'วิษณุ' ชี้ 'แจสฯ' ต้องจ่ายส่วนต่าง หากประมูล 4 จี ใหม่ ราคาต่ำกว่าเดิม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'วิษณุ' ชี้ 'แจสฯ' ต้องจ่ายส่วนต่าง หากประมูล 4 จี ใหม่ ราคาต่ำกว่าเดิม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2559 18:25
1,767 ครั้ง


"วิษณุ" ระบุ "แจส โมบาย" ต้องจ่ายส่วนต่าง หากประมูลใหม่ได้ราคาน้อยกว่าเดิม ชี้เป็นเรื่องยากให้ผู้ประมูลลำดับสองได้สิทธิ เผยทางการจีนติงไทย หลังประจานนักท่องเที่ยวแดนมังกร

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่างถึงกรณี บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด หรือ แจส ไม่มาชำระค่าประมูลใบอนุญาต 900 MHz ช่วงที่ 1 งวดแรกจำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมกับหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) วงเงิน 75,654 ล้านบาท ทำให้ไม่ได้รับใบอนุญาต แม้จะชนะการประมูลคลื่นนี้ว่า ทาง กสทช. คงต้องยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมถึงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการประมูลครั้งที่ผ่านมา และการจัดประมูลครั้งใหม่

เมื่อถามว่า กสทช. เตรียมทำหนังสือไปถึง นายกฯ และ หัวหน้า คสช. เพื่อขอความเห็น พร้อมเสนอ 2 แนวทางให้ออกคำสั่งตาม ม.44 เพื่อจัดให้มีการประมูลคลื่น 900 MHz ช่วงนี้ใหม่ เริ่มต้นที่ราคา 75,654 ล้านบาท นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้คงไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนขนาดนั้น เพราะ กสทช. สามารถดำเนินการเองได้ และมีประกาศชัดเจนว่าจะมีการจัดการประมูลใหม่ในช่วงไม่เกิน 1 ปี ต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าการประมูลครั้งที่ผ่านมา และถ้าราคาต่างกันต้องฟ้องร้องส่วนต่าง และถ้ายังประมูลไม่ได้ใน 1 ปีก็ต้องประมูลต่อ แต่ก็ยึดหลักที่ต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าที่ประมูลได้เช่นกัน

เมื่อถามว่า หากประมูลครั้งใหม่ ราคาได้น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา ส่วนต่างที่เกิดขึ้นต้องไล่บี้ แจส โมบาย ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ แต่หากมีโต้แย้งในหลักการก็เถียงกันไป ก็ไปว่ากันที่ชั้นศาล เมื่อถามถึงแนวคิดให้ ม.44 ให้สิทธิผู้ประมูลที่เสนอราคาเป็นอันดับถัดมา นายวิษณุ กล่าวว่า หากจะทำอย่างนั้นต้องออกกฎหมายให้ กสทช. จะเป็นกฎหมายปกติ หรือกฎหมายไม่ปกติก็ตาม แต่เมื่ออันดับ 2 ถูกเลื่อนขึ้นมา ในแง่สังคมคงรับยาก มันได้อย่างคือเร็ว แต่ในแง่สังคมคือราคาถูกกว่า และกลายเป็นคนปฏิบัติตามกฎหมายเสียเปรียบทุกอย่าง คนที่เสนอราคาต่ำกว่าไม่ควรจะได้ และกติกานี้เมื่อไม่บอกล่วงหน้าพอเปลี่ยนทีหลังก็ลำบาก

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกลุ่มคณะนักธุรกิจจีนที่เข้าพบว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายในการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีลูกค้าหลายหมื่นบริษัท นักธุรกิจไทยที่ไปทำธุรกิจที่จีนต้องไปพบเขา และวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปเป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญา การร่วมทุน และความร่วมมือพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ทางจีนมีนักธุรกิจชั้นนำเดินทางมากว่า 30 ราย เพื่อมาดูลู่ทางในการลงทุนที่ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การตั้งโรงงานโซลาร์เซลล์ ส่วนที่มีการบ่นเรื่องนักท่องเที่ยวจีนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย ทางการจีนได้ตัดพ้อต่อว่ามาพอสมควร เพราะคนมีทั้งดีและไม่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาประจาน บางทีคนไทยไปก็ไม่รู้ธรรมเนียมประเทศอื่นเหมือนกัน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    27.1%
  • ไม่ชอบ
    40.9%
  • สนุก
    6.1%
  • ประหลาดใจ
    13.3%
  • เสียใจ
    11.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement