทำให้ลูกของท่านดีที่สุด จากนั้นเราก็มาบอกอาจารย์ของเรา ว่าเรารับภารกิจสำคัญ คือการทำให้ลูกชาวบ้านดีที่สุด ถ้าเราทำให้ลูกเขาดีไม่ได้ เราทำร้ายเขาทั้งครอบครัว เพราะเขามาด้วยความหวัง รถคันหนึ่งมากัน 10 คน มาส่งลูกคนเดียว ยากจนข้นแค้นเป็นชาวนาชาวไร่ มีโอกาสส่งลูกได้เพียงคนเดียว ถ้าเราสอนลูกคนนี้ไม่เก่ง ทำงานไม่ได้ เขาล้มทั้งยืน เด็กจบจากนี่ไป ต้องเก่ง ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวได้ นี่คือหลักการ เราจะทำให้ครอบครัวของผู้ปกครองเป็นสุข ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในโลก เด็กแม่ฟ้าหลวงพร้อมเผชิญ

เออีซี

คนชอบถามว่า เราเตรียมการอะไรรองรับเออีซี ผมบอกว่า ตอนที่สร้างแม่ฟ้าหลวงเมื่อ 17 ปีที่แล้ว คำว่าเออีซีไม่มีใครสนใจ เราก็เลยไม่สนใจ แต่เราสนใจโลก เราบอกว่า เด็กที่เรียนจบจากที่นี่ไป ต้องทำงานที่ไหนในโลกก็ได้ ไม่ใช่แต่ในประเทศไทย พอคนมาถามถึงเออีซี เราบอกเราไปไกลกว่านั้น เราเลยจุดนั้นไปแล้ว

เรามีหลักสูตรเดียว คือหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ แม่ฟ้าหลวงไม่เคยประกาศว่าเป็นอินเตอร์ แต่เราเป็นด้วยการปฏิบัติของเรา ผมไม่ชอบประกาศเป็นโน่นนี่ แต่เราทำ การสอนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยอินเตอร์ แต่เราสอนเพื่อให้เด็กเรา สามารถทำงานในสังคมโลกได้ เราเน้นตรงนั้นมากกว่า แม่ฟ้าหลวงไม่เคยบอกว่าเป็น International University แม่ฟ้าหลวง คือแม่ฟ้าหลวง จริงๆ ในโลกนี้มีมหาวิทยาลัยที่เป็น International University เพียงไม่กี่แห่ง และถ้าแน่จริง ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศว่าเป็นมหาวิทยาลัยอินเตอร์ ฮาร์วาร์ดก็ไม่มี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ไม่มี

ภาษาจีน

เราให้ความสำคัญมาตั้งแต่เราเปิดมหาวิทยาลัยแล้ว เราเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่เจรจาความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน เพราะเรารู้สึกว่า จีนสำคัญก่อนใคร แม่ฟ้าหลวงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียว ที่ได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่างเป็นทางการ ในการสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ความสัมพันธ์นั้นยาวนาน จนกระทั่งวันนี้ เราเป็นสถาบันที่สอนภาษาจีนใหญ่ที่สุดในอาเซียน เราสั่งสมมา 17 ปีแล้ว เราภูมิใจว่า เด็กเราที่จบไปใช้ภาษาจีนได้ยอดเยี่ยม เชื่อมั้ยว่า ตอนเข้ามาไม่รู้เรื่องเลย แต่พอออกไป เด็กมันเก่ง แต่อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้แม่ฟ้าหลวงอาจไม่ได้สอนแต่เรื่องภาษาจีน เพราะเราก้าวข้ามไปสอนเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ของจีน เราไปเรียนว่า จีนเขาคิดอะไรกันอยู่ และชาวโลกจะต้องติดตามสิ่งที่จีนคิด เราจึงเลยจุดที่เรียนภาษามาแล้ว

อีก 10 ปีที่แม่ฟ้าหลวง

สิ่งที่แม่ฟ้าหลวงฝัน เราจะเป็น World University คำว่า World กับ World Class มันต่างกัน คนฟังผิวเผินนึกว่าคำเดียวกัน World University คือเราเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่รับใช้สังคมโลก เราไม่ได้คิดว่า เราจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีวิจัยที่เด่นที่สุดในโลก แต่ผมเชื่อว่า ถ้าบัณทิตที่จบออกไปเก่ง สามารถทำงานทำการได้ดี สร้างสรรค์ สังคมโลกมันจะดีขึ้น ส่วนการที่เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก มันเป็นอีกเวอร์ชั่นนึง เราจะทำตามไปด้วย เมื่อถึงวันนึงในอีก 10 ปี ข้างหน้า เราจะเป็นทั้ง World University คือผลิตบัณฑิตที่ดี และจะเป็นทั้ง World Class โดยอัตโนมัติ

ให้ด้วยใจ

คนทุกคนก็เรียนได้ คนจนก็เรียนได้ เราจัดสรรทุนให้เด็กปีละประมาณ 15 ล้านบาท เพราะฉะนั้นใครจนก็มีสิทธิ์ แต่ขอให้เรียนให้ได้ ประเภทได้รับทุนแล้วไม่เรียน นี่ต้องไล่ออก เพราะเขาไม่อยากหยิบโอกาส โอกาสทางการศึกษามาถึงแล้วไม่หยิบ แต่ถ้าเขาไม่หยิบจริง ก็ช่วยไม่ได้ เพราะพรหมลิขิตให้เขาต้องเป็นแบบนั้น แต่ถ้าเขาอยากได้ใครดีแล้วไม่มีเงิน มาหาเรา ที่นี่มีทุนหลากหลายมาก มีค่าเล่าเรียน แต่ไม่มีค่ากิน มีทั้ง 2 อย่าง แต่พ่อแม่ส่งเงินมาช้า ก็มาหยิบยืมได้ก่อน มีเครดิตให้ 1,000 บาท พ่อแม่ส่งให้แล้วก็เอามาคืน มีทุนให้เด็กทำงานพาร์ทไทม์ในมหาวิทยาลัย คือเราไม่อยากให้เงินเขาฟรี ก็ต้องมาทำงาน เดินส่งเอกสารก็ได้ชั่วโมงละ 30 บาท บางทีก็ไม่ต้องจ้างหรอก แต่เราอยากให้เขาเห็นคุณค่า เพราะทุกอย่างในโลกไม่มีฟรีหรอก คุณต้องจ่ายเสมอ แต่จ่ายทางตรงหรือจ่ายทางอ้อมเท่านั้นเอง

Exit Exam

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำแบบนี้ เมื่อเรียนจบครบหลักสูตรก็ไม่ให้ออก ต้องสอบออก คือเราต้องการให้แน่นอนใจว่า เด็กที่จบออกไปแล้วมีความรู้ เรามีการจัดสอบใน 4 วิชา 1. วิชาเนื้อหาสาระที่เรียนมา 4 ปี สามารถจะสอบได้มั้ย 2. วิชาภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่ 80% สอบผ่าน อีก 20% ก็ต้องเอาให้ผ่านไม่งั้นไม่จบ 3. คอมพิวเตอร์ วิชานี้ผ่านกันหมดทุกคน 4. Globalization ความเป็นโลกาภิวัตน์ สอบถามเกี่ยวกับโลกปัจจุบัน คุณรู้มั้ย ไอซิสคือใคร ตลาดทองคำ ราคาน้ำมัน การเลือกตั้งอเมริกา พม่า จะเป็นอย่างไร บางคนได้งานแล้ว แต่ยังไม่ผ่าน Exit Exam ก็มี แต่เราต้องให้เขาสอบให้ผ่าน อย่าขี้เกียจ แต่ในที่สุดเขาก็ทำได้ทุกคน เชื่อมั้ย ครั้งแรกเราไม่เก็บตังค์ ครั้งที่ 2 เราเก็บ 500 บาท

คนแห่เรียน ล้นมหาวิทยาลัย

ทุกคนแห่กันมาเรียน มาจากทุกจังหวัดในประเทศไทย ไม่มีจังหวัดไหน ไม่มีนักศึกษาแม่ฟ้าหลวง นี่กำลังสำรวจว่ามีทุกอำเภอแล้วหรือยัง ก็เด็กมาเรียนกันเยอะเนอะ อย่างพยาบาลมาสมัคร 1,000 คน เรารับ 120 คน ภาษาอังกฤษมาสมัคร 800 คน เรารับ 100 คน แต่สมัยก่อนเราเปิดรับ 100 คน มีเด็กมาสมัคร 50 คน มันกลับกัน ถามว่ามหาวิทยาลัยแห่งโอกาสจะมีอยู่มั้ย มหาวิทยาลัยแห่งโอกาสจะยังมีอยู่ เราเปิดโอกาสให้เขาเขียนบรรยายมาว่าอยากเรียนจริง แต่เขาเข้าไม่ได้ เราจะมาพิจารณาว่าสาขาที่เขาอยากเรียน ยังพอจะให้เขาทดลองเรียนได้อีกมั้ย ถ้าทดลองเรียนได้ เราให้เขาเข้า เสียเงินเรียนตามปกติ แต่อยู่ในสถานะนักศึกษาทดลองเรียน ถ้าเทอมแรกทำได้ถึง 2.5 เราจะรับเขา ถ้าไม่ถึงก็ไป และถ้าเทอมที่ 2 ยังทำได้อีก เราก็จะรับเขาเข้าเรียนเป็นนักศึกษาปกติ เราจะให้โอกาสคนที่อยากจริงๆ (เน้นเสียง)

จะขยายอาณาจักร?

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตั้งใจจะเป็นมหาวิทยาลัยขนาดกลาง ไม่คิดจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา 3 หมื่นคน เราอยากรักษาสถานภาพแค่หมื่นกว่าคนพอ เพื่อเราจะได้ดูแลเด็กได้เต็มที่ แต่ถ้าเราจะขยายอาณาจักรจริงๆ เราต้องมีความพร้อม เราถึงจะขยาย เราไม่อยากขยายเพราะว่าเราอยากได้เงินจากเด็ก จำไว้เลยว่า แม่ฟ้าหลวงไม่ต้องการรับนักศึกษามาก เพียงเพื่อต้องการค่าเล่าเรียน ดูแลเขาไม่ดี มันจะเสียปรัชญาของเรา

สารถึงนักศึกษา

1. ตั้งใจมาเรียน ก็ขอให้เรียน
2. ตั้งใจจะมีอนาคตที่ดี ก็ต้องเป็นคนดี
3. ต้องการที่จะเจริญรุ่งเรืองโดยรวดเร็ว ก็ต้องขยัน

ง่ายๆ 3 ข้อ แล้วอย่าลืมอ่อนน้อมถ่อมตนและกตัญญูรู้คุณ ผมสอนเด็กเสมอ ไม่ต้องไปให้พระเสกนะหน้าทองที่ไหน แค่อ่อนน้อมถ่อมตน และกตัญญูรู้คุณ เป็นเมตตามหานิยมที่ดีที่สุด

เมตตามหานิยม

พ่อแม่เลี้ยงดูเรามา เราจะไม่ดูแลเขาเลยเหรอ พี่น้องช่วยส่งเสียให้เรียน เราไม่นึกถึงเขาเลยเหรอ ครูบาอาจารย์ก็ต้องนึกถึง เราเป็นคนได้เพราะใคร เติบโตได้เพราะใคร ถามตัวเอง แต่อย่าตอบมาว่า เพราะตัวเราเอง ก่อนเราเป็นตัวตนใครช่วยเรา ไม่ใช่เรียนมา หาเงินเองมาโดยตลอด สร้างมาเองตลอด แต่ก่อนหน้านั้นละ ถ้าเขาไม่รักเรา เขาไม่ให้เรากิน เราก็ตายแล้ว ทุกช่วงชีวิตจะมีคนที่มีบุญคุณกับเราทั้งนั้น ถ้าเรามีจิตสำนึกแบบนี้ ไปที่ไหนก็ได้ ไปทำงานเจอรุ่นพี่ก็ยกมือไหว้ เจอรุ่นน้องก็ทักทาย เขาเดือดร้อนมา ก็ช่วยเขาตามกำลัง แต่ถ้าช่วยเขาหมด จนเราเดือดร้อนก็ไม่ดี สิ่งสำคัญ คือ อ่อนน้อมถ่อมตนและกตัญญูรู้คุณ

สุดท้าย อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ย้ำกับ Study Inside ว่า

เราต้องสร้างเด็กให้เก่งและเป็นคนดี อย่าให้พ่อแม่เขาผิดหวัง...

อ่านจนจบ ไม่ต้องถามว่าเพราะอะไร ทำไมถึงอยากมาเรียนที่นี่ Study Inside ได้ไปเยี่ยมเยือนแค่ครั้งเดียว พูดตามตรง อยากกลับไป 18 อีกครั้ง แล้วจะไปเรียนที่นี่...ให้จงได้!!

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    93.0%
  • ไม่ชอบ
    3.0%
  • สนุก
    0.5%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    1.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement