ชี้ชะตาแชมป์กลุ่ม 'ช้างศึก' ฝ่าด่าน 'อิรัก' ดีพอหรือไม่? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ชี้ชะตาแชมป์กลุ่ม 'ช้างศึก' ฝ่าด่าน 'อิรัก' ดีพอหรือไม่?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 06:00
27,343 ครั้ง


เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่อึดใจ เกมฟาดแข้งนัดชี้ชะตาในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชียรอบ 2 กลุ่ม เอฟ ระหว่างทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอิรัก จะเริ่มขึ้น โดยมีเดิมพันสูงสุดคือการผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม...

นับเป็นเวลานานมากแล้ว ทีมที่ชาติไทยไม่ได้พบเจอกับความสำเร็จในการลุ้นเข้ารอบของการแข่งขันในระดับเอเชีย ซึ่งหากจะย้อนกลับไปคือการแข่งขันในรอบ 10 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ภายใต้การนำของกุนซือตาน้ำข้าวอย่าง "ปีเตอร์ วิธ" ที่เสกสรรค์ให้ทัพช้างศึก ขึ้นมาต่อกรกับยอดทีมชั้นนำของทวีปได้อย่างสูสี

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ทีมชาติไทย ยังคงมีอันดับโลกใน "ฟีฟ่า แรงกิ้ง" สูงถึงอันดับที่ 42 อีกด้วย ซึ่งเป็นการไต่ขึ้นไปสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ว่าได้ และเป็นการก้าวเข้าใกล้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่สุดที่เคยมีมา

แต่หลังจากนักเตะในชุดดังหล่าวเริ่มโรยรา ไทยก็ไม่เคยผ่านการคัดเลือกในรอบ 2 อีกเลย จนกระทั่งหัวหอกในยุครุ่งเรืองอย่าง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เริ่มต้นเข้ามาฟูมฟักนักเตะรุ่นใหม่วัยหนุ่ม ที่กระหายต่อชัยชนะและการก้าวข้ามวงจรของอาเซียน เพื่อขึ้นไปท้าทายในอีกระดับ

โฉมหน้า 11 ตัวจริงของทีมชาติไทยในเกมแรก

และในการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 ในครั้งนี้ เหล่าแฟนบอลทัพช้างศึกก็ได้กลับมากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจอีกครั้ง เมื่อผ่านไป 5 นัด ทีมชาติไทยก้าวขึ้นมายึดหัวหาดในตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างยาวนานและต่อเนื่อง จนกระทั่งมีแนวโน้มสูงมากในการผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย

แต่อย่างไรก็ดี สงครามฟาดแข้งครั้งนี้ยังไม่จบ เมื่อนัดสุดทัายเป็นเกมสำคัญวัดแชมป์กลุ่มกับอีกหนึ่งยอดทีมของทวีปอย่าง "อิรัก" จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปย้อนดูสถิติของการเจอกันก่อนหน้านี้ และความพร้อมก่อนเกมว่าแต่ละทีมมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน และใครที่จะมีสิทธิ์เป็นผู้สมหวังหลังจบ 90 นาทีแห่งความระทึกใจ

ย้อนรอยสถิติ "อิรัก" ข่ม "ไทย" แบบไม่เห็นฝุ่น

ทีมชาติไทยกับอิรัก จำนวน 14 เกม ผลปรากฏว่าทีมดังแห่งย่านตะวันออกกลางทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน เอาชนะไปได้ถึง 7 ครั้ง ส่วนไทยเอาชนะได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น และเสมอกันไปอีก 4 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ในสถิติดังกล่าวก็ยังมีเรื่องที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน เมื่อในรอบ 14 ปีที่ผ่าน ไทยยังไม่เคยพ่ายอิรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สถิติการพบกัน 14 ครั้ง อิรักชนะ 7 ครั้ง เสมอ 4 ครั้ง ไทยชนะ 3 ครั้ง

ปี 1972 ไทย เสมอ อิรัก 1-1 เอเชียน คัพ

ปี 1977 ไทย แพ้ อิรัก 0-5 เมอร์เดก้า คัพ

ปี 1978 ไทย แพ้ อิรัก 0-1 เมอร์เดก้า คัพ

ปี 1981 ไทย แพ้ อิรัก 1-7 เมอร์เดก้า คัพ

ปี 1996 ไทย แพ้ อิรัก 1-2 เอเชียน เกมส์

ปี 1996 ไทย แพ้ อิรัก 1-4 เอเชียน คัพ

ปี 2000 ไทย แพ้ อิรัก 0-2 เอเชียน คัพ

ปี 2001 ไทย แพ้ อิรัก 0-4 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ปี 2001 ไทย เสมอ อิรัก 1-1 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ปี 2007 ไทย เสมอ อิรัก 1-1 เอเชียน คัพ

ปี 2007 ไทย ชนะ อิรัก 2-1 คิงส์ คัพ

ปี 2007 ไทย ชนะ อิรัก 1-0 คิงส์ คัพ

ปี 2008 ไทย ชนะ อิรัก 2-1 อุ่นเครื่อง

ปี 2015 ไทย เสมอ อิรัก 2-2 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

ส่วนสถิติเฉพาะทีมในช่วง 5 นัดหลังสุด ปรากฏว่า ลูกทีมของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีการเล่นที่คงเส้นคงวากว่าอย่างชัดเจน และยังไม่แพ้ใคร ขณะที่ทีมชาติอิรักมีฟอร์มการเล่นที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ชนะเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นการเสมอและแพ้อย่างละ 2 นัด

กัปตันพันธุ์บู๊ของทั้งสองทีมจะกลับมาดวลกันอีกครั้งในเกมนี้

ทีมชาติไทย

12/11/2015 ชนะ ไต้หวัน 4-2

13/10/2015 ชนะ เวียดนาม 0-3

09/10/2015 ชนะ ฮ่องกง 1-0

08/09/2015 เสมอ อิรัก 2-2

03/09/2015 ชนะ อัฟกานิสถาน 2-0

ทีมชาติอิรัก

18/03/2016 แพ้ ซีเรีย 0-1

17/11/2015 ชนะ ไต้หวัน 0-2

08/10/2015 เสมอ เวียดนาม 1-1

03/10/2015 แพ้ จอร์แดน 0-3

08/09/2015 เสมอ ไทย 2-2

"มงคล ทศไกร" ผู้ทำประตูตีเสมอ 2-2 ใหักับทีมชาติไทยในเกมแรก

ส่องคีย์แมนคนสำคัญ

ทีมชาติไทย

ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยที่ศึกไทยลีก 2016 เปิดฤดูกาล ก่อนที่จะมีการเรียกระดมพลในเกมดังกล่าว ทำให้ "ซิโก้" และทีมงานสามารถส่องดูฟอร์มนักเตะที่อยู่ในข่ายได้อย่างทั่วถึง และก็เป็นไปตามคาดเมื่อนักเตะในชุดนี้มีตัวหลักติดเข้ามากันอย่างพร้อมหน้า

แต่ที่ฮือฮามากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น "จักรพันธ์ แก้วพรม" มิดฟิลด์เชิงสูงจากค่ายปราสาทสายฟ้า ตัวเรียกตัวติดทีมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งน่าจะเพิ่มมิติในเกมรุกได้ไม่มากก็น้อย รวมถึงการประสานงานกับ "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน กัปตันทัพช้างศึกได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

การสู้กันอย่างดุเดือดตลอด 90 นาที กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า

ส่วนสามประสานตัวใหม่จากค่ายกิเลนผยองอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหน กับการลงเล่นท่ามกลางสภาพความกดดันและเสียงกู่ร้องของกองเชียร์อิรักจากทั่วทั้งสนาม

ที่สำคัญต้องรอลุ้นอาการล่าสุดของ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่เพิ่งจะเรียกความฟิตมาได้ไม่นานในช่วงก่อนหน้านี้ และจะถูกส่งลงไปขู่กองหลังอิรักตั้งแต่นาทีแรกของเกมหรือไม่ รวมถึง "เจ้าตุ้ย" กรวิทย์ นามวิเศษ ปราการหลังตัวหลักของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ต้องถูกทีมแพทย์ประกบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถฟิตกลับมาลงเล่นได้ทันในเกมนี้

ทีมชาติอิรัก

ถึงแม้จะมีเกมในบ้านรออยู่ถึง 2 นัด แต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกทีมของ ยาย่าห์ อัลวาน จะสามารถเก็บ 6 แต้มเต็มจากคู่ต่อสู้ได้ทั้งจากไทย และ เวียดนาม อย่างง่ายดาย เพราะในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด ก็สร้างความปวดร้าวให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อย เมื่อเปิดบ้านพ่ายให้กับ ซีเรีย ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง 0-1 จนกระทั่งกระแสความกดดันเริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง

แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เมื่อสองผู้เล่นตัวหลักอย่าง อาหมัด ยาซิน เกนี และ ยาซิน กอซิม ต้องถอนตัวออกจากทีมในการรับมือทัพช้างศึก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บและน่าจะหายไม่ทันในเกมที่จะพบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในเกมสุดท้ายด้วยเช่นกัน

"ดูร์กอม อิสมาอิล" อีกหนึ่งนักเตะคนสำคัญของทีมชาติอิรัก แข้งช้างศึกต้องระวังเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม เหล่าบรรดาผู้เล่นตัวความหวังที่จะลงเก็บสามแต้มจากทีมชาติในเกมนี้ก็ยังคงอยู่กันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นหัวหอกจอมเก๋าและกัปตันทีมวัย 37 ปีอย่าง ยูนิส มามูห์ด, อาลี อัดนาน ดาวเตะจาก อูดิเนเซ, ดูร์กอม อิสมาอิล, โอซามา ราชิด, จัสติน เมอราม และ อาห์เหม็ด อิบราฮิม

เชื่อว่าน่าจะเป็นเกมที่ระทึกใจสำหรับแฟนบอลตลอด 90 นาทีอย่างแน่นอน ในการแย่งชิงพื้นที่ของการเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอิรัก ซึ่งต้องรอลุ้นกันว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายที่สมหวังกับสามแต้มล้ำค่าหลังสิ้นเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสิน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    29.0%
  • ไม่ชอบ
    3.4%
  • สนุก
    2.7%
  • ประหลาดใจ
    0.5%
  • เสียใจ
    1.7%
  • ให้กำลังใจ
    62.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement